ตอนที่ 28 — ความหวังริบหรี่ของอติเทพ
อติเทพเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบสะท้อนความไม่พอใจระคนกับความหงุดหงิด เขาไม่เคยคิดเลยว่าปรางทิพย์จะกล้าทำอะไรบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ การเปิดโปงเรื่องราวทั้งหมดในที่ประชุมผู้ถือหุ้นแบบนั้น มันเกินกว่าที่เขาจะรับได้ เป็นการหักหน้าเขาอย่างรุนแรง ทำให้แผนการที่วางไว้อย่างดีต้องสะดุด เขาคิดว่าปรางทิพย์จะยอมทำตามข้อเสนอของเขาอย่างว่าง่าย แต่เธอกลับเลือกที่จะต่อสู้กลับอย่างไม่เกรงกลัว "ยัยตัวแสบ" เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย เขาเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน เมื่อถึงห้องทำงาน เขาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ ร่างกายของเขากระตุกเล็กน้อยเมื่อนึกถึงรอยยิ้มเย้ยหยันของปรางทิพย์ตอนที่เธอเผชิญหน้ากับเขา "เธอคิดว่าเธอชนะแล้วงั้นเหรอ ปรางทิพย์" เขาเค้นเสียงออกมาอย่างเย็นชา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาเลขาส่วนตัว "หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทคู่แข่งของอัศวโภคินมาให้ฉันทั้งหมด ยิ่งละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดี ฉันต้องการรู้จุดอ่อนทุกอย่างของมัน" เสียงของเขาหนักแน่นและเด็ดขาด เลขาสาวรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธที่แผ่ออกมาจากเจ้านาย "ครับคุณอติเทพ"
หลังจากวางสาย อติเทพก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความคิดแล่นไป เขาต้องหาทางกอบกู้สถานการณ์นี้กลับคืนมาให้ได้ การที่ปรางทิพย์เปิดโปงเรื่องราวทั้งหมด อาจจะทำให้ผู้ถือหุ้นบางส่วนไม่พอใจเขา แต่เขามั่นใจว่าด้วยอำนาจและบารมีที่เขาสั่งสมมานาน จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เขาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายบนโต๊ะทำงาน รูปของเขากับบิดา ผู้ก่อตั้งอัศวโภคิน เขาจำคำพูดของบิดาได้ดี "อติเทพ โลกธุรกิจมันโหดร้าย ถ้าเราไม่แข็งแกร่งพอ เราก็จะถูกเหยียบย่ำ" บิดาของเขาเคยเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่พยายามจะฮุบกิจการ แต่สุดท้าย ด้วยสติปัญญาและความเด็ดขาด เขาก็สามารถเอาชนะมาได้ อติเทพเชื่อว่าเขาเองก็ทำได้เช่นกัน
"เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอกปรางทิพย์" เขาพึมพำ สายตาจับจ้องไปที่รูปของบิดา "ฉันจะทำให้เธอเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้"
ในขณะเดียวกัน ปรางทิพย์ก็กลับมาที่ห้องทำงานของเธอด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่ การเผชิญหน้ากับอติเทพในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอรู้สึกผิดที่ต้องหลอกลวงทุกคน แต่เมื่อต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้ครอบครัวของเธอถูกทำลาย หรือการทำสิ่งที่ต้องทำ เธอก็เลือกอย่างหลัง
"คุณปรางทิพย์คะ" เสียงของกวินท์ดังขึ้นจากหน้าประตู เขาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณทำได้ยอดเยี่ยมมาก"
ปรางทิพย์หันไปมองกวินท์ด้วยความรู้สึกผิด "ขอบคุณค่ะคุณกวินท์ แต่ฉัน... ฉันไม่แน่ใจว่าฉันทำถูกหรือเปล่า"
กวินท์เดินเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่ของเธอเบาๆ "คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ คุณปรางทิพย์ ความจริงควรจะถูกเปิดเผย มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน"
"แต่คุณอติเทพ..." ปรางทิพย์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เขาคงโกรธมากแน่ๆ"
"เขาย่อมมีวิธีจัดการของเขาครับ" กวินท์ตอบ "แต่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือคุณ ปรางทิพย์ คุณปลอดภัยแล้ว คุณได้ปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดไว้ได้"
ปรางทิพย์มองกวินท์ด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณนะคะคุณกวินท์ ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้แน่ๆ"
"ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมควรทำครับ" กวินท์ยิ้ม "ผมเชื่อมั่นในตัวคุณเสมอ"
ทั้งสองมองหน้ากัน ความรู้สึกที่ซับซ้อนก่อตัวขึ้นในใจของทั้งคู่ กวินท์รู้สึกชื่นชมปรางทิพย์ในความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวของเธอ ขณะที่ปรางทิพย์ก็รู้สึกขอบคุณและอบอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้ๆ กวินท์
"หลังจากนี้ คุณจะทำอย่างไรต่อไปครับ" กวินท์ถาม
ปรางทิพย์ถอนหายใจ "ฉันยังไม่รู้เลยค่ะ ฉันต้องคิดทบทวนอีกครั้ง"
"ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ผมก็จะสนับสนุนคุณเสมอครับ" กวินท์กล่าวด้วยความจริงใจ
ในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งเริ่มคลี่คลาย แต่ก็ยังคงมีความตึงเครียดแฝงอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ดูเหมือนจะสงบลง อติเทพกำลังวางแผนตอบโต้ครั้งใหญ่ ในขณะที่ปรางทิพย์ก็กำลังเผชิญหน้ากับผลของการกระทำของเธอ และมีกวินท์คอยเป็นกำลังใจอยู่เคียงข้าง
3,376 ตัวอักษร