คนที่ฉันหนีไม่พ้น

ตอนที่ 22 / 40

ตอนที่ 22 — คำสารภาพจากคนใกล้ชิด

แพรวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยจากบันทึกเล่มนั้นมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เธอจะแบกรับไหว การตายของพ่อแม่เธอไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นแผนการอันชั่วร้ายที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล เธอรู้สึกชาไปทั้งร่าง ความโกรธและความเสียใจปะปนกันจนยากจะแยกแยะ ความสับสนถาโถมเข้ามาจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปทางไหน หรือจะเชื่อใครดี “ฉันขอตัวนะคะ” เสียงของแพรวาแหบพร่า ราวกับว่าทุกคำพูดที่เปล่งออกมานั้นต้องใช้พลังงานทั้งหมดที่มี เธออยากจะหนีไปให้ไกลที่สุดจากที่แห่งนี้ จากความจริงอันโหดร้ายที่กำลังคุกคามจิตใจเธอ “แพรวา” เสียงทุ้มของธามดังขึ้น เรียกเธอไว้ เขามองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “เธอคิดว่าเธอจะหนีไปไหนได้อีก” แพรวาสะดุ้ง เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ดวงตาของเธอแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้น “ฉัน…ฉันต้องการเวลา” “เวลาสำหรับการอะไร” ธามก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว “เวลาที่จะยอมรับความจริง หรือเวลาที่จะหาทางแก้แค้น” “ฉันไม่รู้” แพรวาสารภาพ “ทุกอย่างมันเร็วเกินไป ฉัน…ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้” “เธอไม่เคยคิด” ธามย้ำคำของเธอ “แต่ฉันคิดมาตลอด” คำพูดนั้นทำให้แพรวารู้สึกหนาวสะท้าน เธอไม่เข้าใจว่าธามหมายความว่าอย่างไร “คุณหมายความว่าอะไร” ธามถอนหายใจยาว “ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันยากสำหรับเธอ แต่เธอต้องเข้าใจ” เขาเอื้อมมือมาประคองแก้มของเธอไว้เบาๆ “พ่อของฉัน…เขาเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด” แพรวานิ่งไป เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ไม่จริง…คุณโกหก” “ฉันไม่ได้โกหก” ธามยืนยัน “ฉันพยายามจะบอกเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอไม่เคยรับฟัง” “คุณ…คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดเลยเหรอ” แพรวาลากเสียงยาว เธอรู้สึกราวกับถูกแทงข้างหลังอีกครั้ง “แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ฉันไม่รู้ว่าจะบอกเธออย่างไร” ธามตอบอย่างอึดอัด “ฉันกลัวว่าเธอจะไม่เชื่อฉัน กลัวว่าเธอจะเกลียดฉัน” “ตอนนี้ฉันก็เกลียดคุณอยู่ดี” แพรวาผลักมือของเขาออกอย่างแรง “คุณรู้ความจริงทั้งหมด แล้วคุณก็ยังปล่อยให้ฉันจมอยู่กับความทุกข์มาตลอด” “ฉันไม่ได้ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความทุกข์” ธามแก้ต่าง “ฉันพยายามจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ แต่เธอกลับผลักไสฉันออกไป” “แล้วคุณคาดหวังให้ฉันทำอย่างไร” แพรวาตะคอก “ให้ฉันขอบคุณคุณที่รู้ว่าครอบครัวของฉันถูกทำลายเพราะฝีมือพ่อของคุณ แล้วคุณก็ยังคงอยู่ร่วมชายคากับเขา” “ฉันไม่ได้อยู่ร่วมชายคากับเขา” ธามเฉลย “ฉันกำลังพยายามหาทางจัดการกับเขาอยู่” “จัดการยังไง” แพรวาถามอย่างไม่เชื่อ “ในเมื่อคุณก็อยู่ในอาณาจักรของเขา” “ฉันไม่ได้อยู่ในอาณาจักรของเขา” ธามพูดเสียงหนักแน่น “ที่นี่…คฤหาสน์แห่งนี้…มันไม่ใช่ของพ่อฉันคนเดียว” คำพูดนั้นทำให้แพรวาสับสนยิ่งกว่าเดิม “หมายความว่ายังไง” “บันทึกที่เธอเจอ…มันมีส่วนที่เป็นความจริง” ธามเริ่มเล่า “แต่ก็มีส่วนที่ถูกบิดเบือนไป พ่อของฉันไม่ได้เป็นเจ้าของทุกอย่างจริงๆ” “แล้วใครเป็นเจ้าของ” แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย “มันซับซ้อนกว่านั้น” ธามอธิบาย “ที่ดินผืนนี้…รวมถึงธุรกิจบางส่วน…มันเป็นของครอบครัวฉันมาหลายชั่วอายุคน แต่ก็มีอีกฝ่ายหนึ่งที่เข้ามาถือหุ้นใหญ่ และมีอำนาจเท่าเทียมกัน” “แล้วคนคนนั้นคือใคร” แพรวาถามอย่างกระหายที่จะรู้ “เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง” ธามตอบ “คนที่ทำให้พ่อของฉันต้องทำในสิ่งที่เขาทำ” “ใคร!” แพรวากระแทกเสียง ธามมองเข้าไปในดวงตาของแพรวาอย่างมุ่งมั่น “ฉันไม่สามารถบอกเธอได้ตอนนี้…แต่ฉันจะปกป้องเธอ” “ปกป้องฉัน” แพรวายิ้มเยาะ “คุณจะปกป้องฉันจากใคร ในเมื่อคนที่ทำร้ายครอบครัวฉันก็คือคนใกล้ตัวของคุณ” “ฉันจะปกป้องเธอจากคนที่กำลังวางแผนจะทำลายเธอเหมือนที่เขาทำลายพ่อแม่ของเธอ” ธามพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อใจฉันตอนนี้ แต่ขอให้เธอให้โอกาสฉันอีกครั้ง” แพรวาเงียบไป เธอสับสนเกินกว่าจะคิดอะไรออก เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ เธออยากจะหลับไปให้นานๆ เพื่อหนีจากความจริงอันโหดร้ายนี้ “ฉัน…ฉันขอไปพักก่อนนะคะ” เธอบอกเสียงเบา ธามพยักหน้า “เธอจะพักที่ห้องไหนก็ได้ที่เธอสบายใจ” แพรวาไม่ตอบอะไร เธอเดินออกจากห้องทำงานของธามไป ปล่อยให้เขายืนอยู่เพียงลำพังกับความจริงอันหนักอึ้งที่ทั้งคู่ต้องเผชิญ เธอกลับมายังห้องของเธอที่ธามจัดเตรียมไว้ให้ มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดและโดดเดี่ยว เธอนั่งลงบนเตียงนุ่มๆ แล้วทิ้งตัวลงนอน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ “ทำไม…ทำไมต้องเป็นแบบนี้” เธอพึมพำกับตัวเอง “ทำไมฉันถึงหนีไม่พ้นความเจ็บปวด” เธอคิดถึงพ่อกับแม่ ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัว เธอคิดถึงรอยยิ้มของแม่ เสียงหัวเราะของพ่อ ความอบอุ่นที่เคยมีมันช่างห่างไกลจากความรู้สึกในตอนนี้เหลือเกิน “มันเป็นความผิดของฉันเอง” เธอต่อว่าตัวเอง “ถ้าฉันไม่ดื้อดึง ไม่หนีไปจากบ้าน เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น” แต่แล้วเธอก็นึกถึงคำพูดของธาม “พ่อของฉัน…เขาเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด” ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่ความโกรธต่อคนร้าย แต่เป็นความโกรธต่อคนที่อยู่รอบข้างเธอที่ดูเหมือนจะรู้ความจริง แต่กลับไม่เคยบอกเธอ “ฉันควรจะเชื่อใครดี” เธอถามตัวเอง “ฉันควรจะเชื่อธาม หรือควรจะเชื่อในสิ่งที่ฉันอ่านเจอ” คำถามเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวของแพรวาจนเธอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

4,275 ตัวอักษร