ตอนที่ 20 — คำสารภาพอันเจ็บปวดของมนตรา
หลังจากคุณวิศิษฐ์ให้การเสร็จสิ้น บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีก็เต็มไปด้วยความอึดอัด ชัยวิทย์นั่งนิ่งราวกับคนไร้สติ เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำไม่ได้
ผู้พิพากษาหันไปทางทนายความของชัยวิทย์ "ทางฝ่ายโจทก์มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่"
ทนายความของชัยวิทย์อึกอัก เขาไม่รู้จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร พยานปากสำคัญของเขาถูกหักล้างโดยคุณวิศิษฐ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
"ท่านผู้พิพากษาครับ... คือ..." ทนายความพยายามจะหาคำพูด
"หากไม่มีอะไรแล้ว" ผู้พิพากษาพูดขึ้น "ก็ถึงคิวของฝ่ายจำเลยครับ"
แดนไทลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาหันไปมองหน้าพริมาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน "ผมขอให้ศาลพิจารณาจากความจริงที่เกิดขึ้นจริง และความรู้สึกของคนสองคนที่รักกันครับ"
เขาหันไปทางคุณหญิงรุ่งนภาและคุณวิชัยที่นั่งให้กำลังใจอยู่ "ผมขอขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ ที่เชื่อมั่นในตัวผมและพริมาเสมอมา"
คุณหญิงรุ่งนภาส่งยิ้มให้แดนไทด้วยความภาคภูมิใจ
"ผมขอให้ศาลได้โปรดพิจารณาว่า การที่ผมและพริมาแต่งงานกันนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิด หรือหลอกลวงใครทั้งสิ้น" แดนไทกล่าว "แต่เป็นเพราะเราได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกัน และเราเลือกที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน"
"ส่วนเรื่องของคุณมนตรา" แดนไทกล่าวต่อ "ผมได้พูดคุยกับเธอไปแล้ว และเธอก็ได้รับรู้ถึงการตัดสินใจของผมแล้ว"
เมื่อแดนไทกล่าวจบ ผู้พิพากษาก็ประกาศพักการพิจารณาชั่วคราว เพื่อให้คณะผู้พิจารณาได้ปรึกษาหารือกัน
พริมาเดินเข้าไปหาแดนไททันที เธอโผเข้ากอดเขาแน่น "ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณจริงๆ"
"ไม่เป็นไรครับ" แดนไทกอดตอบ "ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ"
คุณวิศิษฐ์เดินเข้ามาหาลูกสาว "พริมา... พ่อขอโทษนะ"
พริมาผละออกจากแดนไท แล้วหันไปหาพ่อ "หนูเข้าใจค่ะพ่อ"
"พ่อ... พ่อไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้" คุณวิศิษฐ์พูดเสียงสั่นเครือ "พ่อแค่... พ่อแค่พยายามที่จะปกป้องลูก"
"หนูรู้ค่ะ" พริมาจับมือพ่อ "ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วนะคะ"
คุณหญิงรุ่งนภาเดินเข้ามาหาคุณวิศิษฐ์ "คุณวิศิษฐ์คะ ในที่สุดคุณก็เลือกที่จะพูดความจริง"
คุณวิศิษฐ์มองคุณหญิงรุ่งนภาด้วยสายตาที่รู้สึกผิด "ผม... ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" คุณหญิงรุ่งนภาตอบ "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความจริงปรากฏ"
ชัยวิทย์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาคงคาดไม่ถึงว่า แผนการของเขาจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเช่นนี้
ระหว่างที่รอการตัดสิน พริมาเห็นมนตราปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณโถงศาล เธอมากับทนายส่วนตัว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง
"มนตรา!" พริมาเดินเข้าไปหา
มนตราหันมามองพริมา สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "แก... แกทำอะไรกับแผนของฉัน!"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ" พริมาตอบเสียงเย็น "ความจริงมันก็คือความจริง"
"ไม่จริง! แกมันก็แค่ผู้หญิงที่เข้ามาแย่งทุกอย่างไป!" มนตราตะคอกเสียงดัง "แกมันก็แค่ของตายที่แดนไทได้มาง่ายๆ!"
"ฉันไม่ใช่ของตาย และแดนไทก็ไม่ได้ได้ฉันมาง่ายๆ" พริมาสวนกลับ "ความรักของเรามันมีค่ามากกว่าสิ่งที่แกจะเข้าใจ"
"แก!" มนตราเตรียมจะเข้ามาทำร้ายพริมา แต่ถูกทนายของเธอห้ามไว้
"คุณมนตราครับ ใจเย็นๆ ครับ"
แดนไทเดินเข้ามาประคองพริมาไว้ "อย่าไปใส่ใจเลยครับพริมา"
"ฉันจะไม่ยอมแพ้!" มนตราประกาศกร้าว "ฉันจะทำให้ทุกคนรู้ว่าใครคือคนที่คู่ควรกับแดนไท!"
"คุณมนตราครับ" แดนไทกล่าวอย่างหนักแน่น "ผมบอกคุณไปแล้ว ว่าผมรักพริมา และผมจะไม่มีวันกลับไปหาคุณอีก"
"คุณ... คุณกำลังหลอกตัวเอง!" มนตราพูดเหมือนคนเสียสติ "คุณจะรู้สึกเสียใจที่เลือกผู้หญิงคนนี้!"
