คนที่ฉันไม่ควรจำ

ตอนที่ 13 / 34

ตอนที่ 13 — การเดินทางสู่ความจริงอันมืดมิด

ฉันเดินออกมาจากบ้านคุณเมธาด้วยหัวที่ว่างเปล่าราวกับถูกสูบฉีดเลือดออกไปจนหมด ร่างกายรู้สึกหนักอึ้ง ทุกย่างก้าวเหมือนกำลังเหยียบอยู่บนผืนน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ดังอยู่รอบข้างเหมือนอยู่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนแทบไม่ได้ยินอีกต่อไป โลกทั้งใบดูเหมือนจะบิดเบี้ยว สีสันต่างๆ เลือนหายไป เหลือเพียงภาพขาวดำอันน่าหดหู่ "เขา... กำลังหลบหนีอยู่" คำพูดของคุณเมธายังคงดังก้องอยู่ในหูราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจร้ายที่คอยฉีกทึ้งความหวังสุดท้ายของฉันไป ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องราวมันถึงได้บานปลายถึงขนาดนี้ ภัทร... คนที่ฉันเคยเชื่อใจ คนที่ฉันพยายามจะให้อภัยและเริ่มต้นใหม่กับเขา ได้ทำลายความเชื่อใจนั้นจนแหลกสลาย ฉันเปิดประตูรถอย่างสะลุ้งสะท้าน พวงมาลัยเย็นเฉียบเมื่อสัมผัส มือของฉันสั่นเทาจนแทบจะควบคุมรถไม่ได้ ฉันสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับออกไปอย่างไร้จุดหมาย ภาพใบหน้าของภัทรเมื่อครั้งที่เรามีความสุขด้วยกัน แววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวัง มันผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทับซ้อนกับภาพใบหน้าอันเหนื่อยอ่อนของเขาในวันที่เราพบกันครั้งล่าสุด มันราวกับมีมีดคมกริบกรีดแทงลงบนหัวใจของฉันซ้ำๆ "ทำไม... ทำไมถึงทำแบบนี้กับฉันนะ ภัทร" ฉันพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดหย่อน มันไม่ใช่แค่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่มันคือน้ำตาแห่งความเจ็บปวด ความผิดหวัง และความโกรธที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ ฉันไม่รู้ว่าขับรถไปนานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองจอดรถอยู่ริมถนนที่ค่อนข้างเปลี่ยว แสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟฟ้าสะท้อนกับหยดน้ำฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ฉันตัดสินใจลงจากรถ เดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆ ที่เปิดไฟสว่างไสวอยู่ไม่ไกลนัก ฉันสั่งกาแฟร้อนมาหนึ่งแก้ว นั่งลงที่มุมหนึ่งของร้าน มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย ความคิดฟุ้งซ่านไปทั่วทุกทิศทาง ฉันคิดถึงคำพูดของคุณเมธา "ทางที่ดีที่สุดคือคุณควรจะไปปรึกษาทนายความ หรือเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินโดยตรง" "ใช่... ฉันต้องทำแบบนั้น" ฉันพึมพำกับตัวเอง "ฉันต้องรู้ว่าฉันต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง" หลังจากดื่มกาแฟจนหมด ฉันก็ลุกขึ้นจ่ายเงินแล้วเดินกลับมาที่รถ ฉันตัดสินใจว่าจะกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของฉันก่อน แล้วค่อยหาข้อมูลเกี่ยวกับทนายความหรือปรึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อกลับถึงอพาร์ตเมนต์ ฉันก็ตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายการค้ำประกัน และทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดีหนี้สิน "การเป็นผู้ค้ำประกัน..." ฉันอ่านข้อความบนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่ชาเย็น "หมายถึงการรับผิดชอบหนี้สินแทนลูกหนี้ หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้..." ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น ฉันนึกถึงใบหน้าของภัทรอีกครั้ง ความรู้สึกสงสัยปะปนกับความโกรธแค้น มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย ทำไมฉันถึงต้องมาติดอยู่ในวังวนนี้ด้วย ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้น ฉันสะดุ้งเล็กน้อย มองที่หน้าจอ เห็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย "ฮัลโหลครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นจากปลายสาย "สวัสดีค่ะ" ฉันตอบกลับไปอย่างระแวง "นี่ใครคะ" "ผมชื่อสมชายครับ เป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท... ที่ภัทรเคยติดหนี้อยู่ครับ" เขาบอกชื่อบริษัทซึ่งฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน "ผมได้รับข้อมูลมาว่า คุณคือผู้ค้ำประกันในสินเชื่อของภัทรใช่ไหมครับ" หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นทันที "ใช่ค่ะ... ดิฉันเป็นคนค้ำประกัน" "ครับ" เสียงของเขานิ่งเรียบ "ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างเร่งด่วนครับ ภัทรได้หายตัวไป และไม่สามารถติดต่อได้เลย ทางเราจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อทวงหนี้สินดังกล่าวครับ" "ดำเนินการตามกฎหมาย... หมายความว่ายังไงคะ" ฉันถามเสียงสั่น "หมายความว่า... เราจำเป็นต้องยึดทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ครับ" เขาตอบ "และหากทรัพย์สินไม่เพียงพอ... ทางเราอาจจำเป็นต้องดำเนินการกับผู้ค้ำประกันโดยตรงครับ" "ยึดทรัพย์สิน... แล้วคุณจะมายึดทรัพย์สินอะไรของฉันคะ! ฉันไม่ได้เป็นหนี้สักบาท!" ฉันตะโกนกลับไปอย่างเหลืออด "ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณ..." เขาเรียกชื่อฉัน "เราเข้าใจว่าคุณอาจจะตกใจ แต่คุณได้ลงนามในเอกสารการค้ำประกันไปแล้ว ซึ่งถือเป็นลายเซ็นของคุณที่ยอมรับในข้อตกลงนี้" "แต่ฉันไม่เคยได้รับแจ้งเรื่องนี้เลย! ภัทรไม่ได้บอกฉันเลย!" ฉันอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ "ผมขออภัยด้วยครับ แต่ตามกฎหมายแล้ว... การไม่ได้รับแจ้งจากผู้กู้ ไม่ได้เป็นการปลดเปลื้องความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "ตอนนี้เราต้องการให้คุณเข้ามาให้ข้อมูล และชี้แจงเรื่องเอกสารการค้ำประกันโดยเร็วที่สุดครับ" "ฉันควรจะไปพบคุณที่ไหนคะ" ฉันถามอย่างสิ้นหวัง "สำนักงานของเราอยู่ที่... [ระบุที่อยู่]" เขาให้ที่อยู่บริษัทมา "พรุ่งนี้เช้า เวลา 9 โมงเช้า ผมขอให้คุณเข้ามาพบครับ หากคุณไม่มา... เราอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป" สายวางลงไปแล้ว แต่เสียงของสมชายยังคงก้องอยู่ในหัวของฉัน ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำ ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน หนี้สินที่ฉันไม่เคยสร้าง ภัทรที่หายตัวไป ทนายความที่ต้องหา และตอนนี้ยังมีเจ้าหนี้ที่ตามทวงหนี้มาถึงตัว ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างอยู่ แสดงข้อมูลกฎหมายที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจได้ในตอนนี้ ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ เหมือนกับอนาคตของฉันที่กำลังจะมืดมนตามไปด้วย "ภัทร... ทำไมนายถึงทำแบบนี้กับฉัน..." ฉันกระซิบถามกับความว่างเปล่า น้ำตาที่เคยเหือดแห้งไปแล้วเมื่อครู่ ก็กลับไหลรินออกมาอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่ความเสียใจ แต่มันคือความรู้สึกที่ถูกหักหลังอย่างรุนแรง ฉันรู้ดีว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนที่ฉันจะนอนไม่หลับ ฉันต้องหาทางออกให้กับปัญหานี้ให้ได้ แม้ว่ามันจะยากลำบากสักเพียงใดก็ตาม ฉันต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายนี้ให้ได้

4,690 ตัวอักษร