ตอนที่ 26 — ความจริงที่ซ่อนเร้นในอดีต
ในวันถัดมา บรรยากาศภายในบริษัทกลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้จะยังคงมีเสียงซุบซิบและความสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็ให้ความสนใจกับทิศทางใหม่ของบริษัทภายใต้การบริหารของคณะกรรมการชุดใหม่
นาราเดินเข้ามาในออฟฟิศของกวินท์ เธอเห็นเขากำลังนั่งจ้องมองเอกสารกองโตอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเขาดูครุ่นคิดและจริงจัง "คุณกวินท์คะ"
กวินท์เงยหน้าขึ้นมา "อ้าว คุณนารา มาแล้วเหรอครับ"
"ค่ะ" นาราตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ "เรื่องอีเมลนั่นเป็นยังไงบ้างคะ"
กวินท์ถอนหายใจยาว "ผมตรวจสอบเบื้องต้นแล้วครับ และดูเหมือนว่าข้อมูลในอีเมลนั้นจะมีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย"
นาราขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไงคะ"
"คืออย่างนี้ครับ" กวินท์เริ่มอธิบาย "จากข้อมูลที่คุณได้รับ และจากเอกสารที่ผมรวบรวมได้ พบว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีการโอนเงินจำนวนมากออกจากบัญชีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับมรดกของคุณพ่อ ออกไปเข้าบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทแห่งนี้มีชื่อคุณสมชายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่"
"คุณสมชายอีกแล้วเหรอคะ" นาราอุทานด้วยความไม่เชื่อ "แต่คุณสมชายถูกปลดออกจากตำแหน่งไปแล้วนี่คะ"
"นั่นเป็นเรื่องของปัจจุบันครับ" กวินท์กล่าว "แต่ในอดีต เขาเป็นคนที่กุมอำนาจในบริษัทพอสมควร และข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าเขาอาจจะเกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์สินของคุณพ่อของคุณตั้งแต่ก่อนที่คุณพ่อจะป่วยหนักเสียอีก"
"แต่มันก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนใช่ไหมคะ" นาราถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ครับ" กวินท์ยอมรับ "หลักฐานที่ผมมีตอนนี้ มันเป็นเพียงข้อบ่งชี้ และการโอนเงินนั้นก็ทำในลักษณะที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ยากต่อการติดตาม แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเราขุดคุ้ยลงไปให้ลึกกว่านี้ เราอาจจะเจออะไรบางอย่าง"
"แล้วเราจะทำยังไงต่อคะ" นาราถาม
"ผมได้สั่งให้ทีมกฎหมายตรวจสอบประวัติและธุรกรรมของบริษัทที่คุณสมชายถือหุ้นอยู่ทั้งหมดแล้วครับ" กวินท์ตอบ "และผมก็กำลังพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คุณพ่อของคุณเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล"
"คุณกวินท์คะ" นาราเอ่ยขึ้น "ฉันรู้สึกผิดจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องมารับภาระเรื่องนี้"
"คุณนาราครับ" กวินท์รีบขัดขึ้น "นี่ไม่ใช่ภาระครับ นี่คือความรับผิดชอบของผม" เขาเอื้อมมือมาจับมือของเธอไว้ "ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรม ผมจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำผิดลอยนวลไปได้"
นารามองเข้าไปในดวงตาของกวินท์ เธอเห็นความมุ่งมั่นและความจริงใจในแววตาของเขา มันทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง "ขอบคุณค่ะ"
"แล้วคุณนาราครับ" กวินท์กล่าวต่อ "ผมอยากจะขอให้คุณช่วยผมอีกอย่างหนึ่ง"
"บอกมาได้เลยค่ะ"
"ผมอยากจะขอให้คุณลองนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่คุณพ่อของคุณป่วยหนักครับ" กวินท์อธิบาย "มีใครที่คุณพ่อของคุณเคยพูดถึงเป็นพิเศษไหมครับ หรือมีเหตุการณ์อะไรที่ดูผิดปกติไปจากเดิมบ้าง"
นารานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว "ก็...มีบางอย่างนะคะ"
"อะไรครับ" กวินท์ถามอย่างสนใจ
"ช่วงนั้น คุณพ่อของฉันดูเหมือนจะกังวลใจมากค่ะ" นาราเล่า "เขาชอบนั่งเงียบๆ อยู่คนเดียวบ่อยๆ และบางครั้งก็ดูเหมือนจะพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก"