"ผมไม่เคยเสียใจที่ได้รักพริมา" แดนไทตอบ "และผมก็จะไม่มีวันเสียใจ"
ทันใดนั้นเอง ชัยวิทย์ก็เดินเข้ามาหาทั้งสามคน
"มนตรา... เราต้องคุยกัน" ชัยวิทย์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
มนตราหันไปมองชัยวิทย์ "คุณ... คุณจะมาทำอะไรตอนนี้"
"ผม... ผมอยากจะขอโทษ" ชัยวิทย์กล่าว "ผมรู้ว่าเราทำผิดพลาดไปมาก"
"ผิดพลาดเหรอ!" มนตราหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "นี่มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดนะชัยวิทย์! นี่มันคือการทำลายทุกอย่างของฉัน!"
"ผมรู้ครับ" ชัยวิทย์ก้มหน้า "ผม... ผมไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้"
"คุณไม่คิด! คุณไม่คิด! แล้วใครจะคิด!" มนตราตะคอก "คุณมันก็แค่คนโง่ที่ถูกใช้!"
"ผม... ผมเสียใจจริงๆ" ชัยวิทย์กล่าว
"เสียใจแล้วได้อะไรขึ้นมา!" มนตราไม่ยอมรับ "ตอนนี้ฉันจะทำยังไง! ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้ว!"
แดนไทมองดูทั้งสองคนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสงสารและสมเพช
"คุณมนตราครับ" แดนไทกล่าว "บางที การยอมรับความจริง และเดินหน้าต่อไป อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
"เดินหน้าต่อไปเหรอ!" มนตราหันมามองแดนไทด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "แล้วฉันจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างที่ฉันต้องการ มันถูกพรากไปหมดแล้ว!"
"คุณชัยวิทย์ครับ" คุณวิศิษฐ์เดินเข้ามาหาชัยวิทย์ "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงร่วมมือกับคุณมนตรา"
ชัยวิทย์เงยหน้ามองคุณวิศิษฐ์ "ผม... ผมก็แค่อยากจะแก้แค้นคุณแดนไท... และผมก็... ถูกมนตราหลอกใช้"
"หลอกใช้?" คุณวิศิษฐ์ถาม
"ใช่ครับ" ชัยวิทย์ตอบ "มนตราบอกผมว่า ถ้าผมช่วยเธอได้ เธอก็จะช่วยผมแก้แค้นแดนไท... ผมก็เลย... หลงเชื่อ"
"คุณนี่มันโง่จริงๆ" มนตราพูดอย่างดูถูก
"ผม... ผมขอโทษครับคุณวิศิษฐ์... ผมขอโทษคุณพริมา... ผมขอโทษคุณแดนไท" ชัยวิทย์กล่าวด้วยความสำนึกผิด
"การขอโทษเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ" ผู้พิพากษาประกาศก้อง "การกระทำของคุณชัยวิทย์และคุณมนตรา ถือเป็นการใส่ร้าย และละเมิดสิทธิผู้อื่นอย่างร้ายแรง"
ผู้พิพากษาเริ่มอ่านคำตัดสิน
"จากพยานหลักฐาน และคำให้การของทุกฝ่าย ศาลวินิจฉัยได้ว่า การสมรสระหว่างคุณแดนไทและคุณพริมานั้น เป็นไปโดยความสมัครใจ และเกิดจากความรักอันแท้จริง"
"ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับ หรือการปกปิดข้อมูล อันเป็นเท็จนั้น ได้รับการหักล้างโดยสิ้นเชิง"
"ดังนั้น ศาลจึงมีคำตัดสินให้ยกคำร้องของฝ่ายโจทก์ และให้การสมรสระหว่างคุณแดนไทและคุณพริมา ถือเป็นโมฆะ"
เสียงปรบมือดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี พริมายิ้มกว้าง เธอโผเข้ากอดแดนไทอีกครั้ง
"เราชนะแล้วค่ะ!" เธอพูดอย่างดีใจ
"แน่นอนครับ" แดนไทกอดตอบ "ผมบอกคุณแล้ว ว่าเราจะผ่านมันไปได้"
มนตราทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เธอเหลือบมองแดนไทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่พาตัวออกไป
ชัยวิทย์ยืนนิ่ง มองดูแดนไทกับพริมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขาถูกจับกุมตัวในข้อหาให้การเท็จ และร่วมกันใส่ร้ายผู้อื่น
คุณวิศิษฐ์เดินไปหาแดนไท "ผม... ผมขอบคุณคุณมากนะคุณแดนไท ที่คุณไม่เคยทอดทิ้งลูกสาวผม"
"ผมทำในสิ่งที่ผมควรทำครับคุณวิศิษฐ์" แดนไทตอบ "ผมรักพริมา"
คุณหญิงรุ่งนภาและคุณวิชัยเดินเข้ามาหาทั้งคู่ "ยินดีด้วยนะลูก" คุณหญิงรุ่งนภาพูดกับพริมา
"ขอบคุณค่ะคุณแม่" พริมายิ้ม
"เอาล่ะ" คุณวิชัยกล่าว "ตอนนี้ เรากลับบ้านกันเถอะ"
5,405 ตัวอักษร