ตอนที่ 16 — ความจริงที่ต้องเผชิญ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งในมือถือของแพรวพรรณ แต่ครั้งนี้เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับ "สวัสดีค่ะ"
"คุณแพรวพรรณใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มที่ฟังดูจริงจังดังมาตามสาย "ผมเจ้าหน้าที่จากแผนกสืบสวนพิเศษของหน่วยงานรัฐครับ"
แพรวพรรณใจหายวาบ "มีอะไรหรือคะ"
"เราได้รับข้อมูลบางอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสืบสวนของเราครับ ข้อมูลนั้นมาจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งอ้างว่าคุณอาจเป็นผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้"
"ข้อมูลอะไรคะ"
"เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของบริษัท H&H Entertainment และการเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีอิทธิพลบางรายครับ" เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "คุณทราบเรื่องนี้หรือไม่"
แพรวพรรณนิ่งไป เธอเพิ่งได้รับข้อมูลที่น่าตกใจมาหมาดๆ จากแหล่งข่าวเดียวกัน มันเป็นไปได้หรือว่าหน่วยงานรัฐกำลังสืบเรื่องนี้อยู่จริง? "เอ่อ... ฉัน..."
"เราเข้าใจว่าข้อมูลที่คุณมีอาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณได้ แต่ผมขอยืนยันว่าเรามีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ หากคุณเต็มใจให้ความร่วมมือ เราอยากจะขอเชิญคุณมาให้ปากคำที่สำนักงานของเราครับ"
"ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะให้ข้อมูลอะไรได้บ้าง" แพรวพรรณพยายามประคองเสียงให้สั่นน้อยที่สุด
"ทุกข้อมูลที่คุณมีล้วนมีค่าครับ คุณแพรวพรรณ" เจ้าหน้าที่เว้นจังหวะ "โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกเสียงที่คุณอาจได้รับมา มันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจช่วยให้เราเปิดโปงแผนการที่ใหญ่กว่าที่ตาเห็นได้"
บันทึกเสียง? แหล่งข่าวส่งบันทึกเสียงมาให้เธอด้วยหรือ? เธอกลับไปตรวจสอบอีเมลอีกครั้งอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีไฟล์เสียงแนบมาด้วยจริงๆ ซึ่งเธอเองก็ยังไม่ได้กดเปิดฟังเลย ความตื่นเต้นระคนความหวาดหวั่นประดังเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจ
"ฉัน... ฉันขอเวลาคิดสักครู่นะคะ"
"ได้ครับ แต่ขอให้ตัดสินใจโดยเร็วที่สุดครับ เราเชื่อว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน" เจ้าหน้าที่วางสายไป ทิ้งให้แพรวพรรณนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวหรูกลางห้องนั่งเล่นอันเงียบสงัด เธอจ้องมองไปยังโทรศัพท์ในมือด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ความกลัว ความหวัง ความไม่แน่ใจ
ในขณะเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมสุดหรูของกันต์ บรรยากาศตึงเครียดได้เข้ามาแทนที่ความผ่อนคลายเมื่อครู่ เขาเดินไปมารอบห้อง มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ แสงไฟระยิบระยับสะท้อนในแววตาของเขาที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
มินตรานั่งอยู่ที่โซฟา มองตามแผ่นหลังกว้างของกันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "กันต์ คุณเป็นอะไรไปคะ"
กันต์หันกลับมา สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า "ผมกำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่"
"เกี่ยวกับบริษัท? หรือเรื่องของแพรวพรรณ" มินตราถามอย่างระมัดระวัง
กันต์เดินมานั่งลงข้างๆ เธอ "มันซับซ้อนกว่านั้น มินตรา" เขาถอนหายใจ "ฉันเพิ่งรู้ว่าบางคนกำลังพยายามเล่นเกมที่อันตรายมากกับผม และกับบริษัทของเรา"
"ใครคะ?" มินตราเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้ "บอกฉันได้นะ"
"ฉันไม่แน่ใจแน่ชัดว่าใคร แต่ฉันมีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้ฉันเชื่อว่ามีใครบางคนกำลังพยายามปั่นหัวผมอยู่" กันต์กุมมือของมินตราแน่น "มีคนพยายามใส่ร้ายแพรวพรรณ ทำให้เธอเข้าใจผิดเกี่ยวกับผม และในขณะเดียวกันก็พยายามจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อเป้าหมายบางอย่างของตัวเอง"
"คุณหมายถึงใครคะ" มินตราพยายามรวบรวมสติ "แล้วแพรวพรรณรู้เรื่องนี้หรือยัง"
