ตอนที่ 8 — แผนการเปิดตัวสู่สาธารณะ
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของกวินท์เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาเรียกแซลลี่เข้ามาพบอีกครั้งหลังจากที่ภาวินีออกจากห้องทำงานไป แซลลี่เข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาของเธอแฝงไปด้วยความกังวล
“คุณกวินท์คะ” แซลลี่เอ่ยขึ้น “คุณภาวินีดูเหมือนจะ… ทนต่อไปไม่ไหวแล้วนะคะ”
กวินท์พยักหน้า “ฉันรู้” เขาตอบ “แต่ฉันต้องทำ”
“คุณแน่ใจเหรอคะว่าการทำให้เรื่องของเราดูเป็นเรื่องเป็นราวจะช่วยอะไรได้” แซลลี่ถาม “ในเมื่อต้นเหตุของปัญหาคือเรื่องแก้แค้นของคุณ”
“มันจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของเรา” กวินท์อธิบาย “ทำให้คนภายนอกมองว่าเรามีความสุข และที่สำคัญคือ ทำให้เป้าหมายของฉันตายใจ”
“แต่คุณภาวินี… เธอจะโอเคกับเรื่องนี้จริงๆ เหรอคะ” แซลลี่ถามด้วยความเป็นห่วง “ฉันเห็นเธอเสียใจมาก”
“ฉันรู้” กวินท์ถอนหายใจ “ฉันเองก็รู้สึกแย่” เขาเสริม “แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น แซลลี่ เธอเองก็รู้ว่าแผนการนี้ต้องอาศัยความแนบเนียนแค่ไหน”
“ค่ะ เข้าใจค่ะ” แซลลี่ตอบ “แล้ว… เราจะเริ่มต้นตรงไหนคะ”
“งานการกุศลของมูลนิธิประทีปสว่าง” กวินท์ตอบทันที “เป็นงานใหญ่ที่สุดของปีนี้ คนใหญ่คนโตจะไปกันเยอะ เราต้องไปที่นั่นด้วยกัน”
“คุณจะพาคุณภาวินีไป?” แซลลี่ถามด้วยความประหลาดใจ
“แน่นอน” กวินท์ตอบ “เธอคือภรรยาของฉัน และเธอต้องปรากฏตัวเคียงข้างฉัน”
“แล้ว… คุณคิดว่าจะพูดกับเธออย่างไรคะ” แซลลี่ถาม “เธอเพิ่งจะยอมตกลงอยู่กับคุณต่อ”
“ฉันจะอธิบายให้เธอฟัง” กวินท์กล่าว “ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ และมันจำเป็น เพื่อปกป้องพ่อของเธอ”
“หวังว่าเธอจะเข้าใจนะคะ” แซลลี่กล่าว
“เธอต้องเข้าใจ” กวินท์ยืนยัน “เพราะถ้าเธอไม่เข้าใจ ทุกอย่างที่เราทำมาก็จะสูญเปล่า”
หลังจากแซลลี่ออกไป กวินท์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภาวินี
“ฮัลโหลค่ะ” เสียงของภาวินีตอบรับฟังดูอ่อนล้า
“ภาวินี” กวินท์เรียกชื่อเธอ “ฉันอยากจะชวนเธอไปงาน งานหนึ่ง”
“งานอะไรคะ” ภาวินีถาม
“งานการกุศลของมูลนิธิประทีปสว่าง” กวินท์บอก “คืนวันเสาร์นี้”
ภาวินีเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉัน… ฉันไม่แน่ใจนะคะ”
“ฉันรู้ว่าเธออาจจะยังไม่พร้อม” กวินท์กล่าว “แต่ฉันอยากให้เธอไปนะ”
“ทำไมคะ” ภาวินีถาม
“เพราะฉันอยากให้ทุกคนเห็นว่าเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ” กวินท์อธิบาย “มันจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”
“ง่ายขึ้นสำหรับใครคะ” ภาวินีถาม “สำหรับแผนการแก้แค้นของคุณ หรือสำหรับฉัน”
“สำหรับเราทั้งคู่” กวินท์ตอบ “และสำหรับพ่อของเธอด้วย”
ภาวินีถอนหายใจ “ฉันจะคิดดูก่อนนะคะ”
“ได้” กวินท์ตอบ “แต่ฉันหวังว่าเธอจะตกลงนะ”
เมื่อวางสาย กวินท์ก็หันไปมองรูปถ่ายของพ่อแม่ เขาเห็นรอยยิ้มของพวกเขาแล้วรู้สึกถึงแรงผลักดันอันมหาศาล เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้แผนการนี้สำเร็จ เพื่อแก้แค้นคนที่ทำลายครอบครัวของเขา และเพื่อปกป้องภาวินี
วันศุกร์ต่อมา ภาวินีตัดสินใจที่จะไปงานเลี้ยง กวินท์รู้สึกดีใจที่เธอตอบตกลง แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทดสอบครั้งใหญ่
