คนที่ฉันไม่ควรจำ

ตอนที่ 14 / 34

ตอนที่ 14 — คำสารภาพที่ปวดร้าวของคนทรยศ

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันมาถึงสำนักงานของบริษัททวงหนี้ตามนัดหมาย หัวใจของฉันเต้นระรัวด้วยความประหม่าและหวาดกลัว อาคารสำนักงานดูใหญ่โตและโอ่อ่า แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นชาและไร้ชีวิตชีวา พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ดูเฉยเมย เมื่อฉันบอกชื่อและแจ้งความประสงค์ พวกเธอก็พยักหน้าให้ไปรอที่ห้องรับรอง ฉันนั่งรออยู่เพียงลำพังในห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดราวกับถูกขังอยู่ในกรง ความคิดของฉันวนเวียนอยู่กับภัทรเสมอ เขาหายไปไหน? เขาจะยอมรับผิดชอบหนี้สินนี้ไหม? หรือว่าฉันจะต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวงนี้ไว้เพียงลำพัง? ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก ชายในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามา เขาคือสมชาย เจ้าหน้าที่ที่โทรศัพท์หาฉันเมื่อวานนี้ "คุณ... นะครับ" เขาเอ่ยทักทาย "เชิญนั่งครับ" ฉันลุกขึ้นยืนอย่างเกร็งๆ แล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลมาให้ฉัน "นี่คือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อของภัทร และเอกสารการค้ำประกันของคุณครับ" เขากล่าว "เราอยากให้คุณช่วยตรวจสอบและยืนยันลายเซ็นของคุณ" ฉันรับแฟ้มเอกสารมา เปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา ภายในมีสำเนาสัญญาเงินกู้ และเอกสารใบเดียวที่ฉันจำได้ดีว่าเป็นวันที่ภัทรขอให้ฉันเซ็น โดยบอกว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการขอประนอมหนี้กับเจ้าหนี้รายอื่น "ฉัน... ฉันจำได้ว่าเซ็นเอกสารนี้" ฉันพูดเสียงแผ่ว "แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามันคือการค้ำประกันหนี้สินจำนวนมากขนาดนี้" "คุณภัทรได้แจ้งให้คุณทราบถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเอกสารฉบับนี้หรือไม่ครับ" สมชายถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเป็นทางการ "ไม่ค่ะ! เขาบอกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นแค่การยืนยันบางอย่างเท่านั้น" ฉันตอบกลับไปทันที น้ำตาเริ่มคลอ "ผมเข้าใจครับว่าคุณรู้สึกแย่" สมชายพูดพลางถอนหายใจ "แต่ตามกฎหมายแล้ว เมื่อคุณได้ลงนามในเอกสารนี้แล้ว คุณก็ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกันครับ" "แต่ฉันไม่เคยได้รับเงินก้อนนั้นเลย! ฉันไม่เคยได้รับผลประโยชน์อะไรจากการกู้นี้เลย!" ฉันโต้แย้งอย่างหมดหนทาง "นั่นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับภัทรครับ" สมชายกล่าว "แต่ในมุมมองของบริษัทเรา คุณคือผู้ค้ำประกัน และเราจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อทวงหนี้" "แล้ว... ถ้าฉันไม่สามารถชำระหนี้ได้ ฉันจะต้องทำอย่างไรคะ" ฉันถามอย่างสิ้นหวัง "หากคุณไม่สามารถชำระหนี้ได้ด้วยตนเอง" สมชายกล่าว "เราอาจจำเป็นต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินของคุณเพื่อนำมาชำระหนี้แทนครับ" ฉันแทบจะยืนไม่อยู่ คำพูดของเขากระแทกเข้าที่กลางใจ ราวกับถูกมีดกรีดลึกเข้าไปอีกครั้ง ทรัพย์สินของฉัน... มันมีอะไรบ้าง? อพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่ รถยนต์คันเก่าที่ผ่อนอยู่ และเงินเก็บเล็กน้อยในบัญชี มันจะพอชำระหนี้สินมหาศาลนี้ได้จริงหรือ "แต่... แต่ภัทรหายตัวไปแล้ว เขาจะไม่มีทางกลับมารับผิดชอบหนี้สินนี้ได้เลย" ฉันพยายามอธิบาย "คุณน่าจะตามหาเขา ไม่ใช่มาเอาเรื่องกับฉัน" "เราได้พยายามตามหาภัทรแล้วครับ" สมชายตอบ "แต่ก็ไม่พบร่องรอย เขาเหมือนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย" "แล้ว... คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าฉันคือผู้ค้ำประกันจริงๆ" ฉันถามอย่างมีความหวังริบหรี่ "บางทีอาจจะมีใครปลอมลายเซ็นของฉันก็ได้" สมชายหยิบเอกสารอีกแผ่นออกมา "นี่คือสำเนาบัตรประชาชนของคุณที่ใช้ประกอบการทำธุรกรรมครับ และนี่คือลายเซ็นของคุณบนเอกสารค้ำประกัน ซึ่งตรงกับลายเซ็นในเอกสารอื่นๆ ที่คุณเคยให้กับเรา" ฉันมองดูก็รู้ทันทีว่านั่นคือสำเนาบัตรประชาชนของฉันจริงๆ ฉันจำได้ว่าเคยให้สำเนาบัตรประชาชนกับภัทรเมื่อครั้งที่เขาพยายามจะขอสินเชื่อใหม่ แต่เขาก็บอกว่าเอกสารเหล่านั้นไม่ได้ถูกนำไปใช้ "ฉัน... ฉันถูกหลอก..." ฉันพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ "ภัทรหลอกฉัน" "ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ" สมชายกล่าว "แต่ตอนนี้ สิ่งที่คุณควรทำคือการหาทางเจรจา หรือปรึกษาทนายความเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด" "แล้ว... คุณจะให้เวลาฉันเท่าไหร่คะ" ฉันถาม "เราจะให้เวลาคุณ 30 วันในการดำเนินการชำระหนี้ครับ" สมชายตอบ "หากใน 30 วันนี้ คุณไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เราจำเป็นต้องเริ่มกระบวนการทางกฎหมาย" ฉันพยักหน้าเบาๆ รู้สึกหมดหนทาง ฉันลุกขึ้นยืน "ฉันขอเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ไหมคะ" "แน่นอนครับ" สมชายยื่นสำเนาเอกสารให้ฉัน "เราขอให้คุณติดต่อกลับมาเมื่อคุณมีข้อสรุป หรือต้องการจะเจรจาครับ" ฉันเดินออกจากสำนักงานมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้งราวกับมีภูเขามาทับถม ราวกับโลกทั้งใบของฉันกำลังจะพังทลายลงมา ฉันไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครอีกแล้ว ภัทร... คนที่ฉันเคยรัก เขาได้ทำลายชีวิตของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี ฉันขับรถกลับไปที่อพาร์ตเมนต์อีกครั้ง ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะถึงที่หมาย สมองของฉันขาวโพลนไปหมด มีเพียงภาพใบหน้าของภัทรที่กำลังหลอกลวงฉันซ้ำไปซ้ำมา เมื่อกลับมาถึงห้อง ฉันก็เปิดคอมพิวเตอร์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย แต่ฉันเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภัทร ฉันอยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ ทำไมเขาถึงทำเรื่องแบบนี้ ฉันเข้าไปในโซเชียลมีเดียของเขา เห็นรูปภาพเก่าๆ ของเราที่เคยมีความสุขด้วยกัน มันยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจฉันมากขึ้นไปอีก ฉันเจอโพสต์เก่าๆ ของเขาที่แสดงถึงความฝันและความหวังต่างๆ นานา มันทำให้ฉันยิ่งสับสนว่า ผู้ชายคนนี้คนเดิมที่ฉันเคยรัก ใช่คนเดียวกับคนที่กำลังหลอกลวงฉันในตอนนี้หรือไม่ ฉันเจอโพสต์หนึ่งที่เขาพูดถึงความยากลำบากในการเงิน และความกดดันที่เขาต้องเผชิญ มันทำให้ฉันเริ่มเข้าใจถึงแรงจูงใจบางอย่างของเขา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหรือความโกรธของฉันลดลงไปเลย ฉันเปิดเข้าไปในโปรไฟล์ของเพื่อนสนิทของภัทรคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่ฉันเคยเห็นหน้าเขาบ้าง ฉันตัดสินใจที่จะลองส่งข้อความไปหาเขา "สวัสดีค่ะ... ฉันคือ... (ชื่อของฉัน) เป็นแฟนเก่าของภัทรค่ะ" ฉันพิมพ์ข้อความอย่างระมัดระวัง "ฉันได้ข่าวมาว่าภัทรมีปัญหาเรื่องหนี้สิน และกำลังหลบหนีอยู่ ฉันอยากจะขอทราบข้อมูลจากคุณหน่อยค่ะ พอจะทราบไหมคะว่าภัทรอยู่ที่ไหน หรือว่าเขามีปัญหาอะไรจริงๆ" ฉันรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะมีใครสักคนที่จะให้คำตอบกับฉันได้ แต่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ข้อความของฉันก็ยังคงเป็น "ส่งแล้ว" ในที่สุด ฉันก็ยอมแพ้ ฉันปิดคอมพิวเตอร์ แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ฉันมองเพดานห้องที่ว่างเปล่า ความคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ ฉันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ฉันรู้เพียงสิ่งเดียว คือชีวิตของฉันกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

5,137 ตัวอักษร