ตอนที่ 10 — ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ภาวินีมองกวินท์อย่างหวาดระแวง "ธุระอะไรคะ" เธอถาม เสียงสั่นเล็กน้อย "ทำไมต้องออกไปตอนนี้"
กวินท์ยิ้มเย็น "ฉันบอกแล้วไงว่าเรื่องงาน แล้วเธอจะกังวลอะไร" เขาเดินเข้ามาใกล้ พลางยกมือขึ้นลูบแก้มเธอเบาๆ "นอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เรายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ"
"อะไรคะ" ภาวินีถาม ดวงตาเบิกกว้าง "เรามีอะไรต้องทำอีก"
"เราต้องไปดูบ้านที่กำลังจะตกแต่งใหม่ไง" กวินท์ตอบ "บ้านที่เราจะไปฮันนีมูนกัน"
"ฮันนีมูน" ภาวินีทวนคำ ชื่อนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรง นี่มันเร็วเกินไปหรือเปล่า "แต่เราเพิ่งจะแต่งงานกันนะคะ"
"ใช่" กวินท์เอ่ย "แล้วเราก็ต้องรีบใช้ชีวิตคู่ของเราให้เต็มที่ไง" เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ "เธอจะได้ลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด"
ภาวินีผงะถอยหลัง "คุณหมายความว่ายังไงคะ"
"ก็หมายความว่า" กวินท์กระซิบที่ข้างหูเธอ "ให้เธอลืมเรื่องที่เธอเคยรักธีรเดชไปซะ แล้วหันมารักฉันคนเดียว"
คำพูดนั้นเหมือนมีคมมีดกรีดลงกลางใจ ภาวินีรู้สึกชาไปทั้งตัว "คุณ… คุณพูดอะไรของคุณ"
"ฉันพูดความจริง" กวินท์ตอบเสียงเรียบ "ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อ แต่ฉันก็หวังว่าสักวันเธอจะเข้าใจ" เขาผละออกไป "เอาล่ะ ฉันไปก่อนนะ พักผ่อนให้สบาย"
กวินท์เดินออกจากห้องไป ทิ้งภาวินีให้นั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดของเขา ความหวังที่จุดประกายขึ้นมาเมื่อครู่ ดับวูบลงอย่างรวดเร็ว
ความจริงที่ว่ากวินท์กำลังใช้เธอเป็นเครื่องมือในแผนการแก้แค้นของเขายังคงตามหลอกหลอนเธออยู่เสมอ ภาพของอรสาที่พูดจาเหน็บแนมเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว "ถ้าวันไหนคุณไม่สบายใจจริงๆ ก็มาหาฉันได้นะคะ ฉันยินดีรับฟังเสมอ"
ภาวินีตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชักแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเบอร์ของอรสา
"ฮัลโหลค่ะ" เสียงอรสาตอบรับฟังดูร่าเริง
"คุณอรสาคะ" ภาวินีเอ่ยเสียงแผ่ว "คือ… ตอนนี้ฉันไม่สบายใจเลยค่ะ"
"โอ้… ภาวินี" อรสาอุทาน "เกิดอะไรขึ้นคะ"
"ฉัน… ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดีค่ะ" ภาวินีพยายามกลั้นน้ำตา "แต่… คุณกวินท์เขาพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่มากๆ"
"เขาพูดว่าอะไรคะ" อรสาถาม เสียงจริงจังขึ้น
"เขาบอกว่า… เขาอยากให้ฉันลืมธีรเดช แล้วหันมารักเขาแทน" ภาวินีบอก "เขาบอกว่าเขาจะทำให้ฉันมีความสุข"
อรสาเงียบไปครู่หนึ่ง "ภาวินี… ฉันเข้าใจนะว่าเธออาจจะกำลังสับสน"
"ฉันสับสนจริงๆ ค่ะ" ภาวินีสารภาพ "ฉันไม่รู้ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือการหลอกลวง"
"ฟังนะภาวินี" อรสาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ฉันรู้ว่าเธอรักธีรเดชมากแค่ไหน และฉันก็รู้ว่าเธอคงไม่เคยคิดจะหันไปรักใครได้อีก"
"แต่… คุณกวินท์เขาดูจริงจังนะคะ" ภาวินีเอ่ย "เขาลงทุนลงแรงเพื่อฉันมากมาย"
"นั่นแหละคือปัญหา" อรสาถอนหายใจ "ความจริงใจของเขาอาจจะเป็นการแสดง เพื่อให้แผนการของเขาสำเร็จ"
"คุณหมายความว่า… เขากำลังหลอกฉันอยู่" ภาวินีถาม เสียงสั่นเครือ
"ฉันไม่แน่ใจ" อรสาตอบ "แต่เธอควรจะระวังไว้"
"ฉันควรจะทำยังไงคะ" ภาวินีถามอย่างสิ้นหวัง
"สิ่งแรกที่เธอควรทำ คือการค้นหาความจริง" อรสาแนะนำ "ลองสังเกตท่าทีของเขา ลองถามคำถามที่เจาะลึกเข้าไปอีก"
"ฉัน… ฉันกลัวค่ะ" ภาวินีสารภาพ "ฉันกลัวว่าถ้าฉันพยายามค้นหาความจริง แล้วมันอาจจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง"
"บางครั้ง ความกลัวก็ทำให้เรามองไม่เห็นทางออก" อรสาปลอบ "แต่ถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย เธอก็จะจมปลักอยู่กับความไม่แน่นอนแบบนี้ตลอดไป"
"ฉันจะลองดูค่ะ" ภาวินีตอบ "ขอบคุณนะคะคุณอรสา"
"ไม่เป็นไรจ้ะ" อรสาบอก "ถ้ามีอะไรอีก บอกฉันได้เสมอนะ"
