ตอนที่ 11 — ความหวังที่เลือนราง
น้ำวางสายโทรศัพท์ลงด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง ภาคินยังคงติดต่อไม่ได้ ทำให้ความกังวลใจของเธอทวีคูณขึ้นไปอีก ข่าวที่เธอเพิ่งค้นพบเกี่ยวกับโครงการลงทุนในอดีตของชาญวิทย์นั้น น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ มันไม่ใช่แค่การทุจริตเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่อาจจะทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียทรัพย์สินไป
"ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง" น้ำพูดกับตัวเองเสียงเบา "ฉันจะปล่อยให้เขาทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ต่อไปไม่ได้"
เธอตัดสินใจที่จะปรึกษาคุณวิทย์ ทนายความของบริษัทอีกครั้ง เธออธิบายถึงข้อมูลใหม่ที่เธอค้นพบ และความกังวลใจที่ภาคินยังคงหายตัวไป
"คุณวิทย์คะ ฉันเพิ่งค้นพบข้อมูลบางอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับชาญวิทย์ค่ะ" น้ำเริ่มบทสนทนา "มันเกี่ยวกับโครงการลงทุนโครงการหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตของเขา"
"อืม... ครับ ผมพอจะเคยได้ยินเรื่องนี้อยู่บ้าง" คุณวิทย์ตอบด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด "แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกปกปิดไว้อย่างดี"
"ใช่ค่ะ" น้ำพยักหน้า "แต่ฉันคิดว่าฉันอาจจะพอมีเบาะแสบางอย่างที่จะนำไปสู่การสืบค้นข้อมูลที่ลึกกว่านี้ได้ค่ะ"
"ดีมากครับคุณน้ำ" คุณวิทย์กล่าว "ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะมันอาจจะเป็นหลักฐานที่แข็งแรงพอที่จะเอาผิดเขาได้"
"แต่... ตอนนี้ฉันเป็นห่วงคุณภาคินมากค่ะ" น้ำเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เขาติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ฉันไม่รู้ว่าเขาปลอดภัยหรือเปล่า"
"ผมเข้าใจความกังวลของคุณนะครับคุณน้ำ" คุณวิทย์ปลอบประโลม "ผมจะพยายามติดต่อหาคุณภาคินผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ผมพอจะทำได้นะครับ และในระหว่างนี้ ผมจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลที่คุณให้มาอย่างเต็มที่"
"ขอบคุณมากค่ะคุณวิทย์" น้ำรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ความกังวลใจก็ยังคงไม่จางหายไป
หลังจากวางสายจากคุณวิทย์ น้ำก็กลับมายังหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เธอพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อที่จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการลงทุนดังกล่าวให้ได้มากที่สุด เธอรู้ดีว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเปิดโปงความจริง และทำให้ภาคินปลอดภัย
ในขณะเดียวกัน ชาญวิทย์ก็กำลังรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างหนัก หลังจากที่ภาคินหายตัวไปพร้อมกับหลักฐานบางส่วน เขาไม่แน่ใจว่าภาคินจะไปอยู่ที่ไหน หรือจะนำหลักฐานนั้นไปให้ใคร เขาได้สั่งให้คนของเขาเร่งตามหาภาคิน และพยายามทำลายหลักฐานที่อาจจะเชื่อมโยงมาถึงตัวเขา
"ต้องกำจัดภาคินให้เร็วที่สุด" ชาญวิทย์คิดในใจ "และต้องตามหาหลักฐานที่มันมีอยู่ให้เจอ ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหนก็ตาม"
เขาได้แอบใช้เส้นสายบางอย่างเพื่อสืบหาข่าวคราวของภาคิน แต่ก็ยังคงได้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนนัก มีเพียงข่าวลือว่าภาคินได้หลบหนีไปยังต่างจังหวัดกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
"เพื่อนสนิทเหรอ..." ชาญวิทย์พึมพำ "ฉันต้องรู้ว่าเพื่อนสนิทคนนั้นคือใคร"
เขาจึงได้สั่งให้คนของเขาเริ่มสืบหาตัวเพื่อนสนิทของภาคินคนนั้นทันที เขาพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป้าหมายของเขาสำเร็จ
เมื่อเวลาผ่านไป ความหวังของน้ำก็เริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ ภาคินยังคงติดต่อไม่ได้ และคุณวิทย์เองก็ยังไม่สามารถหาเบาะแสเพิ่มเติมได้เช่นกัน เธอเริ่มรู้สึกท้อแท้ และคิดว่าบางทีเธออาจจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการรอคอย
"ฉันควรจะทำยังไงดี" น้ำถามตัวเอง "ฉันจะรอต่อไปอีกนานแค่ไหน"
ในที่สุด โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้น เธอรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวังที่ริบหรี่ ปรากฏว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"ฮัลโหลค่ะ" น้ำตอบรับด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
"คุณน้ำใช่ไหมครับ" เสียงผู้ชายดังขึ้น "ผม... ผมชื่อสมชายครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทของคุณภาคิน"
น้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยความโล่งใจ "คุณสมชาย! คุณอยู่ที่ไหนคะ! คุณภาคินเป็นยังไงบ้าง!"
"ใจเย็นก่อนนะครับคุณน้ำ" สมชายพูดอย่างใจเย็น "ผมอยู่ที่บ้านของผมครับ... คุณภาคิน... เขาปลอดภัยดีครับ แต่ตอนนี้เขาพักผ่อนอยู่ที่นี่"
"จริงเหรอคะ!" น้ำอุทานด้วยความดีใจ "เขาปลอดภัยจริงๆ ใช่ไหมคะ"
"ครับคุณน้ำ เขาปลอดภัยดี" สมชายยืนยัน "แต่... มีเรื่องที่ผมต้องแจ้งให้คุณทราบ"
"เรื่องอะไรคะ" น้ำถามอย่างกังวล
"คุณภาคิน... เขาจำอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยครับ" สมชายบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "เหมือนกับว่า... เขาสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป"
น้ำรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า "อะไรนะคะ! คุณภาคินจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ! เป็นไปได้ยังไง!"
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณน้ำ" สมชายตอบ "เขาบอกว่าเขาจำได้แค่ว่าเขาหนีออกมา แต่หลังจากนั้น... เขาก็เหมือนจะสับสนไปหมด"
น้ำรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังพังทลายลงตรงหน้า ความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น กลับถูกกระแทกอย่างรุนแรง เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
3,721 ตัวอักษร