รักซ้อนในบริษัท

ตอนที่ 10 / 40

ตอนที่ 10 — ความจริงที่ถูกซ่อนเร้น

"เกี่ยวกับส่วนของการประเมินมูลค่าสินทรัพย์น่ะค่ะ" แก้วใสเอ่ยต่ออย่างระมัดระวัง "มีตัวเลขสองชุดที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ชุดหนึ่งเป็นของฝ่ายบัญชีที่ประเมินไว้ และอีกชุดหนึ่งเป็นของที่ปรึกษาภายนอกที่เพิ่งส่งมา" นิรชาพยักหน้าช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่แก้วใส ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก "ฉันเห็นเอกสารพวกนั้นแล้ว" เธอกล่าวเสียงเบา "เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก" "ละเอียดอ่อนในแง่ไหนคะ" แก้วใสถาม เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างที่นิรชาไม่ยอมบอก "ดิฉันกังวลว่ามันอาจจะส่งผลเสียต่อการตัดสินใจในการควบรวมกิจการนะคะ" "มันอาจจะ" นิรชาถอนหายใจ "คุณจิตติพัฒน์กำลังพยายามจัดการเรื่องนี้อยู่" "จัดการในแง่ไหนคะ" แก้วใสย้ำคำถาม "เขาพยายามจะปกปิดความผิดพลาด หรือพยายามจะปรับตัวเลขให้ดูดีขึ้นอย่างนั้นหรือคะ" นิรชาเงยหน้าขึ้นสบตาแก้วใส "แก้วใส เธอรู้ไหมว่าการเจรจาครั้งนี้มันสำคัญกับบริษัทของเราแค่ไหน" "ทราบค่ะ" แก้วใสตอบ "แต่ดิฉันคิดว่าความโปร่งใสก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ" "แน่นอน" นิรชาเห็นด้วย "แต่ในบางครั้ง สถานการณ์มันก็บีบบังคับให้เราต้องเลือกทางที่ยากลำบาก" "ทางที่ยากลำบากที่คุณจิตติพัฒน์เลือก คือการหลอกลวงและปิดบังอย่างนั้นหรือคะ" แก้วใสถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะตัดพ้อ "ดิฉันไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ดิฉัน...คนที่ดิฉันเคยให้ความเชื่อมั่น จะทำแบบนี้" นิรชาเอื้อมมือมาวางบนแขนของแก้วใสอย่างปลอบโยน "ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีนะแก้วใส แต่บางที เรื่องมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดทั้งหมด" "แล้วมันเป็นอย่างไรคะ" แก้วใสถามอย่างคาดคั้น "กรุณาบอกดิฉันสักทีเถอะค่ะ ดิฉันเหนื่อยกับการต้องคาดเดาและรู้สึกสับสนแบบนี้เต็มทนแล้ว" นิรชาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูด "คุณจิตติพัฒน์รู้ว่าตัวเลขที่ประเมินโดยที่ปรึกษาภายนอกนั้นเป็นจริง" แก้วใสเบิกตากว้าง "หมายความว่า...ตัวเลขของฝ่ายบัญชีของเรา..." "เป็นตัวเลขที่ถูกบิดเบือน" นิรชาพูดต่อ "มีบางคนในฝ่ายบัญชีพยายามปรับตัวเลขให้ดูดีเกินจริง เพื่อให้การควบรวมกิจการดูน่าสนใจมากขึ้น" "ใครคะ" แก้วใสถามเสียงสั่น "ใครทำเรื่องนี้" "เรื่องนั้น...เป็นเรื่องที่คุณจิตติพัฒน์กำลังสืบหาอยู่" นิรชาตอบ "เขาเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ไม่นาน และเขาก็กำลังพยายามหาหลักฐานอยู่" "แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกดิฉันแต่แรกคะ" แก้วใสรู้สึกเหมือนถูกต้อนเข้ามุม "ทำไมต้องให้ดิฉันมานั่งสงสัย และคิดว่าคุณภาค...คุณจิตติพัฒน์...กำลังหลอกลวงดิฉัน" "เพราะเขาต้องการความแน่นอนก่อน" นิรชาอธิบาย "เขาไม่อยากจะกล่าวหาใครลอยๆ และเขาก็ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายออกไปก่อนที่จะมีหลักฐานชัดเจน" "แต่การที่ดิฉันต้องมารับรู้เรื่องราวทั้งหมดแบบนี้ มันก็ทำให้ดิฉันรู้สึกแย่เหมือนกันนะคะ" แก้วใสกล่าว "มันเหมือนดิฉันกำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความจริงกับสิ่งที่คุณภาคพยายามจะปกปิด" "ฉันรู้" นิรชาถอนหายใจ "และฉันก็ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากแบบนี้" "แล้วตอนนี้ดิฉันควรจะทำอย่างไรคะ" แก้วใสถาม "ดิฉันควรจะเชื่อในข้อมูลของที่ปรึกษาภายนอก หรือควรจะเชื่อในสิ่งที่ฝ่ายบัญชีของเราพยายามจะนำเสนอ" "สิ่งที่เธอควรทำ คือการทำตามหน้าที่ของเธอต่อไป" นิรชาตอบ "รวบรวมข้อมูลทั้งหมด วิเคราะห์อย่างรอบคอบ และรายงานตามข้อเท็จจริงที่เธอพบ" "แต่ถ้ามีใครบางคนพยายามจะขัดขวางดิฉันล่ะคะ" แก้วใสถามอย่างกังวล "ถ้ามีคนพยายามจะบิดเบือนข้อมูล หรือทำลายหลักฐาน" "ฉันจะคอยดูอยู่ข้างๆ เธอเอง" นิรชาให้คำมั่น "และถ้ามีอะไรที่เธอต้องการความช่วยเหลือ หรือรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ก็บอกฉันได้เสมอ" แก้วใสพยักหน้า เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยที่ได้รู้ความจริงบางส่วน แม้ว่าเรื่องราวจะยังคงซับซ้อนและมีเงื่อนงำอยู่ก็ตาม "ขอบคุณค่ะ คุณนิรชา" "เราเป็นทีมเดียวกันนะแก้วใส" นิรชายิ้มให้ "และเราก็ต้องช่วยกันผ่านเรื่องยากๆ นี้ไปให้ได้" แก้วใสกลับมาที่โต๊ะทำงานของเธอด้วยความคิดที่สับสนปนเป เธอเริ่มมองเห็นภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น และตระหนักว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้อาจจะไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของการเมืองภายในบริษัทเท่านั้น แต่อาจจะมีเรื่องของการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เธอหยิบเอกสารการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ขึ้นมาดูอีกครั้ง คราวนี้ด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป เธอเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเคยถูกมองข้ามไป และพยายามเชื่อมโยงมันเข้ากับข้อมูลอื่นๆ ที่เธอมี "ต้องมีใครสักคนที่ทำเรื่องนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง "และดิฉันต้องหาให้เจอ" จิตติพัฒน์เดินเข้ามาหาแก้วใสที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "แก้วใส" เขาเรียก "เธอได้คุยกับนิรชาแล้วใช่ไหม" แก้วใสพยักหน้า "ค่ะ" "ฉันรู้ว่าเธอคงจะรู้สึกแย่" จิตติพัฒน์กล่าว "แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวงเธอ" "แต่คุณก็ทำค่ะ" แก้วใสตอบ "คุณปิดบังความจริงจากดิฉัน" "ฉันมีเหตุผลของฉัน" จิตติพัฒน์พยายามอธิบาย "ฉันต้องการให้เธอปลอดภัย และฉันก็ต้องการจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองก่อน" "แล้วตอนนี้คุณจัดการได้แล้วหรือยังคะ" แก้วใสถาม "หรือคุณยังต้องการให้ดิฉันต้องมานั่งสงสัย และรอคอยความจริงที่ถูกเปิดเผยอยู่เรื่อยๆ" จิตติพัฒน์มองแก้วใสด้วยสายตาที่เจ็บปวด "ฉันเข้าใจ" เขาพยักหน้า "ฉันรู้ว่าฉันทำผิดพลาดไป" "ความผิดพลาดครั้งนี้มันใหญ่หลวงเกินไปนะคะ" แก้วใสกล่าว "มันทำให้ดิฉันมองคุณเปลี่ยนไปเลย" "ฉันจะพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็น" จิตติพัฒน์กล่าวอย่างหนักแน่น "ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย และฉันจะทำให้เธอเชื่อใจฉันอีกครั้ง" แก้วใสได้แต่พยักหน้า เธอไม่รู้ว่าจะเชื่อในคำพูดของเขาอีกได้หรือไม่ แต่เธอก็ต้องยอมรับว่า เธอเองก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ยังคงมีให้กับเขาอยู่ลึกๆ "ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดการกับปัญหาเรื่องการประเมินมูลค่าสินทรัพย์" จิตติพัฒน์กล่าว "เธอได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมบ้าง" แก้วใสเล่าเรื่องที่เธอคุยกับนิรชาให้จิตติพัฒน์ฟัง จิตติพัฒน์รับฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย "ถูกต้อง" เขาบอก "มีคนพยายามจะบิดเบือนข้อมูล และเราต้องหาหลักฐานให้ได้โดยเร็วที่สุด" "คุณจะให้ดิฉันช่วยได้อย่างไรบ้างคะ" แก้วใสถาม เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเขาในเรื่องนี้ "ฉันต้องการให้เธอช่วยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับฝ่ายบัญชี" จิตติพัฒน์ตอบ "ทุกอย่างที่เกี่ยวกับงบประมาณ การประเมินมูลค่า และการจ่ายเงินต่างๆ" "ค่ะ" แก้วใสรับคำ "และฉันอยากให้เธอระวังตัวให้มากๆ" จิตติพัฒน์เสริม "คนที่ทำเรื่องนี้ อาจจะทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด" แก้วใสพยักหน้า เธอรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด

5,339 ตัวอักษร