ตอนที่ 26 — การประนีประนอมที่ถูกบีบบังคับ
จิตติพัฒน์เรียกประชุมทีมบริหารระดับสูงอย่างเร่งด่วน เขาเล่าถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้า ทั้งเรื่องข้อตกลงที่ไม่มีผลทางกฎหมาย การข่มขู่ของคุณวิวัฒน์ และการที่เขาพยายามใช้ประวัติทางการเงินของบิดาแก้วใสเป็นเครื่องมือ
"ผมทราบดีว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้ทุกท่านกังวล" จิตติพัฒน์กล่าว "แต่เราต้องไม่ยอมให้คุณวิวัฒน์และพวกของเขาบีบบังคับเราได้"
รองประธานฝ่ายการเงินพยักหน้าเห็นด้วย "คุณวิวัฒน์กำลังเล่นเกมที่อันตรายมากครับ ถ้าเรื่องประวัติทางการเงินของคุณพ่อแก้วใสถูกเปิดเผยออกไป มันจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและลูกค้าของเราอย่างมหาศาล"
"เรามีหลักฐานว่าข้อตกลงที่พวกเขาอ้างถึงนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย" ทนายความของบริษัทกล่าวเสริม "แต่การต่อสู้ทางกฎหมายอาจจะยืดเยื้อ และคุณวิวัฒน์อาจจะปล่อยข่าวลือหรือเอกสารปลอมออกมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของเรา"
"เราต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาว" ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรกล่าว "หากเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา แม้ว่าสุดท้ายเราจะชนะคดี แต่ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัทก็อาจจะประเมินค่าไม่ได้"
จิตติพัฒน์ถอนหายใจ เขาเข้าใจดีถึงความกังวลของทุกคน แต่การยอมอ่อนข้อให้กับคุณวิวัฒน์ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี เขาต้องการหาทางออกที่สามารถปกป้องบริษัทและแก้วใสได้
"ผมเข้าใจในสิ่งที่ทุกท่านกังวล" จิตติพัฒน์กล่าว "แต่เราจะยอมให้คุณวิวัฒน์ข่มขู่ไม่ได้"
ขณะที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น โทรศัพท์ของจิตติพัฒน์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากทนายความส่วนตัวของตระกูลสมชาย
"คุณจิตติพัฒน์ครับ" ทนายความกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม "ผมเพิ่งได้รับการติดต่อจากคุณวิวัฒน์ เขาบอกว่าเขาพร้อมที่จะเจรจาอีกครั้ง"
"เจรจา?" จิตติพัฒน์ถาม "เขาต้องการอะไร"
"เขาบอกว่า เขาพร้อมที่จะลดข้อเรียกร้องลง" ทนายความตอบ "จากเดิมที่ขอส่วนแบ่ง 5% เขายอมรับที่ 3% เป็นเวลา 5 ปี และยินดีที่จะไม่เปิดเผยเรื่องประวัติทางการเงินของคุณพ่อแก้วใส"
จิตติพัฒน์นิ่งไป เขารู้สึกเหมือนถูกบีบให้ต้องเลือกทางที่เจ็บปวดที่สุด การยอมรับข้อเสนอ 3% หมายถึงการยอมเสียผลประโยชน์ของบริษัทไปจำนวนไม่น้อย แต่การปฏิเสธ อาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายที่คาดเดาไม่ได้
"ผมขอเวลาคิดสักครู่ครับ" จิตติพัฒน์กล่าว
เมื่อวางสาย เขาหันไปมองทุกคนในห้องประชุม "คุณวิวัฒน์พร้อมที่จะประนีประนอม เขาเสนอที่จะลดส่วนแบ่งผลกำไรลงเหลือ 3% เป็นเวลา 5 ปี แลกกับการที่เราจะไม่เปิดเผยเรื่องประวัติทางการเงินของพ่อแก้วใส"
บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย
"3% เป็นเวลา 5 ปี..." รองประธานฝ่ายการเงินเอ่ยเบาๆ "เป็นจำนวนที่มาก แต่ก็ยังดีกว่า 5% ตลอดไป"