หลังจากวางสายจากอรสา ภาวินีก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยเธอก็มีที่ปรึกษา ที่พร้อมจะรับฟังปัญหาของเธอ
เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังสวนอันกว้างใหญ่ภายใต้แสงจันทร์ ดวงใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมาย กวินท์กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาต้องการอะไรจากเธอจริงๆ จังๆ กันแน่
ในขณะที่ภาวินีพยายามหาคำตอบให้ชีวิตตัวเอง กวินท์ก็กำลังอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนในบาร์หรู เขาจิบเครื่องดื่มอย่างสบายอารมณ์ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ใบหน้าของเขาเรียบเฉยขึ้น
"ว่าไง" กวินท์รับสาย
"คุณกวินท์ครับ" เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากปลายสาย "แผนของเราใกล้จะสำเร็จแล้วครับ"
"ใกล้จะสำเร็จแค่ไหน" กวินท์ถาม "เป้าหมายของเรามีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง"
"เขากำลังหัวเสียครับ" ชายคนนั้นตอบ "เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงแต่งงานกับคุณภาวินีเร็วขนาดนี้"
กวินท์ยิ้มมุมปาก "ดี" เขาพูด "ยิ่งเขาหัวเสียมากเท่าไหร่ แผนการของเราก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น"
"แล้วคุณภาวินีล่ะครับ" ชายคนนั้นถาม "เธอเริ่มสงสัยอะไรบ้างหรือยัง"
"ยัง" กวินท์ตอบ "เธอยังคงเชื่อในสิ่งที่ฉันบอก"
"คุณแน่ใจเหรอครับ"
"ฉันแน่ใจ" กวินท์ยืนยัน "เธอเป็นคนที่อ่อนไหวเกินไป และฉันก็รู้จุดอ่อนของเธอดี"
"แต่ถ้าเธอรู้ความจริงขึ้นมาล่ะครับ"
"ก็คงต้องจัดการ" กวินท์พูดเสียงเย็น "แต่ฉันจะพยายามไม่ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น"
"ครับผม" ชายคนนั้นตอบ "แล้ว… เรื่องบ้านที่กำลังจะตกแต่งใหม่ล่ะครับ"
"ก็ต้องตกแต่งให้สวยงามที่สุด" กวินท์บอก "เป็นบ้านในฝันของเธอ"
"คุณกำลังจะทำให้เธอรักคุณจริงๆ หรือครับ"
กวินท์หัวเราะเบาๆ "ฉันไม่รู้" เขาตอบ "แต่ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำให้เธอเชื่อใจฉัน"
หลังจากวางสาย กวินท์ก็มองไปยังแก้วเครื่องดื่มในมือ แสงไฟสลัวสะท้อนเป็นประกายบนผิวของเหลวสีอำพัน เขากำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ระหว่างความแค้นและความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
เขามาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่เพื่อหาความรัก แต่ยิ่งเขาใกล้ชิดกับภาวินีมากเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งสั่นคลอนมากขึ้นเท่านั้น
เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกแบบนี้คือเมื่อไหร่ หรืออาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ได้
กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ "ไม่" เขาพึมพำกับตัวเอง "ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้"
คืนนั้น ภาวินีแทบจะไม่ได้นอน เธอพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย ความกังวลเกี่ยวกับคำพูดของกวินท์และคำแนะนำของอรสาทำให้เธอไม่มีสมาธิ
เธอคิดถึงเรื่องราวในอดีต นึกถึงความรักที่เธอมีต่อธีรเดช ความเจ็บปวดที่เขาเคยทำกับเธอ แล้วก็สลับกับภาพของกวินท์ที่ดูแลเธออย่างอ่อนโยน
ความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไปหมด เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใคร หรือควรจะรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่
เช้าวันต่อมา ภาวินีลงมาจากห้องด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว กวินท์กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร อ่านหนังสือพิมพ์
"อรุณสวัสดิ์" กวินท์ทักทายเมื่อเห็นเธอ
ภาวินีเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
"เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ" กวินท์ถาม พลางวางหนังสือพิมพ์ลง
"ค่ะ" ภาวินีตอบเสียงแหบพร่า "หัวมันยุ่งไปหมด"
"เรื่องเมื่อคืนสินะ" กวินท์คาดเดา
ภาวินีไม่ตอบ เพียงแต่ก้มหน้ามองจานอาหารตรงหน้า
"ฉันขอโทษ" กวินท์พูด "ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี"
