ตอนที่ 1 — กลิ่นหอมลึกลับในห้องประชุม
แสงไฟสีส้มนวลสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมชั้นบนสุดของตึก "อินฟินิตี้ คอร์ปอเรชั่น" สะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนนิ่งสง่าอยู่เบื้องหน้าโปรเจคเตอร์ จิตติพัฒน์ หรือที่ใครๆ เรียกขานกันว่า "คุณภาค" CEO หนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ใบหน้าคมเข้มดุจเทพบุตร ผสมผสานกับแววตาที่แฝงไปด้วยความเฉลียวฉลาดและความลึกลับเกินหยั่งถึง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพง เผยให้เห็นถึงอำนาจและบารมีที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง แม้จะยืนนิ่งๆ แต่ทุกสายตาในห้องกลับจับจ้องไปที่เขาเพียงผู้เดียว
"ทุกท่านครับ" เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานไปทั่วห้อง "ผมเรียกประชุมวันนี้เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัทเรา"
ผู้บริหารระดับสูงหลายคนในห้องพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง รอฟังคำประกาศสำคัญ แต่ในใจของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่เคยมีครั้งไหนที่ประธานบริษัทจะเรียกประชุมเร่งด่วนแบบนี้โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
"เราจะขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" จิตติพัฒน์เอ่ยต่อ น้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น "และเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแผนนี้ ผมได้ตัดสินใจแต่งตั้งคุณนิรชา เป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศคนใหม่"
ชื่อของ "นิรชา" ทำให้เกิดเสียงซุบซิบเบาๆ ขึ้นในห้อง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจคนเก่าเพิ่งจะลาออกไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และตำแหน่งนี้ก็ถูกปล่อยว่างมาโดยตลอด การแต่งตั้งคนใหม่ทันทีเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา
"คุณนิรชา" จิตติพัฒน์หันไปทางหญิงสาวที่นั่งเงียบๆ อยู่หัวโต๊ะด้านหนึ่ง เธอเป็นหญิงสาวที่สวยสง่าในแบบของตัวเอง ผมยาวสีดำขลับถูกรวบเป็นหางม้าอย่างเรียบร้อย ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เขาอย่างมั่นคง ใบหน้าขาวผ่องปราศจากเครื่องสำอางจัดจ้าน แต่กลับมีออร่าบางอย่างที่ดึงดูดสายตาจนยากจะละือน
"ขอบคุณค่ะคุณภาค" นิรชาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน
"ผมเชื่อมั่นในความสามารถของคุณนิรชา" จิตติพัฒน์กล่าวต่อ "เพราะเธอคือคนที่ผมไว้ใจที่สุด และมีวิสัยทัศน์ที่จะนำพาบริษัทของเราไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น"
คำว่า "ไว้ใจที่สุด" นั้น ทำให้บางคนในห้องขมวดคิ้ว จิตติพัฒน์เป็นคนที่มีภาพลักษณ์เข้าถึงยาก ไม่เคยมีข่าวคราวเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับใครในบริษัทเลย การกล่าวเช่นนี้ย่อมมีความหมายแฝงอย่างแน่นอน
"และอีกเรื่องหนึ่ง" จิตติพัฒน์เว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อ "ผมขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับคุณหนูของผม"
สิ้นเสียงนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง เธอสวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนขับผิวขาวผ่อง ดวงตาโตเป็นประกาย ผมยาวสลวยเคลียไหล่ ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตา เธอเดินตามชายหนุ่มเข้ามาอย่างเชื่องช้า ท่าทางดูประหม่าเล็กน้อย
"เธอคนนี้คือคุณแก้วใส" จิตติพัฒน์แนะนำ "เธอจะเข้ามาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผม"
บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก ใครๆ ต่างก็รู้ว่าจิตติพัฒน์ไม่เคยมีผู้ช่วยส่วนตัวมาก่อน และการปรากฏตัวของแก้วใสที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสา ยิ่งทำให้เกิดคำถามมากมายในใจของผู้บริหารเหล่านั้น
"คุณแก้วใส" จิตติพัฒน์หันไปทางเธอ "แนะนำตัวเองหน่อย"
แก้วใสหันไปมองหน้าจิตติพัฒน์อย่างเกรงใจ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้คนในห้อง "สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อแก้วใสนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านค่ะ" เสียงหวานใสของเธอทำให้ผู้คนในห้องรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง แต่ก็ยังคงมีความสงสัยอยู่
"ผมขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือกับคุณนิรชา และคุณแก้วใสอย่างเต็มที่" จิตติพัฒน์กล่าวปิดการประชุม "และหลังจากนี้ ขอเชิญคุณนิรชา และคุณแก้วใส ตามผมมาที่ห้องทำงานด้วยครับ"
หลังจากที่ผู้บริหารคนอื่นๆ ทยอยออกจากห้องไปแล้ว นิรชาและแก้วใสก็เดินตามจิตติพัฒน์ออกจากห้องประชุมไปอย่างเงียบๆ
ในลิฟต์ส่วนตัวที่มุ่งหน้าสู่ชั้นบนสุด บรรยากาศกลับมาอึดอัดอีกครั้ง แก้วใสยืนนิ่งอยู่ข้างจิตติพัฒน์ ก้มหน้าเล็กน้อย ส่วนนิรชา ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย มองตรงไปข้างหน้า
"ทำไมคุณภาคถึงทำแบบนี้คะ" นิรชาเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก เสียงของเธอเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยคำถามที่เธออยากรู้
จิตติพัฒน์หันไปมองเธอเล็กน้อย "ผมทำเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท และผมเชื่อว่าคุณนิรชาก็คิดเหมือนกัน"
"แต่การแต่งตั้งฉันกับน้องแก้วใสพร้อมกันแบบนี้ มันจะทำให้คนอื่นสงสัยนะคะ" นิรชาพูดต่อ "โดยเฉพาะคุณแก้วใส ที่เพิ่งเข้ามาใหม่"
"ความสงสัยของคนอื่นเป็นเรื่องของพวกเขา" จิตติพัฒน์ตอบ "หน้าที่ของเราคือการทำงานให้ดีที่สุด"
"แล้วความสัมพันธ์ของพวกเราล่ะคะ" นิรชาถามเสียงเบาลง "มันไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเราจริงๆ หรือคะ"
จิตติพัฒน์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ผมจะจัดการเอง"
ลิฟต์เปิดออกสู่ห้องทำงานส่วนตัวของจิตติพัฒน์ที่อยู่ชั้นบนสุดของตึก ห้องทำงานของเขาตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ก็แฝงไปด้วยความเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นสีเข้มตัดกับผนังสีขาวสะอาดตา มีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองได้ทั้งเมือง
"เชิญนั่งครับ" จิตติพัฒน์ผายมือไปยังโซฟาตัวใหญ่ "คุณนิรชา กับคุณแก้วใส"
ทั้งสองสาวนั่งลงบนโซฟาตามคำเชิญ จิตติพัฒน์เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะหยิบเอกสารสองปึกขึ้นมา
"นี่คือแผนการดำเนินงานเบื้องต้นสำหรับตลาดใหม่" เขาโยนเอกสารปึกหนึ่งให้กับนิรชา "และนี่ คือหน้าที่ของคุณแก้วใส" เขาโยนเอกสารอีกปึกให้กับแก้วใส
นิรชาเปิดเอกสารขึ้นอ่านอย่างรวดเร็ว หน้าที่ของเธอคือการวางแผนกลยุทธ์ทั้งหมด ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การเจรจาต่อรอง ไปจนถึงการบริหารจัดการทีมงานในต่างประเทศ
ส่วนแก้วใส เธอเปิดเอกสารที่ได้รับมาด้วยความสงสัย ในนั้นมีเพียงรายการกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องจัดเตรียมให้จิตติพัฒน์ในแต่ละวัน รวมถึงการนัดหมายต่างๆ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับความชอบส่วนตัวของเขา
