ตอนที่ 28 — การสืบค้นเบื้องหลังความจริง
จิตติพัฒน์ยืนมองแก้วใสที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารที่เขาเพิ่งยื่นให้ มือของเขากำแน่นด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องทำให้เธอต้องกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตอันเจ็บปวดอีกครั้ง แต่เขาก็เชื่อมั่นว่านี่คือหนทางเดียวที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบิดาเธอได้
"นี่มัน... เอกสารเกี่ยวกับโครงการของบริษัทเก่าคุณพ่อเหรอคะ" แก้วใสเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ ดวงตาฉายแววสับสน
"ใช่ครับ" จิตติพัฒน์พยักหน้า "ผมได้ขอให้ทนายความส่วนตัวของผมช่วยรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทของบิดาคุณ ผมเชื่อว่ามีบางอย่างที่ทำให้คุณวิวัฒน์นำเรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือได้"
แก้วใสมองเอกสารเหล่านั้นอย่างละเอียด ตัวเลข งบประมาณ รายงานการประชุม ทุกอย่างดูเป็นปกติเหมือนบริษัททั่วไป แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างในน้ำเสียงและท่าทีของจิตติพัฒน์
"แต่... เอกสารพวกนี้มันก็ดูปกติทุกอย่างนี่คะ" เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา "ทำไมคุณวิวัฒน์ถึงต้อง... "
"นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมกำลังสงสัย" จิตติพัฒน์ตัดบท "ผมเชื่อว่าคุณวิวัฒน์ไม่ได้ต้องการแค่ผลประโยชน์จากบริษัทของเรา แต่เขามีเป้าหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอดีตของบิดาคุณด้วย"
นิรชาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอ่ยเสริมขึ้น "ฉันลองสืบดูตามที่คุณจิตติพัฒน์สั่งแล้วค่ะ พบว่าโครงการใหญ่ที่คุณพ่อแก้วใสเคยทำไว้เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน เคยมีปัญหาเรื่องการเงินบางส่วน แต่ก็ถูกปิดเรื่องไปโดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ"
แก้วใสอึ้งไป เธอจำได้เลาๆ ว่าช่วงนั้นบิดาของเธอค่อนข้างเครียด และมักจะกลับบ้านดึกดื่นกว่าปกติ แต่เธอก็คิดว่าเป็นเพราะความกดดันจากการทำงาน
"ปัญหาเรื่องการเงิน... หมายความว่ายังไงคะ" แก้วใสถามอย่างระแวง
"เหมือนว่าจะมีข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินทุนบางส่วนในโครงการนั้นครับ" นิรชาอธิบาย "แต่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน และสุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินคดีใดๆ เกิดขึ้น"
"แล้วคุณวิวัฒน์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง" จิตติพัฒน์ถาม เขารู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
"นั่นคือคำถามที่สำคัญที่สุดค่ะ" นิรชาตอบ "แหล่งข่าวที่ฉันใช้สืบเรื่องของคุณวิวัฒน์ ระบุว่าเขาติดต่อกับอดีตพนักงานคนหนึ่งของบริษัทเก่าบิดาคุณแก้วใส เป็นพนักงานที่ถูกให้ออกไปพร้อมๆ กับการปิดโครงการพอดี"
จิตติพัฒน์ครุ่นคิด "แสดงว่าเขาอาจจะได้รับข้อมูลจากคนๆ นั้น"
