ตอนที่ 25 — ชาญวิทย์ปรากฏตัวพร้อมแผนการใหม่
สายลมเย็นยามบ่ายพัดพาเอาละอองฝนบางๆ มาโปรยปราย น้ำก้มลงมองอองศาที่กำลังเล่นทรายอย่างเพลิดเพลิน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ แม้ภายในใจจะยังคงมีเรื่องราวมากมายถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน การปรากฏตัวของชาญวิทย์อีกครั้งหลังจากหายเงียบไปนานกว่าครึ่งเดือน ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจระคนหวาดหวั่น เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากบอกความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุที่พรากชีวิตพ่อแม่ของเธอไป ความจริงที่บ่งชี้ว่าภาคินอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ชาญวิทย์ที่เคยเป็นเหมือนฝันร้ายของเธอกลับกลายเป็นคนที่ยื่นมือเข้ามาพร้อมข้อเสนอที่ฟังดูเหมือนจะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ แต่ในขณะเดียวกัน น้ำก็ไม่สามารถไว้วางใจเขาได้เลย เขาคือคนที่เคยหลอกใช้เธอ เคยทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย เขาจะมาดีหรือมาร้ายกันแน่?
“แม่ครับ ดูผมสิครับ ผมสร้างปราสาททรายใหญ่มากเลยนะ” อองศาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับน้ำ ดวงตาใสแป๋วมองมาที่เธออย่างคาดหวัง
“โอ้โห สวยมากเลยลูก เก่งที่สุดเลย” น้ำพยักหน้าชมเชย พยายามซ่อนความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้า “อองศาอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ ให้แม่ช่วย”
“อยากได้ธงปักบนยอดปราสาทครับ” อองศาบอกเสียงใส
ขณะที่น้ำกำลังช่วยลูกชายปักกิ่งไม้เล็กๆ ที่เปรียบเสมือนธงลงบนยอดปราสาททราย ภาพรถยนต์สีดำคันหรูที่คุ้นตาแล่นเข้ามาจอดเทียบใกล้ๆ ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ชาญวิทย์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ก้าวลงจากรถ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึม แต่ดวงตายังคงฉายแววบางอย่างที่ทำให้น้ำไม่เข้าใจ
“คุณน้ำ” ชาญวิทย์เดินเข้ามาหาเธอ เสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น “ผมขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหมครับ”
น้ำชะงักมือไปครู่หนึ่ง พยายามตั้งสติ “มีอะไรรึเปล่าคะคุณชาญวิทย์” เธอตอบกลับ พลางประคองอองศาให้ยืนขึ้น “อองศา ไปเล่นตรงนั้นก่อนนะลูก แม่ขอคุยกับคุณลุงแป๊บนึง”
อองศาพยักหน้าแล้ววิ่งไปเล่นสนุกต่อ น้ำพยายามทำใจดีสู้เสือ “มีอะไรคะ”
ชาญวิทย์กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมอยากจะขอโทษคุณน้ำเรื่องที่ผ่านมาทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่ผมเคยพูดจาหรือทำอะไรให้คุณไม่สบายใจ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย “และที่ผมหายไป ผมขอโทษด้วย ผมกำลังรวบรวมข้อมูลบางอย่างอยู่”
น้ำเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ข้อมูลอะไรคะ”
“ข้อมูลที่จะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณภาคิน” ชาญวิทย์พูดขึ้น ทำให้คำพูดของเขามีน้ำหนักมากขึ้น “ผมรู้ว่าคุณกำลังสับสน ผมก็เช่นกัน แต่ผมเชื่อว่าคุณภาคินไม่ได้เป็นคนทำ”
“คุณแน่ใจเหรอคะ” น้ำถามเสียงสั่นเครือ “หลักฐานทุกอย่างมันชี้ไปที่เขาหมดแล้ว”
“ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ” ชาญวิทย์ถอนหายใจ “แต่ผมได้คุยกับคนบางคน เขาบอกผมว่ามีบางอย่างที่คุณภาคินไม่รู้เลยจริงๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้น และคนที่เป็นต้นเหตุแท้จริง อาจจะอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คุณคิด”
คำพูดของชาญวิทย์ทำให้สมองของน้ำตีกันยุ่งเหยิง คนใกล้ตัว? ใครกัน? เธอคิดถึงใบหน้าของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่ก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ “ใครคะ คุณหมายถึงใคร”
“ผมยังบอกตอนนี้ไม่ได้ครับ” ชาญวิทย์ส่ายหน้า “เพราะผมเองก็ยังไม่แน่ใจ 100% แต่ผมมีหลักฐานบางอย่างที่ผมอยากให้คุณน้ำดู” เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา “นี่เป็นบันทึกของพยานบางคน และภาพถ่ายบางส่วนที่ผมได้มา มันอาจจะช่วยให้คุณเห็นภาพอะไรบางอย่างชัดเจนขึ้น”
น้ำรับซองเอกสารมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ข้อมูลในนั้นมีทั้งภาพถ่ายเก่าๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับอุบัติเหตุ และข้อความที่เขียนด้วยลายมือของบุคคลนิรนาม ซึ่งพรรณนาถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้น รายละเอียดบางส่วนทำให้เธอรู้สึกขนลุก มันน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นเรื่องแต่งขึ้น
“ทั้งหมดนี่มัน… มันคืออะไรคะ” น้ำถามเสียงแผ่วเบา
“ผมเชื่อว่านี่คือเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่คนที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนั้น” ชาญวิทย์กล่าว “ผมอยากขอความร่วมมือจากคุณน้ำ เรามาทำงานร่วมกัน เพื่อหาความจริง และคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของคุณ”
น้ำเงยหน้าขึ้นมองชาญวิทย์ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล เขาเคยหลอกใช้เธอครั้งแล้วครั้งเล่า เธอจะไว้ใจเขาได้อย่างไรในครั้งนี้ “ทำไมคุณถึงอยากช่วยฉันขนาดนี้คะ” เธอถามตรงๆ “คุณได้อะไรจากเรื่องนี้”
ชาญวิทย์ยิ้มบางๆ “ผมอยากแก้ไขสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดไป ผมเคยทำให้คุณเจ็บปวดมาก และผมก็อยากจะชดเชยในสิ่งที่ผมทำได้” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “และผมก็อยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นจริงๆ”
น้ำมองเข้าไปในดวงตาของชาญวิทย์ พยายามจับโกหก แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นความจริงใจที่น่าประหลาดใจ หรือเธอคิดไปเอง? “ฉัน… ฉันไม่แน่ใจค่ะ”
“ผมเข้าใจครับ” ชาญวิทย์พยักหน้า “แต่ขอให้คุณเก็บเอกสารพวกนี้ไว้ก่อน ลองอ่านดู คิดดูให้ดี ผมจะติดต่อคุณไปอีกครั้งในอีกสองสามวันข้างหน้า” เขาหันไปมองอองศาที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ “เด็กคนนี้เป็นกำลังใจที่ดีของคุณใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” น้ำตอบพร้อมรอยยิ้มที่กลับมาอีกครั้ง
“ดูแลตัวเองให้ดีนะครับคุณน้ำ” ชาญวิทย์กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถและขับออกไป ทิ้งให้น้ำยืนอยู่คนเดียวกลางสายลมเย็นพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยปริศนาและความหวังอันริบหรี่
4,148 ตัวอักษร