ตอนที่ 13 — ความจริงที่ซ่อนเร้นในดวงตา
“พอดีฉันบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เห็นว่ามีรถของคุณแพรวพรรณจอดอยู่ เลยแวะเข้ามาทักทายค่ะ” มินตรากล่าว พร้อมกับกวาดสายตาสำรวจรอบสตูดิโออย่างรวดเร็วราวกับกำลังประเมินมูลค่าของทุกสิ่ง “ไม่คิดว่าจะเจอคุณกันต์ที่นี่ด้วย” เธอกล่าวต่อ พร้อมกับส่งยิ้มเย็นไปให้กันต์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างแพรวพรรณ
กันต์เพียงแค่พยักหน้ารับ ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา แพรวพรรณรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่แผ่ซ่านในอากาศ ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่แพรวพรรณจะตัดสินใจทำลายความเงียบ “คุณมินตรามีอะไรให้แพรวรับใช้คะ” เธอถามตรงๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
มินตราหัวเราะเบาๆ “ไม่หรอกค่ะ แค่แวะมาดูความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหม่ของคุณแพรวพรรณเท่านั้นเอง ได้ยินว่าใกล้จะเปิดตัวแล้ว ยินดีด้วยนะคะ” แม้คำพูดจะฟังดูยินดี แต่สายตาที่มินตรามองแพรวพรรณกลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ ราวกับกำลังมีเกมอะไรบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเกิดขึ้น
“ขอบคุณค่ะ” แพรวพรรณตอบรับเสียงเรียบ “เราทำงานกันอย่างเต็มที่ค่ะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” มินตรากล่าว “ด้วยศักยภาพของคุณแพรวพรรณ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะประสบความสำเร็จ” เธอหันไปมองกันต์อีกครั้ง “แล้วคุณกันต์ล่ะคะ มาช่วยคุณแพรวพรรณดูแลเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
กันต์มองตอบมินตราอย่างไม่ลดละ “ผมเป็นที่ปรึกษาให้คุณแพรวพรรณในบางโปรเจกต์ครับ” เขาตอบสั้นๆ แต่แฝงความหนักแน่น
“อ๋อ ที่ปรึกษา” มินตราทวนคำ พร้อมกับเม้มปากเล็กน้อย “แต่เห็นว่าช่วงนี้คุณกันต์ยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ใครเลยนะคะ” น้ำเสียงของเธอดูเหมือนจะมีความหมายซ่อนเร้น
แพรวพรรณรู้สึกได้ทันทีว่าบทสนทนากำลังจะบานปลายไปในทิศทางที่เธอไม่ต้องการ เธอเหลือบมองกันต์ เห็นสีหน้าของเขาที่ดูตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย “ถ้าคุณมินตราไม่มีอะไรแล้ว แพรวขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ” เธอพยายามตัดบท
มินตราเลิกคิ้วเล็กน้อย “เสียดายจัง ฉันกำลังจะชวนคุณแพรวพรรณไปทานกาแฟด้วยกันพอดี”
“ไว้โอกาสหน้านะคะ” แพรวพรรณปฏิเสธทันควัน “ตอนนี้งานของเราสำคัญที่สุด”
มินตรามองแพรวพรรณอยู่นาน ดวงตาของเธอฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอกล่าว พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะไม่ถึงดวงตา “ขอให้โปรเจกต์ใหม่ของคุณแพรวพรรณราบรื่นนะคะ”
เมื่อมินตราเดินจากไป แพรวพรรณก็ถอนหายใจยาวเหยียด เธอหันไปมองกันต์ “คุณกันต์คะ”
กันต์เดินเข้ามาใกล้แพรวพรรณมากขึ้น “เป็นอะไรไปครับคุณแพรวพรรณ” เขาถาม เสียงของเขากลับมานุ่มนวลเหมือนเดิม “คุณดูไม่ค่อยสบายใจ”
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณมินตราถึงมาปรากฏตัวที่นี่” แพรวพรรณกล่าว “แล้วทำไมเธอถึงพูดจาแบบนั้น”
กันต์มองออกไปนอกประตูที่มินตราเพิ่งเดินออกไป “ผมว่าคุณแพรวพรรณอย่าไปใส่ใจเลยครับ”
“แต่คำพูดของเธอทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี” แพรวพรรณยืนยัน “เหมือนเธอกำลังจับผิด หรือกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง”
“ผมว่าคุณคิดมากไปนิดหน่อยครับ” กันต์กล่าว “คุณมินตราอาจจะแค่แวะมาทักทายตามปกติ”
“ปกติเหรอคะ” แพรวพรรณสวนกลับทันที “คุณเองก็รู้ว่าคุณมินตราเป็นคนยังไง เธอไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล”
กันต์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “ผมเข้าใจที่คุณแพรวพรรณรู้สึกครับ แต่เราอย่าเพิ่งไปเดาอะไรไปต่างๆ นานาเลยดีกว่า”
“แล้วถ้าเธอมีอะไรจะพูดกับแพรวจริงๆ ล่ะคะ” แพรวพรรณถาม “คุณกันต์คิดว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร”
กันต์มองแพรวพรรณ ดวงตาของเขาส่อแววเป็นกังวลเล็กน้อย “ผมว่ามันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องงานของคุณแพรวพรรณก็ได้ครับ” เขาเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องส่วนตัว “เธออาจจะแค่กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของเรา”
“จับตาดู” แพรวพรรณทวนคำ “เพื่ออะไร”
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” กันต์กล่าว “แต่คุณแพรวพรรณอย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะครับ มีอะไรผมอยู่ตรงนี้เสมอ” เขาเอื้อมมือมาวางบนไหล่ของแพรวพรรณเบาๆ เป็นการปลอบโยน
แพรวพรรณมองไปที่มือของกันต์ที่วางอยู่บนไหล่ของเธอ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นคงที่แผ่ออกมาจากสัมผัสนั้น แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น รอยยิ้มของมินตรา สายตาที่มองมา คำพูดที่แฝงความหมาย ราวกับมีบางอย่างกำลังถูกซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง และเธอไม่แน่ใจเลยว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเธอมากน้อยแค่ไหน
“ขอบคุณค่ะ คุณกันต์” เธอกล่าว พยายามยิ้มให้กำลังใจตัวเอง “แพรวจะพยายามไม่คิดมากค่ะ”
“ดีมากครับ” กันต์ตอบรับ “เรามาโฟกัสกับงานของเราดีกว่านะครับ”
ทั้งสองคนกลับไปที่โต๊ะทำงาน แพรวพรรณพยายามรวบรวมสมาธิกับเอกสารตรงหน้า แต่ภาพของมินตราก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอยังคงสงสัยว่ามินตรามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ และคำพูดของเธอมีความหมายแฝงถึงเรื่องอะไร ความรู้สึกไม่ไว้วางใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของแพรวพรรณ ทำให้เธอต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตและธุรกิจของเธอให้มากยิ่งขึ้น
3,818 ตัวอักษร