ตอนที่ 11 — ความลับที่ไม่คาดฝัน
หลังจากวันนั้น ภาวินีพยายามที่จะทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง เธอรู้ดีว่ากวินท์กำลังทำทุกอย่างเพื่อแผนการของเขา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเริ่มมีความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นกับเขา การที่กวินท์คอยดูแลเอาใจใส่เธออย่างสม่ำเสมอ การที่เขาแสดงความอ่อนโยนให้เธอเห็น มันกำลังค่อยๆ กัดกินกำแพงที่เธอสร้างไว้
"คุณกวินท์คะ" ภาวินีเอ่ยขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน "คืนนี้… ฉันอยากจะออกไปข้างนอกหน่อยค่ะ"
กวินท์เงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ "จะไปไหน"
"ฉัน… ฉันแค่อยากไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆ คฤหาสน์ค่ะ" ภาวินีตอบ "อากาศดีๆ แบบนี้ ฉันอยากสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง"
กวินท์พิจารณาใบหน้าของเธอครู่หนึ่ง "เธอแน่ใจนะว่าไหว"
"ฉันไหวค่ะ" ภาวินีตอบ "ฉันแค่จะไปเดินเล่นไม่นาน แล้วก็จะกลับมา"
"ก็ได้" กวินท์ยอมตกลง "แต่ฉันจะให้คนขับรถไปส่งเธอ แล้วรออยู่ตรงนั้นตลอดเวลา"
"ไม่เป็นไรค่ะ" ภาวินีรีบปฏิเสธ "ฉันไม่อยากให้ใครลำบาก"
"ถ้าอย่างนั้น… ฉันไปด้วย" กวินท์เสนอ
ภาวินีประหลาดใจเล็กน้อย "คุณจะไปด้วยเหรอคะ"
"แน่นอน" กวินท์ตอบ "ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอไง"
ภาวินีลังเลเล็กน้อย เธออยากมีเวลาคิดทบทวนเรื่องต่างๆ คนเดียว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ใกล้กวินท์
"ก็ได้ค่ะ" เธอตอบ "ขอบคุณนะคะ"
เมื่อถึงเวลาเย็น ภาวินีแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ กวินท์เองก็เช่นกัน เขาเลือกเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงสแล็ค ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความสง่างาม
ทั้งสองเดินเล่นเคียงข้างกันในสวนสาธารณะ บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลมพัดใบไม้
"อากาศดีจริงๆ ค่ะ" ภาวินีเอ่ยขึ้น พลางสูดหายใจลึกๆ
"ใช่" กวินท์ตอบ "เธอชอบที่นี่ไหม"
"ค่ะ" ภาวินีพยักหน้า "มันทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย"
ทั้งสองเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีบทสนทนาที่หนักหน่วง มีเพียงการพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับสิ่งรอบตัว
"คุณกวินท์คะ" ภาวินีเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน "ทำไม… ทำไมคุณถึงเลือกฉัน"
กวินท์หยุดเดิน หันมามองเธอ "เธอหมายความว่ายังไง"
"ฉันหมายความว่า… ทำไมคุณถึงยอมแต่งงานกับฉัน ทั้งๆ ที่คุณมีคนอื่นในใจ" ภาวินีถามตรงๆ
กวินท์นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขามีความซับซ้อน "ฉัน… ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" เขาตอบ "บางที… อาจจะเป็นเพราะเธอเป็นคนเดียวที่ฉันสามารถเชื่อใจได้ในเวลานี้"
คำตอบนั้นทำให้ภาวินีประหลาดใจ "เชื่อใจเหรอคะ"
"ใช่" กวินท์ยืนยัน "ฉันรู้ว่าเธอถูกบังคับให้มาอยู่ที่นี่ แต่ฉันก็เชื่อว่าเธอจะไม่หักหลังฉัน"
"ฉัน… ฉันไม่เข้าใจค่ะ" ภาวินีสับสน "แล้วเรื่องที่คุณบอกว่าคุณรักฉันล่ะคะ"
กวินท์เงยหน้ามองฟ้า "ฉัน… ฉันก็ไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน" เขาตอบ "บางที… ฉันอาจจะกำลังหลอกตัวเองอยู่ก็ได้"
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจภาวินีอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา
"คุณ… คุณกำลังหลอกฉันใช่ไหมคะ" ภาวินีถาม เสียงสั่นเครือ
กวินท์ถอนหายใจ "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเธอ" เขาบอก "แต่… แผนการของฉันมันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ"
"แผนการแก้แค้นของคุณใช่ไหมคะ" ภาวินีถาม น้ำตาคลอเบ้า
กวินท์พยักหน้าช้าๆ "ใช่"
"แล้ว… ความรู้สึกที่คุณมีให้ฉันล่ะคะ" ภาวินีถาม "มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการใช่ไหม"
กวินท์มองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ฉัน… ฉันไม่รู้" เขาตอบ "บางที… มันอาจจะเป็นแบบนั้น"
ภาวินีรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบของเธอกำลังพังทลาย เธอไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เธอเดินออกมาจากกวินท์อย่างช้าๆ
"ภาวินี… เดี๋ยวก่อน" กวินท์เรียกเธอ
แต่ภาวินีไม่หันกลับมา เธอเดินตรงไปที่ม้านั่งริมทะเลสาบ แล้วทรุดตัวลงนั่ง กอดเข่าไว้แน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลริน
กวินท์เดินตามมา ยืนมองเธออยู่ห่างๆ เขาอยากจะเข้าไปปลอบเธอ อยากจะอธิบายทุกอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
"ฉัน… ฉันขอโทษ" กวินท์เอ่ยขึ้นหลังจากความเงียบอันยาวนาน "ฉันไม่ได้อยากให้เธอต้องมาเจ็บปวดแบบนี้"
ภาวินีเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาแดงก่ำ "แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปคะ"
"ฉัน… ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" กวินท์ตอบ "ทุกอย่างมันซับซ้อนเกินไป"
"ซับซ้อนจนฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด" ภาวินีพูดประชด "คุณบอกว่าคุณรักฉัน แต่คุณก็บอกว่าคุณอาจจะแค่หลอกตัวเอง"
"ฉัน… ฉันกำลังสับสน" กวินท์ยอมรับ "ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน"
"รู้สึกแบบนี้เหรอคะ" ภาวินีถาม "รู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง หรือรู้สึกสับสนกับแผนการของคุณ"
กวินท์นิ่งไป "ฉัน… ฉันไม่แน่ใจ" เขาตอบ "แต่ฉันรู้ว่า… ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเจ็บปวด"
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของกวินท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู แล้วใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
"ว่าไง" กวินท์รับสาย
"คุณกวินท์ครับ" เสียงปลายสายฟังดูตื่นตระหนก "มีเรื่องด่วนครับ"
"เรื่องอะไร" กวินท์ถาม
"คุณอาภาสครับ… เขา… เขากำลังจะมีปัญหา"
"ปัญหาอะไร" กวินท์ถามอย่างรวดเร็ว
"เขา… เขาถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินของบริษัทครับ"
ภาวินีได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง "คุณอาภาสเหรอคะ"
กวินท์หน้าซีดเผือด "เป็นไปไม่ได้" เขาพูด "ใครเป็นคนกล่าวหา"
"มีคนส่งหลักฐานบางอย่างไปให้ตำรวจครับ" ปลายสายตอบ "ตอนนี้ตำรวจกำลังจะเข้ามาที่บ้านของคุณอาภาสแล้ว"
กวินท์รีบวางสายโทรศัพท์ หันมามองภาวินีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ภาวินี… เราต้องกลับเดี๋ยวนี้"
"เกิดอะไรขึ้นคะ" ภาวินีถาม
"พ่อเธอ… กำลังมีปัญหา" กวินท์บอก "เราต้องรีบไป"
ทั้งสองรีบกลับไปยังคฤหาสน์ทันที เมื่อไปถึง ภาวินีก็พบว่าสถานการณ์แย่กว่าที่กวินท์คาดไว้มาก เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกำลังค้นบ้านของคุณอาภาส
"คุณอาภาสครับ" กวินท์เดินเข้าไปหาชายชราที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าสลด "เกิดอะไรขึ้นครับ"
"ฉัน… ฉันไม่รู้" คุณอาภาสตอบเสียงสั่น "ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด"
"แต่… มีหลักฐานครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งกล่าว "เอกสารเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคุณได้ทำการโอนเงินจำนวนมหาศาลออกไปจากบริษัท"
"ผม… ผมไม่เคยเห็นเอกสารพวกนี้มาก่อนเลย" คุณอาภาสยืนกราน "ต้องมีคนจัดฉากแน่ๆ"
ภาวินีเดินเข้าไปกอดพ่อของเธอ "พ่อคะ" เธอพูด "ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะหาทางช่วยพ่อเอง"
กวินท์มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นี่คือส่วนหนึ่งของแผนการของเขาเอง
"คุณอาภาสครับ" กวินท์พูด "ผมจะช่วยคุณเอง"
คุณอาภาสเงยหน้ามองกวินท์ด้วยความหวัง "คุณ… คุณจะช่วยผมจริงๆ เหรอ"
"แน่นอนครับ" กวินท์ยืนยัน "ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง"
ขณะที่กวินท์กำลังคิดหาทางแก้ไขสถานการณ์ เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังภาวินี แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง
เขาเริ่มรู้สึกว่าแผนการของเขากำลังจะส่งผลกระทบต่อคนที่เขา… เริ่มจะรู้สึกดีด้วย
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจของกวินท์ เขาจะสามารถแก้ไขสิ่งที่เขาก่อขึ้นมาได้หรือไม่
นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของทั้งสองคน
5,315 ตัวอักษร