"คุณภาคคะ" แก้วใสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย "งานของดิฉัน...มันคือการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณภาคใช่ไหมคะ"
"ใช่" จิตติพัฒน์ตอบเรียบๆ "และผมคาดหวังว่าคุณจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"
"แต่ดิฉัน..." แก้วใสพยายามจะพูดต่อ "ดิฉัน...ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลยค่ะ"
"ผมรู้" จิตติพัฒน์แทรกขึ้น "แต่ผมเชื่อในตัวคุณ"
นิรชาเหลือบมองแก้วใสด้วยสายตาที่ซับซ้อน เธอรู้ดีว่าจิตติพัฒน์กำลังให้โอกาสอะไรแก้วใส และนั่นทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
"คุณนิรชา" จิตติพัฒน์หันมาทางเธอ "ผมอยากให้คุณช่วยดูแลคุณแก้วใสด้วย"
"หมายความว่ายังไงคะ" นิรชาถาม
"ในฐานะผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศคนใหม่" จิตติพัฒน์อธิบาย "คุณต้องคอยแนะนำและช่วยเหลือคุณแก้วใสในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน"
นิรชาพยักหน้ารับอย่างจำใจ "ค่ะคุณภาค"
"ดี" จิตติพัฒน์กล่าว "งั้นก็เริ่มทำงานกันได้เลย ผมอยากให้คุณนิรชาเริ่มวางแผนกลยุทธ์เบื้องต้นภายในสัปดาห์นี้ ส่วนคุณแก้วใส...ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ให้ถามคุณนิรชาได้เลย"
แก้วใสพยักหน้าตอบรับอย่างเงียบๆ
เมื่อทั้งสองสาวลุกขึ้นเตรียมจะออกจากห้องทำงาน จิตติพัฒน์ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"นิรชา"
"คะ"
"เรื่องของเรา...เธอคิดว่าเราจะจัดการกับมันยังไง"
นิรชาหันกลับไปมองหน้าเขา แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย "ฉันไม่รู้ค่ะ"
"แต่เราต้องหาทาง" จิตติพัฒน์กล่าวเสียงหนักแน่น "เราไม่สามารถปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามามีผลต่อการทำงานได้"
"แต่ถ้า...มันควบคุมไม่ได้ล่ะคะ" นิรชาเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
จิตติพัฒน์มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "เราจะต้องควบคุมมันให้ได้"
หลังจากที่นิรชาและแก้วใสออกจากห้องไปแล้ว จิตติพัฒน์ก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ทำงานของเขา เขามองออกไปนอกหน้าต่าง สูดลมหายใจลึกๆ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การนำคนสองคนที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยเข้ามาทำงานในบริษัทเดียวกัน ย่อมมีความเสี่ยง แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้
ในขณะเดียวกัน นิรชากับแก้วใส ก็เดินออกมาจากห้องทำงานของจิตติพัฒน์อย่างเงียบๆ
"คุณนิรชาคะ" แก้วใสเอ่ยขึ้นอย่างลังเล "คือ...เรื่องเมื่อกี้..."
"ไม่ต้องห่วงค่ะ" นิรชาตอบพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ "ฉันเข้าใจ"
"แต่...ดิฉันรู้สึกไม่ดีเลยค่ะ" แก้วใสพูดต่อ "ที่เข้ามาทำให้งานของคุณนิรชาลำบาก"
นิรชายิ้มบางๆ "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หน้าที่ของเราคือการทำงานให้ดีที่สุด"
"แต่คุณภาค..." แก้วใสชะงักไปเล็กน้อย "เขาดู...เหมือนจะมีอะไรกับคุณนิรชาจริงๆ"
นิรชาหันไปมองแก้วใสอย่างรวดเร็ว "อย่าพูดแบบนั้นนะแก้วใส"
"แต่..."
"เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ" นิรชาตัดบท "ตอนนี้ เราต้องไปเริ่มงานของเราก่อน"
ทั้งสองเดินกลับไปยังแผนกของตนเอง โดยที่ในใจของทั้งคู่ต่างก็เต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกที่สับสนเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในบริษัทแห่งนี้
6,884 ตัวอักษร