"เธอยังไม่รู้" กันต์ตอบ "และนั่นคือสิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุด ผมไม่อยากให้เธอตกเป็นเหยื่อของเกมสกปรกนี้"
"แล้วเราจะทำอย่างไรคะ"
"ผมกำลังพยายามหาหลักฐาน" กันต์กล่าว "หลักฐานที่ชัดเจนที่จะเปิดโปงคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของแพรวพรรณ" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "และผมต้องแน่ใจว่าคุณปลอดภัยด้วย"
"ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ" มินตราพยายามยิ้มให้กำลังใจ "ฉันอยู่ตรงนี้กับคุณเสมอ"
กันต์มองเข้าไปในดวงตาของมินตรา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความขอบคุณและความเชื่อมั่น "ขอบคุณนะ มินตรา"
"แล้วคุณคิดว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังคะ" มินตราถามต่อ "มีใครที่คุณสงสัยเป็นพิเศษหรือเปล่า"
กันต์ลังเล "มีอยู่คนหนึ่ง... เป็นคนที่ผมไม่เคยไว้ใจเลย" เขาเงียบไปก่อนจะพูดต่อ "เขาเป็นคนที่มีความแค้นส่วนตัวกับผม และผมเชื่อว่าเขากำลังใช้ H&H Entertainment เป็นเครื่องมือ"
"ใครคะ" มินตราคะยั้นคะยอ
"คชา" กันต์ตอบเสียงเครียด "ผมคิดว่าคชาอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้"
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คชา! เป็นไปได้อย่างไรคะ"
"ผมไม่แน่ใจ 100% แต่ทุกอย่างมันชี้ไปที่เขา" กันต์ขมวดคิ้ว "เขาเป็นคนเดียวที่มีทั้งแรงจูงใจและความสามารถที่จะทำเรื่องแบบนี้"
"แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนี้คะ"
"เพราะเขาต้องการทำลายผม" กันต์ตอบ "และเขารู้ว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำลายผมคือการทำลายสิ่งที่ผมรัก และ H&H Entertainment ก็เป็นหนึ่งในนั้น"
"แล้วแพรวพรรณล่ะคะ เขาจะใช้เธอทำอะไร"
"ผมไม่แน่ใจ" กันต์ส่ายหน้า "แต่ผมกลัวว่าเขาจะใช้เธอเป็นหมากในการเล่นเกมของเขา"
"เราต้องรีบหาทางปกป้องเธอค่ะ" มินตรากล่าวอย่างจริงจัง "ถ้าคุณคชาคิดจะทำร้ายแพรวพรรณ ฉันจะไม่ยอมเด็ดขาด"
"ผมรู้" กันต์จับมือมินตราไว้แน่น "เราจะจัดการกับเรื่องนี้ไปด้วยกัน"
ในคืนนั้น แพรวพรรณกลับมาที่ห้องของเธอด้วยหัวใจที่สั่นไหว เธอเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มตรวจสอบอีเมลอีกครั้งอย่างละเอียด พลิกดูไฟล์เสียงที่แนบมากับข้อความนั้น เธอสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะกดปุ่มเล่น
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น "มินตรา ผมอยากให้คุณไปคุยกับแพรวพรรณนะ บอกเธอว่าผมคิดถึงเธอมาก และอยากจะอธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง"
เสียงของผู้หญิงดังแทรกขึ้นมา "กันต์คะ คุณแน่ใจนะว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด"
"ผมต้องทำนะมินตรา" เสียงของกันต์ดังขึ้น "ผมไม่อยากให้เธอเข้าใจผมผิดไปมากกว่านี้ ผมรู้ว่าเธอจะต้องโกรธ แต่ผมเชื่อว่าถ้าเธอได้ฟังจากปากผม เธอจะเข้าใจ"
"แต่ถ้าเธอไม่เชื่อล่ะคะ" เสียงของมินตราสั่นเครือ "ถ้าเธอคิดว่าคุณกำลังโกหกเธอ"
"ผมจะพยายาม ทำให้ดีที่สุด" เสียงของกันต์ฟังดูหนักแน่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความกังวล "ผมไม่อยากเสียเธอไปจริงๆ"
แพรวพรรณตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง เธอฟังสิ่งที่ได้ยินอย่างตะลึงงัน นี่คือบทสนทนาที่แอบบันทึกไว้ระหว่างกันต์กับมินตราจริงหรือ? เสียงของกันต์ฟังดูเศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะอธิบาย แต่ทำไมเขาถึงไม่พูดกับเธอตรงๆ? ทำไมเขาถึงให้มินตราเป็นคนกลาง?
เธอเปิดไฟล์เอกสารที่แนบมาด้วยกัน ข้อความเหล่านั้นอ้างถึงการโอนเงินจำนวนมหาศาลไปยังบริษัทนอกอาณาเขต และการซื้อขายหุ้นอย่างผิดปกติใน H&H Entertainment มันดูเหมือนจะเป็นหลักฐานของการทุจริตทางการเงินครั้งใหญ่
น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แพรวพรรณไม่รู้จะเชื่อใครดี ข้อมูลที่เธอได้รับมาทั้งหมดมันขัดแย้งกันไปหมด เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ
เธอปิดไฟล์ทั้งหมดลงอย่างรวดเร็ว สมองของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไร้คำตอบ เธอควรจะเชื่อใคร? กันต์? มินตรา? หรือแหล่งข่าวลึกลับที่ส่งข้อมูลเหล่านี้มาให้เธอ? ความจริงอยู่ตรงไหนกันแน่?
5,598 ตัวอักษร