"แต่เราต้องยอมแลกกับการที่เขาจะเก็บความลับนี้ไว้" ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรกล่าว "และเราก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะรักษาสัญญาหรือไม่"
"ผมกังวลเรื่องความปลอดภัยของแก้วใส" จิตติพัฒน์กล่าว "ถ้าเราไม่ยอม เขาอาจจะหาทางเล่นงานเธออีก"
นิรชาก็แสดงความคิดเห็น "จากข้อมูลที่ฉันได้มา คุณวิวัฒน์กำลังถูกกดดันจากผู้ร่วมลงทุนรายอื่นให้เร่งปิดดีลนี้ เขาอาจจะยอมประนีประนอมเพื่อจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด"
"แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหลังจากนี้เขาจะไม่กลับมาทวงถามอีก" ทนายความของบริษัทถาม
"เราต้องมีสัญญาที่รัดกุม" จิตติพัฒน์กล่าว "เราต้องทำให้แน่ใจว่า ข้อตกลงนี้จะครอบคลุมทุกประเด็น และมีผลผูกพันทางกฎหมาย"
เขาหันไปทางแก้วใส ซึ่งนั่งฟังอย่างเงียบๆ "แก้วใส เธอคิดว่ายังไง"
แก้วใสเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่น "ฉันไม่อยากให้เรื่องของพ่อฉันมาเป็นภาระของบริษัทค่ะ" เธอกล่าวเสียงเบา "ถ้าการยอมแลกผลประโยชน์บางส่วนจะช่วยปกป้องทุกคน และทำให้เรื่องนี้จบลงอย่างสงบ ฉันก็คิดว่าเราควรจะพิจารณาค่ะ"
จิตติพัฒน์พยักหน้า เขารู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เพื่ออนาคตของบริษัท และเพื่อความปลอดภัยของแก้วใส เขาอาจจะต้องยอมถอยคนละก้าว
"ผมจะยอมรับข้อเสนอของคุณวิวัฒน์" จิตติพัฒน์ประกาศ "แต่มันต้องมีเงื่อนไข เราจะให้ส่วนแบ่ง 3% เป็นเวลา 5 ปีจริง แต่เราจะต้องมีสัญญาที่ชัดเจนว่า เขาจะไม่เรียกร้องสิ่งใดเพิ่มเติมอีก และจะเก็บความลับเกี่ยวกับพ่อของเธอเป็นความลับตลอดไป"
"และเราจะต้องมีหลักฐานยืนยันว่า ข้อตกลงที่เขาอ้างก่อนหน้านี้ไม่มีผลทางกฎหมาย" ทนายความของบริษัทเสริม
"แน่นอน" จิตติพัฒน์ตอบ "เราจะไม่ยอมให้เขาเอาเปรียบเราอีก"
เขาหันไปทางนิรชา "คุณนิรชา ผมขอให้คุณเตรียมเอกสารสัญญาฉบับใหม่ให้รัดกุมที่สุด และประสานงานกับทนายความของตระกูลสมชายเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว"
"ค่ะคุณจิตติพัฒน์" นิรชาตอบรับ
จิตติพัฒน์มองไปรอบๆ ห้อง เขาเห็นความไม่สบายใจในแววตาของทุกคน แต่ก็มีความเข้าใจในสถานการณ์เช่นกัน "ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เราต้องการ แต่บางครั้ง การประนีประนอมก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาเสถียรภาพของเรา"
เขายังคงรู้สึกไม่พอใจกับสถานการณ์นี้ แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปกป้องทุกคนที่เกี่ยวข้อง การต่อสู้ครั้งนี้อาจจะจบลงด้วยการประนีประนอมที่ถูกบีบบังคับ แต่เขาสัญญาว่าเขาจะหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ในอนาคต
"เราจะร่วมมือกันเพื่อทำให้บริษัทของเราแข็งแกร่งขึ้น" จิตติพัฒน์กล่าว "และผมจะหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อแก้วใสให้ได้"
แก้วใสส่งยิ้มบางๆ ให้เขา เธอรู้สึกขอบคุณที่จิตติพัฒน์เข้าใจและพร้อมที่จะสนับสนุนเธอเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้
4,337 ตัวอักษร