ตอนที่ 2 — พันธสัญญาที่ถูกผูกมัดด้วยอำนาจ
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนของคู่บ่าวสาว บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความเงียบที่หนักอึ้ง ภาวินีในชุดนอนผ้าซาตินสีขาวนั่งอยู่บนเตียงกว้าง มือเรียวกำชายผ้าไว้แน่น ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่าและหวาดหวั่น
กวินท์ในชุดนอนสีเข้มยืนพิงกรอบประตู สายตาคมกริบของเขากำลังจับจ้องมาที่เธอ ราวกับจะประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แววตาของเขายังคงฉายประกายเย็นชาเช่นเคย ไม่ต่างจากตอนที่เขาเข้ามาในห้องของเธอเมื่อช่วงหัวค่ำ
"ทำไมยังไม่นอน" เขาถาม น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์
ภาวินีสะดุ้งเล็กน้อย "กำลังจะค่ะ"
"ฉันไม่ชอบรอ" เขาพูดพลางเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมา
เธอรีบลุกขึ้นจากเตียง "ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ"
"ตามสบาย" เขาตอบรับ พร้อมกับเดินไปนั่งลงบนขอบเตียงอีกด้านหนึ่ง ทิ้งระยะห่างระหว่างเราไว้พอสมควร
ภาวินีรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที เธอปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้นเย็นเฉียบ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ก็ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
"ฮือ... ทำไมต้องเป็นแบบนี้" เธอพร่ำพรรณนาออกมาทั้งน้ำตา "ฉันไม่อยากแต่งงานกับเขา... ฉันไม่อยากหลอกลวงใคร"
เธอจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี วันที่ผู้เป็นบิดาของเธอประสบอุบัติเหตุทางธุรกิจอย่างหนัก จนทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาวะล้มละลาย และในขณะเดียวกัน กวินท์ ภัทรเมธา ชายหนุ่มผู้มีอำนาจและอิทธิพล ก็ได้ยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้เข้ามา
"ผมจะช่วยพ่อเธอได้" กวินท์บอกกับเธอในวันนั้น น้ำเสียงของเขาเย็นชาแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน "แต่มีข้อแลกเปลี่ยน"
"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ" เธอถาม เสียงสั่นเครือ
"แต่งงานกับผม" เขาตอบตรงๆ "ภายในหนึ่งเดือน"
เธอตกตะลึงกับข้อเสนอ "คุณ... คุณหมายความว่ายังไงคะ"
"ผมต้องการผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นภรรยาตามกฎหมาย เพื่อให้ผมบรรลุเป้าหมายบางอย่าง" เขาอธิบาย "และเธอคือคนที่เหมาะสมที่สุด"
"แต่... ฉันไม่รู้จักคุณ" เธอโต้แย้ง
"ใช่ เธอไม่รู้จักฉัน" เขาพยักหน้า "แต่พ่อของเธอจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผม และการแต่งงานครั้งนี้คือทางออกเดียว"
ในที่สุด ภาวินีก็ต้องยอมจำนนต่อชะตากรรม เธอไม่มีทางเลือกอื่น พ่อของเธอจำเป็นต้องได้รับการรักษา และครอบครัวของเธอก็ต้องการเงินจำนวนมากเพื่อประคับประคองธุรกิจที่กำลังจะล้มละลาย
เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น ภาวินีก็รีบปาดน้ำตาออกไป เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป
กวินท์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึม "พร้อมแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ" เธอตอบเสียงเบา
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน "ถ้าอย่างนั้น ขึ้นเตียงได้แล้ว"
ภาวินีเดินไปนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้เธออยู่ห่างจากเขาเพียงช่วงแขนเดียว อากาศในห้องดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง
"ฉัน... ฉันอยากจะถามอะไรบางอย่าง" เธอเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
"ว่ามา" เขาตอบ พลางทอดสายตามามองเธอ
"คุณ... คุณมีผู้หญิงในใจอยู่แล้วใช่ไหมคะ" คำถามหลุดปากออกไป ทำให้เธอแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนี
กวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ทำไมถึงถามแบบนั้น"
"ก็... ดูเหมือนคุณไม่ได้แต่งงานกับฉันด้วยความเต็มใจ" เธออธิบาย "และคุณก็ดูเย็นชามาก"
เขายิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "เธอคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องของความรักอย่างนั้นหรือ ภาวินี"
เธอส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ค่ะ"
"ดี" เขาพูดต่อ "เพราะมันไม่ใช่"
"แล้ว... แล้วคุณต้องการอะไรจากการแต่งงานครั้งนี้จริงๆ คะ" เธอถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
กวินท์ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปยืนพิงหน้าต่าง ปล่อยให้แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าคมคายของเขา "มีบางอย่างที่ฉันต้องการ และการแต่งงานกับเธอคือหนทางเดียวที่จะได้สิ่งนั้นมา"
"สิ่งนั้นคืออะไรคะ" เธอถามอย่างอยากรู้
"เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน" เขาตอบเลี่ยงๆ "สิ่งที่เธอต้องรู้คือ เธอคือส่วนหนึ่งของเกมนี้ และเธอต้องทำตามกฎของฉัน"
"กฎ..."