ภาวินีเงยหน้าขึ้นมองเขา "คุณ… คุณหมายความว่ายังไงคะ"
"ฉันหมายความว่า" กวินท์เอ่ย "ฉันอาจจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอเข้าใจผิด"
"เข้าใจผิดเรื่องอะไรคะ" ภาวินีถาม
"เรื่องที่ฉันอยากให้เธอรักฉัน" กวินท์ตอบ "ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรจากเธอขนาดนั้น"
คำพูดของกวินท์ยิ่งทำให้ภาวินีสับสนมากขึ้น เขาพูดเหมือนจะปลอบใจเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนจะย้ำเตือนว่าเธอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการของเขา
"แต่… คุณบอกว่าคุณจะทำให้ฉันมีความสุข" ภาวินีเอ่ย
"ใช่" กวินท์ยอมรับ "ฉันอยากให้เธอมีความสุข และฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข"
"แล้ว… เรื่องบ้านที่กำลังจะตกแต่งล่ะคะ" ภาวินีถาม
"ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เธอมีความสุขไง" กวินท์ตอบ "เราจะได้มีที่อยู่สวยๆ ด้วยกัน"
ภาวินีพยักหน้าช้าๆ พยายามประมวลผลคำพูดของกวินท์
"วันนี้เราจะไปดูบ้านกันนะ" กวินท์กล่าว "เธอพร้อมหรือยัง"
ภาวินีลังเลเล็กน้อย "ฉัน… ฉันจะไหวเหรอคะ"
"ทำไมจะไม่ไหว" กวินท์ยิ้ม "ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ"
เมื่อกวินท์ยืนยันเช่นนั้น ภาวินีก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าตอบรับ
การเดินทางไปดูบ้านหลังใหม่เป็นเหมือนการก้าวเข้าสู่บทละครที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ภาวินีพยายามทำตามบทบาทของภรรยาที่ดี แสดงความตื่นเต้นกับบ้านหลังใหม่ ยิ้มแย้ม พูดคุยกับสถาปนิก แต่ในใจของเธอยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
ขณะที่เธอเดินสำรวจห้องต่างๆ กวินท์ก็คอยอธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้เธอฟัง เขาชี้ให้ดูวิวทิวทัศน์จากหน้าต่าง บอกเล่าถึงสไตล์การตกแต่งที่เขาคิดว่าจะเหมาะกับเธอ
"ผมคิดว่าห้องนี้เหมาะจะเป็นห้องทำงานของคุณนะ" กวินท์บอก พลางเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีหน้าต่างบานใหญ่มองเห็นสวนด้านนอก "เธอจะได้มีสมาธิทำงาน"
ภาวินีมองเข้าไปในห้องอย่างพิจารณา "สวยค่ะ" เธอตอบ "แต่… ฉันไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไหร่"
"ไม่เป็นไร" กวินท์ยิ้ม "ถ้าเธออยากจะพักผ่อน ฉันก็จะจัดมุมเล็กๆ ไว้ให้เธออ่านหนังสือ หรือจะใช้เป็นห้องแต่งตัวก็ได้"
"คุณ… คุณคิดถึงทุกอย่างเลยนะคะ" ภาวินีเอ่ย
"แน่นอน" กวินท์ตอบ "เธอคือภรรยาของฉัน ฉันต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด"
คำพูดเหล่านั้นเหมือนจะทำให้ภาวินีใจอ่อนลงไปบ้าง แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนของอรสา เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกระแวง
เธอตัดสินใจลองถามคำถามที่เจาะลึกเข้าไปอีก "คุณกวินท์คะ… คุณ… คุณเคยรักใครจริงๆ จังๆ บ้างไหมคะ"
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววบางอย่างที่ภาวินีอ่านไม่ออก "ทำไมเธอถึงถามแบบนั้น"
"ก็… ฉันแค่อยากรู้ค่ะ" ภาวินีตอบ "บางที… ฉันก็รู้สึกว่าคุณกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่"
กวินท์ยิ้ม "เธอคิดมากไปแล้ว" เขาบอก "ฉันรักเธอจริงๆ นะ"
คำว่า "รัก" ที่หลุดออกมาจากปากของกวินท์ ทำให้ภาวินีใจหายวาบ เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดนั้นหรือไม่
แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของเขา เธอกลับเห็นแววตาที่ดูจริงใจ จนทำให้เธอเกือบจะหลงเชื่อ
นี่คือความสับสนที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของภาวินี เธอติดอยู่ในวังวนของคำโกหกและการหลอกลวง แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับกวินท์
เขาคือคนที่เธอควรจะเกลียด แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงเริ่มเต้นแรงทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้
นี่คือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่มองไม่เห็นในความสัมพันธ์อันเปราะบางของพวกเขา
7,868 ตัวอักษร