“คุณแน่ใจนะคะว่าจะให้ฉันไป” ภาวินีถามกวินท์ขณะที่กำลังเลือกชุดราตรีที่ส่งมาให้
“แน่ใจ” กวินท์ตอบ “เธอคือภรรยาของฉัน และเธอต้องอยู่เคียงข้างฉัน”
“แล้วฉันควรจะ… ทำตัวอย่างไรคะ” ภาวินีถาม
“ทำตัวตามปกติ” กวินท์ตอบ “ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรามีความสุข”
ภาวินีพยักหน้า แต่ในใจเธอกลับรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยชินกับการต้องแสดงละครต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้
“คุณกวินท์คะ” ภาวินีพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้า… ถ้ามีใครถามเรื่องของเรา ฉันควรจะตอบว่าอย่างไรคะ”
“บอกไปว่าเรามีความสุขดี” กวินท์ตอบ “แล้วก็ยิ้มเข้าไว้”
ภาวินีพยักหน้ารับ ถึงแม้ว่าในใจของเธอจะรู้สึกสับสนและเจ็บปวด แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอต้องทำตามคำขอของเขา เพื่อพ่อของเธอ
คืนวันเสาร์มาถึง ภาวินีในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มดูสวยสง่าราวกับเจ้าหญิง เธอเดินเคียงข้างกวินท์เข้าสู่งานเลี้ยง ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ทั้งคู่ กวินท์สวมกอดเอวเธอไว้แน่น คอยประคองเธอให้เดินไปอย่างมั่นคง
“คุณสวยมาก ภาวินี” กวินท์กระซิบข้างหูเธอ
ภาวินีเงยหน้ามองเขา ยิ้มบางๆ “ขอบคุณค่ะ”
กวินท์บีบเอวเธอเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจ เขาพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อให้แผนการของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น
“คุณภาวินีคะ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ภาวินีหันไปมอง พบกับคุณหญิงมณีรัตน์ ผู้เป็นแม่ของธีรเดช
“สวัสดีค่ะ คุณหญิง” ภาวินีทักทายอย่างสุภาพ
“ไม่เจอกันนานเลยนะจ๊ะ” คุณหญิงมณีรัตน์กล่าว “เห็นข่าวเรื่องแต่งงานของเธอกับคุณกวินท์แล้ว ก็ดีใจด้วยนะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ” ภาวินีตอบ
“คุณกวินท์ดูเป็นคนอบอุ่นดีนะจ๊ะ” คุณหญิงมณีรัตน์หันไปทางกวินท์ “ดูแลน้องภาวินีให้ดีนะจ๊ะ”
“ผมจะดูแลเธอเป็นอย่างดีครับ คุณหญิง” กวินท์ตอบพร้อมกับยิ้ม
ภาวินีรู้สึกใจเต้นแรงเมื่อได้ยินคำพูดของกวินท์ เธอไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มของเขามันจริงใจแค่ไหน หรือเป็นเพียงการแสดงละคร
“เอ่อ… คุณกวินท์คะ” ภาวินีพูดขึ้นมา “ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”
“ได้” กวินท์ตอบ “ฉันจะรออยู่ตรงนี้นะ”
ภาวินีเดินออกจากงานไป เธอเดินไปยังระเบียงด้านนอกเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ เธอรู้สึกเหนื่อยล้ากับการต้องแสดงละครตลอดเวลา
“เป็นไงบ้าง” เสียงหนึ่งดังขึ้น ภาวินีหันไปมอง พบกับแซลลี่
“ก็… ก็ดีค่ะ” ภาวินีตอบ “แต่ฉันรู้สึกเหนื่อย”
“เข้าใจค่ะ” แซลลี่กล่าว “การต้องแสร้งทำเป็นมีความสุขมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“คุณก็รู้สึกเหมือนกันเหรอคะ” ภาวินีถาม
“บางครั้งค่ะ” แซลลี่ตอบ “แต่หน้าที่ของฉันคือต้องทำตามที่คุณกวินท์สั่ง”
“แล้วคุณคิดว่าเขาจะทำอะไรต่อไปคะ” ภาวินีถาม
“ฉันไม่รู้แน่ชัดค่ะ” แซลลี่ตอบ “แต่สิ่งที่ฉันรู้แน่ๆ คือเขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย”
ภาวินีมองออกไปยังสวนกว้าง เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหลือเกิน เธอกำลังเดินไปในทิศทางไหนกันแน่
4,498 ตัวอักษร