"เป็นไปได้สูงค่ะ" นิรชาพยักหน้า "และที่สำคัญ คนๆ นั้นมีประวัติที่ค่อนข้างน่าสงสัย มีหนี้สินจำนวนมาก และเคยมีคดีเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการฉ้อโกงมาก่อน"
แก้วใสเริ่มรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง เธอไม่เคยคิดว่าเรื่องราวในอดีตของบิดาเธอจะซับซ้อนได้ขนาดนี้ "แล้ว... แล้วเราจะทำยังไงคะ"
"เราต้องหาหลักฐานมายืนยันว่าบิดาคุณบริสุทธิ์" จิตติพัฒน์ตอบอย่างหนักแน่น "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายท่านเด็ดขาด"
"แต่เราจะหาหลักฐานจากไหนคะ" แก้วใสถามอย่างหมดหวัง "โครงการนั้นปิดไปนานแล้ว เอกสารหลายอย่างก็น่าจะถูกทำลายไปแล้ว"
"ผมคิดว่ายังไงก็ต้องมีอะไรเหลืออยู่" จิตติพัฒน์กล่าว "เราจะเริ่มจากการตรวจสอบบัญชีทั้งหมดของโครงการนั้นอย่างละเอียด และพยายามตามหาอดีตพนักงานคนนั้นให้เจอ"
"ฉันจะช่วยค่ะ" แก้วใสกล่าวอย่างมุ่งมั่น "ฉันอยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพ่อของฉันไม่ได้ทำอะไรผิด"
"ขอบคุณครับ" จิตติพัฒน์ยิ้มให้เธอ "ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่เราจะทำไปด้วยกัน"
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จิตติพัฒน์และทีมงานของเขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาติดต่อขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบบันทึกทางการเงิน และสัมภาษณ์อดีตพนักงานบางส่วนที่ยังสามารถติดต่อได้
นิรชาใช้เครือข่ายข้อมูลของเธออย่างเต็มที่ เธอสืบประวัติของอดีตพนักงานคนที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด และพบว่าเขามีความขัดแย้งกับบิดาของแก้วใสมาก่อนหน้านี้ เพราะเคยถูกจับได้ว่าทุจริตในโครงการ
"เจอแล้วค่ะ" นิรชาแจ้งข่าวดีให้กับจิตติพัฒน์ "อดีตพนักงานคนนั้นชื่อคุณสมชาย เขาเคยมีปากเสียงกับคุณพ่อแก้วใสเรื่องการบริหารเงินทุนในโครงการจริงๆ และมีหลักฐานว่าเขาพยายามจะบิดเบือนข้อมูลบางอย่าง"
"เยี่ยมมาก!" จิตติพัฒน์อุทานด้วยความดีใจ "แล้วเราจะติดต่อเขาได้ยังไง"
"เขาเพิ่งถูกให้ออกจากงานที่ทำอยู่เมื่อไม่นานมานี้ค่ะ" นิรชาตอบ "ตอนนี้เหมือนจะใช้ชีวิตอย่างลำบาก เลยน่าจะเป็นไปได้ที่เราจะเจรจาต่อรองกับเขาได้"
จิตติพัฒน์วางแผนอย่างรอบคอบ เขาตัดสินใจที่จะพบกับคุณสมชายด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังความจริงจากปากของเขา
"ผมจะลองไปคุยกับคุณสมชายดู" จิตติพัฒน์บอกแก้วใส "ผมอยากจะให้คุณรออยู่ที่นี่ก่อน"
"ไม่ค่ะ" แก้วใสปฏิเสธทันที "ฉันจะไปด้วย"
"แต่..." จิตติพัฒน์ลังเล
"ฉันอยากจะเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ค่ะ" แก้วใสยืนกราน "นี่คือเรื่องของพ่อฉัน ฉันต้องไป"
สุดท้าย จิตติพัฒน์ก็ยอมตกลง เขาเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของแก้วใส และรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้เธอต้องเป็นส่วนหนึ่งของมัน
เมื่อทั้งสองเดินทางไปถึงสถานที่ที่นัดพบกับคุณสมชาย บรรยากาศก็ดูอึมครึม คุณสมชายดูแก่กว่าวัย ท่าทางอิดโรย และมีแววตาที่บ่งบอกถึงความสิ้นหวัง
