รักซ้อนในบริษัท

ตอนที่ 8 / 40

ตอนที่ 8 — เงาในความสัมพันธ์

แก้วใสยังคงรู้สึกสับสนและเสียใจหลังจากได้พูดคุยกับนิรชา การได้รู้ความจริงทั้งหมดทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา การที่จิตติพัฒน์ซึ่งเธอเชื่อมั่นและแอบมีใจให้ กลับเป็นคนที่สร้างแผนการใหญ่และใช้เธอเป็นส่วนหนึ่งของมัน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างรุนแรง "ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนะ" เธอพึมพำกับตัวเองขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเห็นนิรชาเดินตรงมาทางโต๊ะทำงานของเธอ แก้วใสรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้จะยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ก็ตาม "แก้วใส" นิรชาเอ่ยขึ้นเมื่อมาถึง "ฉันขอคุยกับเธออีกสักครู่ได้ไหม" แก้วใสพยักหน้า "ค่ะ" ทั้งสองเดินไปที่มุมเงียบๆ ของแผนก ที่ซึ่งมีโซฟาเล็กๆ วางอยู่ นิรชานั่งลงก่อน แล้วแก้วใสก็ตามมา "ฉันเข้าใจนะว่าตอนนี้เธอคงจะรู้สึกแย่มากๆ" นิรชาเริ่มพูด "และฉันก็ขอโทษแทนคุณจิตติพัฒน์ด้วย ที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บปวดแบบนี้" "ฉันแค่อยากจะเข้าใจค่ะ" แก้วใสกล่าวเสียงเบา "ทำไมถึงต้องมีเรื่องซับซ้อนแบบนี้ ทำไมคุณภาคถึงต้องหลอกดิฉัน" "เขาไม่ได้หลอกเธอในทุกเรื่องนะแก้วใส" นิรชาพยายามอธิบาย "เขาเห็นศักยภาพในตัวเธอ เขาอยากให้เธอได้เรียนรู้และเติบโตจริงๆ" "แต่การเอาดิฉันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องลับๆ แบบนี้ มันไม่ใช่การให้โอกาสค่ะ" แก้วใสสวนกลับ "มันเหมือนการเอาดิฉันมาเป็นตัวประกัน" "ฉันรู้ว่ามันอาจจะดูเหมือนอย่างนั้น" นิรชายอมรับ "แต่คุณจิตติพัฒน์มีเหตุผลของเขา เขาเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะทำให้บริษัทของเราแข็งแกร่งขึ้นมาก และเขาต้องการคนที่เขาไว้ใจอยู่ใกล้ๆ ในระหว่างกระบวนการนี้" "แล้วความสัมพันธ์ของคุณภาคกับคุณล่ะคะ" แก้วใสถามตรงๆ "มันเป็นแค่ภาพลวงตาเพื่อปกปิดเรื่องนี้ใช่ไหมคะ" นิรชาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างหนักแน่น "ความสัมพันธ์ของเราเป็นเรื่องจริงแก้วใส มันไม่ใช่ภาพลวงตา" แก้วใสเงยหน้ามองนิรชา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสน "แต่...ถ้าเป็นเรื่องจริง ทำไมคุณถึงต้องเก็บเป็นความลับขนาดนั้นล่ะคะ" "เพราะมันมีผลกระทบกับหลายๆ คน" นิรชาถอนหายใจ "ถ้าเรื่องของเราถูกเปิดเผยออกไป มันจะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นไปอีก มันจะถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด และจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาควบรวมกิจการด้วย" "แล้วดิฉันล่ะคะ" แก้วใสถามต่อ "ดิฉันควรจะทำอย่างไรต่อไป" "ฉันหวังว่าเธอจะให้โอกาสคุณจิตติพัฒน์นะ" นิรชาตอบ "ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเอง และให้โอกาสตัวเองได้เรียนรู้จากสถานการณ์นี้" "แต่ฉันจะเชื่อใจเขาได้อย่างไรอีกคะ" แก้วใสถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ในเมื่อเขาปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้" "ฉันรู้ว่ามันยาก" นิรชาเห็นน้ำตาคลอเบ้าของแก้วใส "แต่บางครั้ง...คนเราก็ต้องทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการตัดสินใจที่ยากลำบากก็ตาม" "แล้วถ้าดิฉันรับไม่ได้ล่ะคะ" แก้วใสถาม "ถ้าดิฉันไม่สามารถทำงานที่นี่ต่อไปได้" นิรชาเงียบไปชั่วครู่ "ถ้าเธอรู้สึกว่าไปต่อไม่ไหวจริงๆ เราจะหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ" บทสนทนาของทั้งสองจบลงด้วยความอึมครึม แก้วใสยังคงเต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี ในขณะเดียวกัน จิตติพัฒน์ก็กำลังเผชิญกับความกดดันอย่างหนักจากคณะกรรมการบริหาร เขาพยายามเร่งการเจรจาควบรวมกิจการอย่างเต็มที่ แต่ก็มีอุปสรรคมากมายเกิดขึ้น "คุณจิตติพัฒน์ครับ" เสียงของทนายความฝ่ายตรงข้ามดังผ่านทางโทรศัพท์ "เรามีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างหนี้สินของบริษัทคุณ เราต้องการเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้" "ผมจะส่งให้ทันทีครับ" จิตติพัฒน์ตอบเสียงห้วน เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับการต่อรองที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขาหันไปมองรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เป็นรูปของเขากับแก้วใสที่ถ่ายเมื่อครั้งไปร่วมงานเลี้ยงของบริษัท ทั้งสองยิ้มแย้มมีความสุข ภาพนั้นทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมาก "ผมต้องทำให้ได้" เขาพึมพำกับตัวเอง "ผมต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้น" เย็นวันนั้น ขณะที่แก้วใสนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ เธอก็เห็นจิตติพัฒน์เดินออกมาจากห้องทำงานของนิรชา ทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่จิตติพัฒน์จะหันไปทางอื่น ภาพนั้นทำให้หัวใจของแก้วใสบีบรัด เธอไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไรกันแน่ และเธอควรจะเชื่อใครดี เธอเหลือบมองนิรชาที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ จิตใจของแก้วใสสับสนยิ่งกว่าเดิม เธอไม่แน่ใจว่าควรจะไว้ใจใครอีกต่อไป "บางที...ฉันควรจะหาทางออกให้กับตัวเอง" แก้วใสคิด เธอตัดสินใจที่จะลองพูดคุยกับคนอื่นในบริษัทที่เธอพอจะไว้ใจได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เธอรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในวังวนของความลับและความไม่ไว้วางใจ

3,682 ตัวอักษร