ตอนที่ 34 — การเฉลิมฉลองและความก้าวหน้า
"จำได้ไหมคะ วันแรกที่เราเจอกัน" แก้วใสกล่าวพลางส่งยิ้มหวานให้จิตติพัฒน์ "ฉันยังจำได้ดีเลยค่ะ วันนั้นฉันตื่นเต้นมาก เกือบจะทำกาแฟหกใส่คุณแล้ว"
จิตติพัฒน์หัวเราะเบาๆ "ผมก็จำได้ ผมคิดว่าคุณคงจะเป็นพนักงานใหม่ที่ซุ่มซ่ามที่สุดเท่าที่เคยเจอมา"
"แล้วตอนนี้ล่ะคะ" แก้วใสแกล้งถาม "ยังซุ่มซ่ามอยู่ไหม"
"ตอนนี้คุณเป็นคนที่รอบคอบที่สุดเท่าที่ผมรู้จัก" จิตติพัฒน์ตอบ ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "และเป็นคนที่ผมรักมากที่สุดด้วย"
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักและความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นจากความสัมพันธ์อันยาวนาน การผ่านพ้นอุปสรรคครั้งใหญ่มาด้วยกันได้หล่อหลอมให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และทำให้ความผูกพันของทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
วันรุ่งขึ้น จิตติพัฒน์และแก้วใสได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัท ณ โรงแรมหรูใจกลางเมือง งานนี้จัดขึ้นเพื่อขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักมาโดยตลอด รวมถึงเป็นการเปิดตัวแผนธุรกิจใหม่สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น ผู้คนมากมายมาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จที่บริษัทได้บรรลุ
"คุณจิตติพัฒน์คะ" เสียงทักทายดังขึ้นมาจากด้านหลัง จิตติพัฒน์หันไปมอง พบว่าเป็นคุณหญิงมาลินี มารดาของเขาที่มาพร้อมกับคุณสุภัทรา เพื่อนสนิท
"คุณแม่ครับ คุณป้า" จิตติพัฒน์กล่าวทักทายพร้อมกับผายมือเชิญ "เชิญด้านในเลยครับ"
"แม่ดีใจมากเลยนะลูก ที่เห็นบริษัทของลูกประสบความสำเร็จขนาดนี้" คุณหญิงมาลินีเอ่ยชม "โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่ามีใครบางคนคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง" คุณหญิงมาลินีเหลือบมองไปทางแก้วใสที่กำลังยืนคุยอยู่กับแขกคนหนึ่ง
แก้วใสเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าจิตติพัฒน์และมารดาของเขากำลังคุยกันอยู่ "สวัสดีค่ะคุณหญิง"
"สวัสดีค่ะคุณแก้วใส" คุณหญิงมาลินีตอบ "ฉันขอขอบคุณแทนลูกชายของฉันจริงๆ ที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี และช่วยประคับประคองบริษัทมาจนถึงวันนี้"
"ดิฉันทำในสิ่งที่ควรจะทำค่ะ" แก้วใสกล่าวถ่อมตน "คุณจิตติพัฒน์เองก็เก่งมากค่ะ"
"แม่เชื่อว่าต่อไปบริษัทจะต้องก้าวหน้าไปอีกไกล" คุณหญิงมาลินีกล่าว "โดยเฉพาะเมื่อมีคุณแก้วใสอยู่เคียงข้าง"
ขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไป จิตติพัฒน์ก็ได้กล่าวปราศรัยบนเวที เขาขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนบริษัทสามารถผ่านพ้นวิกฤตมาได้ และกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในอนาคต ที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
"ผมเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของคณะผู้บริหารชุดใหม่ และด้วยความทุ่มเทของพนักงานทุกท่าน บริษัทของเราจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน" จิตติพัฒน์กล่าว "และผมก็โชคดีมาก ที่มีคุณแก้วใส เคียงข้างผมเสมอมา" เขาหันไปมองแก้วใสที่ยืนอยู่ข้างเวที พร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งงาน หลังจากจิตติพัฒน์กล่าวปราศรัยจบ แก้วใสก็ได้ขึ้นไปกล่าวต่อ เธอได้นำเสนอแผนการตลาดใหม่ที่เน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
"เราจะใช้ทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย" แก้วใสกล่าว "เราจะสร้างแบรนด์ให้เป็นมากกว่าแค่บริษัทผลิตสินค้า แต่เราจะเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม"
ในงานเลี้ยงวันนั้น นอกเหนือจากความสำเร็จทางธุรกิจที่ถูกเฉลิมฉลองแล้ว ยังมีความสัมพันธ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นระหว่างจิตติพัฒน์และแก้วใส ความรักที่ทั้งสองมีให้กัน ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความรักที่เริ่มต้นจากความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ก็สามารถเบ่งบานและเติบโตไปได้อย่างงดงาม
เมื่อแขกเหรื่อทยอยเดินทางกลับไปหมดแล้ว จิตติพัฒน์และแก้วใสก็ได้ใช้เวลาส่วนตัวพูดคุยกัน ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่า
"เหนื่อยไหมคะ" แก้วใสถาม พลางซบลงบนไหล่ของจิตติพัฒน์
"ไม่เหนื่อยเลย" จิตติพัฒน์ตอบ "มีความสุขมากกว่า" เขากอดเธอไว้แน่น "ผมดีใจนะ ที่เราผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกันได้"
"ดิฉันก็ดีใจค่ะ" แก้วใสกล่าว "มันเหมือนฝันเลยนะคะ จากวันที่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ของเรามันจะไม่มีทางเป็นไปได้"
"ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอแหละ ถ้าเราเชื่อมั่นในกันและกัน" จิตติพัฒน์กระซิบข้างหูเธอ "ขอบคุณนะ ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้"
"ขอบคุณคุณเหมือนกันค่ะ ที่ทำให้ดิฉันได้เจอความสุขที่แท้จริง" แก้วใสเงยหน้าขึ้นไปมองเขา ดวงตาของเธอเป็นประกายไปด้วยความรัก "ต่อไปเราจะเดินหน้าต่อไปด้วยกันนะคะ"
"แน่นอน" จิตติพัฒน์ตอบ "เราจะสร้างอนาคตร่วมกัน"
ทั้งสองจุมพิตกันอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงจันทร์ ราวกับจะเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไว้ตราบนานเท่านาน การเฉลิมฉลองนี้ไม่ใช่เพียงแค่การฉลองความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการฉลองการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ ที่จะร่วมกันก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ที่แก้วใสได้วางกลยุทธ์ไว้ ผลิตภัณฑ์ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายของบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างให้ความสนใจในศักยภาพของบริษัท ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนเพิ่มเพื่อขยายธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้
จิตติพัฒน์ในฐานะประธานกรรมการบริหาร และแก้วใสในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ได้ร่วมกันบริหารงานบริษัทให้ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขาทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งเบาภาระหน้าที่ซึ่งกันและกัน และสนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกๆ ด้าน
"คุณว่าเราควรจะขยายตลาดไปต่างประเทศเลยไหมคะ" แก้วใสถามในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร "จากผลตอบรับที่ดีของผลิตภัณฑ์ในประเทศ ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดี"
"ผมเห็นด้วย" จิตติพัฒน์กล่าว "เราควรจะเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ และวางแผนการตลาดในระดับสากลได้แล้ว"
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัท ที่จะก้าวออกจากขอบเขตของตลาดภายในประเทศ ไปสู่ตลาดโลก การทำงานที่แข็งแกร่งและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างจิตติพัฒน์และแก้วใส คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
4,885 ตัวอักษร