"คุณสมชายครับ" จิตติพัฒน์ทักทาย "ผมจิตติพัฒน์ และนี่คุณแก้วใส"
คุณสมชายมองแก้วใสด้วยความประหลาดใจ เขาจำเธอได้ทันที ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความรู้สึกผิด ความละอาย และความโกรธ
"ผม... ผมไม่คิดว่าคุณแก้วใสจะมาด้วย" คุณสมชายกล่าวเสียงแหบพร่า
"คุณสมชายคะ" แก้วใสเอ่ยขึ้น "ฉันอยากจะรู้ความจริงทั้งหมด"
คุณสมชายถอนหายใจยาว เขาดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง
"ผม... ผมผิดไปแล้วครับ" คุณสมชายยอมรับ "ผมเป็นคนเดียวที่สร้างปัญหาให้กับโครงการนั้น"
"หมายความว่ายังไงคะ" แก้วใสถาม
"ตอนนั้นผมมีปัญหาเรื่องหนี้สินมาก" คุณสมชายเล่า "ผมเลยแอบเอาเงินทุนบางส่วนของโครงการไปใช้ ผมคิดว่าผมจะหาทางชดใช้คืนได้ทัน แต่เรื่องมันบานปลายกว่าที่คิด"
"แล้วคุณเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณวิวัฒน์ได้ยังไง" จิตติพัฒน์ถาม
"ผม... ผมไม่รู้ว่าคุณวิวัฒน์รู้เรื่องนี้ได้ยังไง" คุณสมชายส่ายหน้า "เขาติดต่อผมมาเอง เขาบอกว่าเขามีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับผม และถ้าผมยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณพ่อแก้วใส เขาจะช่วยผมให้พ้นจากปัญหาหนี้สิน"
"คุณวิวัฒน์หลอกใช้คุณ!" แก้วใสอุทานด้วยความโกรธ
"ผมก็คิดแบบนั้นครับ" คุณสมชายกล่าว "แต่ตอนนั้นผมจนตรอกแล้ว ผมเลยยอมทำตามที่เขาบอก"
จิตติพัฒน์มองคุณสมชายด้วยความเห็นใจ เขาเข้าใจดีว่าบางครั้งคนเราก็ทำผิดพลาดได้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้น
"แล้วคุณให้ข้อมูลอะไรคุณวิวัฒน์ไปบ้าง" จิตติพัฒน์ถาม
"ผม... ผมบอกเขาว่าเคยเห็นคุณพ่อแก้วใสทำบัญชีบางอย่างที่ดูไม่น่าไว้ใจ" คุณสมชายอธิบาย "จริงๆ แล้วผมแค่อยากจะเบี่ยงเบนความสนใจไปจากตัวผมเอง"
"คุณวิวัฒน์ต้องการหลักฐาน" จิตติพัฒน์กล่าว "และคุณก็ให้สิ่งที่เขาต้องการ"
"ผมเสียใจจริงๆ ครับ" คุณสมชายก้มหน้า "ผมไม่รู้ว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้"
จิตติพัฒน์รู้ว่านี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เขาต้องการ เขาได้ข้อมูลจากปากของคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง และมันจะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบิดาแก้วใสได้
"ขอบคุณคุณสมชายมากครับ" จิตติพัฒน์กล่าว "ข้อมูลที่คุณให้มามีค่ามาก"
"ผม... ผมอยากจะขอโทษคุณแก้วใสอีกครั้ง" คุณสมชายกล่าว "ผมจะไม่ยอมให้คุณวิวัฒน์มาเอาเปรียบผมอีกแล้ว"
เมื่อออกจากที่พบปะ คุณสมชายแล้ว แก้วใสก็โผเข้ากอดจิตติพัฒน์ด้วยความดีใจ
"ขอบคุณนะคะคุณจิตติพัฒน์" แก้วใสกล่าว "คุณช่วยพ่อของฉันได้จริงๆ"
"เรายังไม่จบแค่นี้นะครับ" จิตติพัฒน์กล่าว "เราต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมด และเผชิญหน้ากับคุณวิวัฒน์"
เขาหันไปมองนิรชาที่ยืนรออยู่ "นิรชา เตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อม เรามีงานใหญ่ที่ต้องทำ"
6,057 ตัวอักษร