ตอนที่ 4 — ความลับที่ถูกเปิดเผยในค่ำคืน
ลลิลอึ้งไปกับคำพูดของคิรากร ข้อมูลที่เขาอ้างว่ามีนั้นอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับของโครงการ "อัญมณี" ให้กระจ่างได้ทั้งหมด เธอเหลือบมองไปรอบๆ แกลเลอรีที่ยังคงเต็มไปด้วยผู้คน เสียงหัวเราะและบทสนทนาลอยมาเข้าหู แต่ในขณะนั้น โลกทั้งใบของเธอเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับชายหนุ่มตรงหน้า
"คุณแน่ใจเหรอคะ" ลลิลถามเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้ส่อพิรุธ "ว่าข้อมูลของคุณจะเชื่อมโยงกับเรื่องนี้จริงๆ"
คิรากรพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่ลลิล ราวกับจะอ่านความคิดของเธอทั้งหมด "ผมแน่ใจ คุณนารา ข้อมูลที่ผมมีไม่ใช่แค่การคาดเดา มันคือข้อเท็จจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความดีงาม"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่ดำเนินการเอง" ลลิลถามอย่างตรงไปตรงมา "ทำไมต้องให้ฉัน ซึ่งเป็นเพียงนักข่าวที่ไม่มีประสบการณ์"
"เพราะผมเชื่อในตัวคุณ" คิรากรตอบเรียบๆ แต่สายตาของเขามั่นคง "และเพราะผมต้องการให้ความจริงปรากฏออกมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุด"
"แล้วการปรากฏตัวของคุณที่นี่ล่ะคะ" ลลิลยังคงสงสัย "คุณบอกว่าจะไม่เปิดเผยตัวตน"
"ผมมาที่นี่เพื่อสังเกตการณ์ และเพื่อประเมินสถานการณ์" คิรากรอธิบาย "ผมไม่ต้องการให้ใครสงสัยในตัวผม แต่ผมก็ไม่อยากปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพัง"
ลลิลพยายามประมวลผลคำพูดของเขา มันฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลงบางอย่างซ่อนอยู่ เธอไม่แน่ใจว่าคิรากรกำลังช่วยเหลือเธอจริงๆ หรือมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่
"ถ้าอย่างนั้น" ลลิลตัดสินใจ "เราจะคุยกันเรื่องนี้อย่างจริงจังได้ที่ไหนคะ"
คิรากรยิ้มบางๆ "คืนนี้ ผมจะส่งที่อยู่ให้คุณ เราจะได้คุยกันอย่างเป็นส่วนตัว"
เขากล่าวพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบบัตรเชิญของงานออกมา ยื่นให้กับลลิล "ผมขอตัวก่อนนะครับ คุณนารา หวังว่าเราจะได้พบกันอีก"
ลลิลรับบัตรเชิญมาอย่างงุนงง เมื่อเธอมองตามหลังคิรากรไป เขาก็หายไปในฝูงชน ทิ้งให้เธอยืนนิ่งอยู่กับความสับสนและคำถามมากมายที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจ
"โครงการ 'อัญมณี'..." ลลิลทวนคำในใจ "มันดำมืดกว่าที่ฉันคิดไว้มากจริงๆ"
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา การพบปะกับคิรากรครั้งนี้ทำให้เธอเสียเวลาไปพอสมควร เธอต้องรีบไปพบกับบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่เธอได้นัดหมายไว้ก่อนหน้านี้
"ฉันต้องทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด" ลลิลคิดในใจ "ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
เธอเดินออกจากส่วนจัดแสดงผลงานหลัก มุ่งหน้าไปยังมุมที่เงียบสงบกว่า เธอเห็นชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานกำลังยืนรออยู่ ชายคนนั้นคือท่านทูตชาญชัย หนึ่งในบุคคลที่มีข่าวลือว่าเกี่ยวข้องกับโครงการ "อัญมณี"
"สวัสดีค่ะท่านทูต" ลลิลทักทายด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของเธอยื่นไปจับมือกับท่านทูตชาญชัยอย่างสุภาพ
"สวัสดีครับคุณนักข่าว" ท่านทูตชาญชัยตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตร "ผมดีใจที่คุณให้เกียรติมาในงานนี้"
"เป็นเกียรติของดิฉันมากกว่าค่ะ" ลลิลกล่าว "ดิฉันสนใจในงานศิลปะและการพัฒนาสังคมของประเทศเสมอ"
"เยี่ยมเลยครับ" ท่านทูตชาญชัยยิ้ม "คุณทราบไหมว่างานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการช่วยเหลือเยาวชนของเรา"
"ดิฉันได้ยินมาบ้างค่ะ" ลลิลพยายามพูดให้ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน "แต่ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนนัก"