"ใช่" เขากล่าว "กฎของเราคือ การแสดงละครให้คนภายนอกเห็นว่าเรามีความสุข และไม่เปิดเผยความจริงใดๆ เด็ดขาด"
"แล้ว... ถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะคะ" เธอถามอย่างหวาดหวั่น
"ถ้าเธอทำไม่ได้" เขาหันกลับมามองเธอ สายตาคมกริบราวกับใบมีด "ผลที่ตามมา... เธอคงไม่อยากรับรู้"
คำขู่ของเขาส่งผลให้เธอหนาวสะท้านไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่าเขามีอำนาจมากแค่ไหน และถ้าเธอขัดขืน ผลเสียอาจจะตกอยู่กับครอบครัวของเธออีกครั้ง
"ฉันจะทำตามที่คุณต้องการค่ะ" เธอพูดเสียงแผ่ว
"ดี" เขากล่าว "ตอนนี้... ได้เวลานอนแล้ว"
เขาเดินมาที่เตียง แล้วทิ้งตัวลงนอนอีกฝั่งหนึ่ง ทิ้งระยะห่างระหว่างเราไว้เหมือนเดิม ภาวินีค่อยๆ เอนตัวลงนอน หลับตาลงช้าๆ แต่ความคิดมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอคือเจ้าสาวจำเป็นของกวินท์ ภัทรเมธา และชีวิตของเธอต่อจากนี้คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ภาวินีตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า เธอพบว่ากวินท์ได้ลุกออกไปจากเตียงแล้ว มีเพียงโน้ตแผ่นเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
"วันนี้มีประชุมตอนเช้า ฉันจะออกไปก่อน"
เธอถอนหายใจเบาๆ นี่คงเป็นชีวิตแต่งงานของเธอสินะ ชีวิตที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและห่างเหิน
เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกชุดที่สุภาพเรียบร้อยสำหรับการไปพบปะผู้คน ระหว่างที่กำลังแต่งตัว เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ
"นี่มัน... ชุดของใคร" เธอหยิบชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาดู มันไม่ใช่เสื้อผ้าของเธออย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเอง เสียงนาฬิกาปลุกบนโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเตือนจากแซลลี่ ว่าใกล้ถึงเวลาที่เธอจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกอีกครั้ง
"ต้องรีบแล้ว" เธอพึมพำกับตัวเอง พยายามข่มความรู้สึกสับสนไว้ในใจ
เธอรีบแต่งตัวให้เสร็จ แล้วลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของคฤหาสน์หรู แซลลี่นั่งรอเธออยู่แล้ว พร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณภาวินี" แซลลี่กล่าว "เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมคะ"
"สบายดีค่ะ" ภาวินีตอบอย่างสุภาพ "ขอบคุณค่ะ"
"คุณกวินท์ฝากบอกว่า เขาต้องออกไปทำธุระด่วน" แซลลี่กล่าว "และฝากให้คุณภาวินีทานอาหารเช้าให้อร่อยนะคะ"
"ค่ะ"
ขณะที่กำลังทานอาหารเช้า ภาวินีก็อดสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่เธอเจอในตู้ "คุณแซลลี่คะ ชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มในตู้ของฉัน... มันเป็นของใครคะ"
แซลลี่ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างรวดเร็ว "อ๋อ... ชุดนั้นเป็นของคุณกวินท์ค่ะ เขาคงให้คนเอามาเก็บไว้ในตู้ของคุณโดยบังเอิญ"
"แต่... มันเป็นชุดผู้หญิงนะคะ" ภาวินีถามอย่างสงสัย
"เอ่อ... คงเป็นความผิดพลาดของแม่บ้านค่ะ" แซลลี่รีบแก้ตัว "เดี๋ยวฉันจะจัดการให้ค่ะ"
ภาวินีรู้สึกไม่สบายใจกับคำตอบของแซลลี่ เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่สามารถจับต้นชนปลายได้
"คุณภาวินีคะ" แซลลี่เปลี่ยนเรื่อง "วันนี้คุณมีนัดกับนักออกแบบชุดแต่งงานนะคะ คุณกวินท์สั่งให้เตรียมไว้ค่ะ"
"ชุดแต่งงานอีกแล้วเหรอคะ" ภาวินีถาม รู้สึกเหนื่อยใจ
"ใช่ค่ะ" แซลลี่ตอบ "คุณกวินท์อยากให้งานแต่งงานของเราสมบูรณ์แบบที่สุด"
ภาวินีได้แต่ยิ้มแห้งๆ การแต่งงานครั้งนี้ดูเหมือนจะถูกจัดฉากขึ้นมาอย่างดี เพื่อตบตาคนทั้งโลก ราวกับว่าเธอกับกวินท์เป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งคู่เป็นเพียงแค่หมากในเกมของเขา
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" ภาวินีกล่าว "ฉันจะไปพบนักออกแบบตามนัดค่ะ"
เธอเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งแซลลี่ไว้กับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
5,869 ตัวอักษร