"คุณแม่ของคุณ หรือญาติคนอื่นเคยพูดถึงเรื่องนี้บ้างไหมครับ"
"ไม่เลยค่ะ" นาราตอบ "ทุกคนมัวแต่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของคุณพ่อ จนไม่ได้สังเกตอะไรเป็นพิเศษ"
"แล้วมีใครที่เข้ามาเยี่ยมคุณพ่อของคุณบ่อยๆ ไหมครับ ในช่วงเวลานั้น"
"ก็มีคุณสมชายค่ะ" นาราตอบ "เขามาเยี่ยมบ่อยมาก มาให้กำลังใจทุกวันเลยค่ะ"
กวินท์พยักหน้าช้าๆ "ผมพอจะเดาได้แล้วครับ"
"เดาว่าอะไรคะ"
"ผมเดาว่าคุณสมชายอาจจะใช้ช่วงเวลาที่คุณพ่อของคุณอ่อนแอที่สุด เป็นโอกาสในการเข้ามาควบคุมหรือจัดการเรื่องทรัพย์สินบางอย่างครับ" กวินท์อธิบาย "และที่เขาเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ ก็เพื่อคอยสอดส่อง หรืออาจจะเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย"
"เป็นไปได้เหรอคะ" นาราถามด้วยความตกใจ
"เป็นไปได้ครับ" กวินท์ตอบ "และข้อมูลที่ผมกำลังตรวจสอบอยู่ตอนนี้ ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจในสมมติฐานนี้มากขึ้น"
"แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ"
"เราต้องหาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ครับ" กวินท์กล่าว "ผมจะพยายามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อเรามีหลักฐานเพียงพอ เราจะดำเนินการตามกฎหมายทันที"
"ฉันพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเต็มที่ค่ะ" นาราตอบเสียงหนักแน่น
"ผมรู้ครับ" กวินท์ยิ้มให้เธอ "คุณนาราครับ ผมขอให้คุณเชื่อใจผม"
"ฉันเชื่อใจคุณเสมอค่ะ" นาราตอบ
ทั้งสองใช้เวลาที่เหลือของวันในการพูดคุยและวางแผนงานกันอย่างละเอียด พวกเขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การได้ร่วมมือกันเช่นนี้ มันทำให้พวกเขารู้สึกว่ามีพลังใจมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อถึงช่วงเย็น นาราขอตัวกลับก่อน "ฉันจะกลับไปทบทวนความทรงจำอีกครั้งค่ะ บางทีอาจจะมีอะไรที่ฉันลืมไปก็ได้"
"ดีครับ" กวินท์เห็นด้วย "หากคุณจำอะไรได้ หรือมีข้อสงสัยอะไร โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ"
"ค่ะ" นารายิ้มให้เขา แล้วก็เดินออกจากห้องทำงานไป
ขณะที่เธอกำลังเดินออกจากอาคาร ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ "คุณนาราคะ"
"คะ"
"มีคนฝากของมาให้ค่ะ" พนักงานคนนั้นยื่นกล่องกระดาษใบเล็กให้เธอ
นารารับกล่องมาด้วยความสงสัย "ใครฝากมาคะ"
"ไม่ทราบชื่อค่ะ เขาบอกให้เอามาให้คุณนาราเลย"
นาราเปิดกล่องออกดู ข้างในมีจดหมายกับรูปถ่ายใบหนึ่ง รูปถ่ายนั้นเป็นรูปของพ่อของเธอ ถ่ายเมื่อนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พ่อยังมีชีวิตและแข็งแรงดี ส่วนจดหมายนั้นเขียนด้วยลายมือที่ดูคุ้นตา
"เรียน คุณนารา"
"ผมขอโทษที่ต้องทำเช่นนี้ แต่ผมเชื่อว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริงทั้งหมด"
"เมื่อครั้งที่คุณพ่อของคุณป่วยหนัก คุณสมชายได้เข้ามาหาคุณพ่อของคุณบ่อยครั้ง และได้ชักจูงให้คุณพ่อของคุณเซ็นเอกสารบางอย่าง ซึ่งเอกสารเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการโอนทรัพย์สินบางส่วนของท่านไปให้บริษัทที่เขาควบคุม"
"ผมพยายามจะเตือนคุณพ่อของคุณแล้ว แต่คุณพ่อของคุณไม่เชื่อใจผม และคิดว่าผมเป็นคนของอริทางการค้าของคุณสมชาย"
"ผมขอโทษที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากกว่านี้ แต่ผมหวังว่าความจริงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณ"
"ด้วยความเคารพ"
"อดีตคนใกล้ชิดของคุณพ่อ"
นาราอ่านจดหมายซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่อ่าน การกระทำของคุณสมชายมันโหดร้ายเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
"คุณสมชาย..." นาราพึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา
เธอรีบเปิดรูปถ่ายนั้นดูอีกครั้ง เป็นรูปของพ่อของเธอที่กำลังยิ้มอย่างสดใส ภาพนั้นทำให้เธอรู้สึกทั้งโกรธและเศร้าเสียใจในเวลาเดียวกัน
5,158 ตัวอักษร