"โครงการ 'อัญมณี' ของเรามีหลายส่วนครับ" ท่านทูตชาญชัยอธิบาย "ส่วนหนึ่งคือการสนับสนุนด้านการศึกษาและศิลปะ เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีอนาคตที่ดี"
ลลิลตั้งใจฟังทุกคำพูดของท่านทูต เธอสังเกตเห็นความภูมิใจฉายชัดในแววตาของเขา แต่มันก็ปะปนไปด้วยความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
"ฟังดูเป็นโครงการที่ดีมากเลยค่ะ" ลลิลกล่าว "แต่มีข่าวลือบางอย่างที่ทำให้ดิฉันอดสงสัยไม่ได้"
ท่านทูตชาญชัยชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย "ข่าวลืออะไรครับ"
"เกี่ยวกับเรื่องการทุจริตค่ะ" ลลิลพูดตรงๆ "มีคนกล่าวหาว่ามีการนำงบประมาณส่วนหนึ่งของโครงการไปใช้ในทางที่ผิด"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "ทุจริต" แววตาของท่านทูตชาญชัยก็ฉายแววตื่นตระหนก เขาเหลือบมองไปรอบๆ อย่างระแวง ก่อนจะก้มหน้าลงพูดกับลลิลด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
"คุณนักข่าวครับ เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก" ท่านทูตชาญชัยกล่าว "ผมไม่ทราบว่าคุณไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน แต่ผมขอยืนยันว่าโครงการ 'อัญมณี' บริสุทธิ์ผุดผ่อง"
"แต่หลักฐานที่ดิฉันได้รับมา..." ลลิลพยายามจะพูดต่อ
"หลักฐานอะไรครับ" ท่านทูตชาญชัยขัดจังหวะ "ผมอยากให้คุณบอกผมให้ชัดเจน"
"ดิฉันไม่สามารถเปิดเผยแหล่งข่าวของดิฉันได้ค่ะ" ลลิลยืนกราน "แต่หลักฐานเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติทางการเงิน และการใช้จ่ายงบประมาณที่น่าสงสัย"
ท่านทูตชาญชัยถอนหายใจยาว "ผมเข้าใจครับว่าคุณกำลังทำหน้าที่ของคุณ แต่ผมขอร้อง อย่าเพิ่งด่วนตัดสินอะไร"
"ดิฉันเพียงแค่ต้องการความจริงค่ะท่านทูต" ลลิลกล่าว "และดิฉันเชื่อว่าท่านเองก็ต้องการเช่นนั้น"
"แน่นอนครับ" ท่านทูตชาญชัยพยักหน้า "แต่บางครั้ง ความจริงก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิด"
"แล้วท่านคิดว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คะ" ลลิลถามตรงๆ "ใครคือคนที่ท่านคิดว่ากำลังพยายามใส่ร้ายโครงการของเรา"
ท่านทูตชาญชัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดา "บางที... อาจจะเป็นคนที่คุณเพิ่งคุยด้วยก่อนหน้านี้ก็ได้"
ลลิลเบิกตากว้าง "คุณหมายถึง... คุณคิน"
"ผมไม่แน่ใจ" ท่านทูตชาญชัยส่ายหน้าช้าๆ "แต่ผมสังเกตเห็นเขาตั้งแต่แรก เขาดูเหมือนจะจับจ้องมาที่คุณตลอดเวลา"
"เขา... เขาบอกว่าเขาคือคนที่ให้ข้อมูลกับดิฉัน" ลลิลกล่าว "และเขาจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับดิฉันคืนนี้"
"ระวังตัวด้วยนะครับคุณนักข่าว" ท่านทูตชาญชัยเตือน "บางครั้งคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรา อาจจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดก็ได้"
บทสนทนาของทั้งสองถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประกาศเชิญแขกเหรื่อให้มาร่วมชมการแสดงพิเศษ ลลิลรู้ดีว่าเธอไม่สามารถซักถามท่านทูตชาญชัยได้มากกว่านี้ เธอจึงต้องขอตัว
"ดิฉันขอตัวก่อนนะคะท่านทูต" ลลิลกล่าว "ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ"
"เช่นกันครับคุณนักข่าว" ท่านทูตชาญชัยตอบรับ "ขอให้คุณโชคดี"
ลลิลเดินกลับออกมาจากมุมที่เงียบสงบนั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม คำพูดของท่านทูตชาญชัยยังคงก้องอยู่ในหู "คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรา อาจจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดก็ได้"
เธอหันกลับไปมองทางที่คิรากรจากไป เขาหายไปจากสายตาของเธอแล้ว เหลือไว้เพียงความรู้สึกสับสนและอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
"ฉันควรจะเชื่อใครดี" ลลิลพึมพำกับตัวเอง "ระหว่างคิรากรที่ให้ข้อมูลกับฉัน กับท่านทูตชาญชัยที่เตือนให้ระวังตัว"
เธอตัดสินใจว่าเธอต้องไปพบกับคิรากรตามนัด เพื่อไขข้อข้องใจทุกอย่างให้กระจ่าง เธอต้องหาความจริงให้เจอ ไม่ว่ามันจะนำพาเธอไปสู่จุดอันตรายเพียงใดก็ตาม
5,269 ตัวอักษร