เกมรักของคนรวย

ตอนที่ 26 / 40

ตอนที่ 26 — เสียงสะท้อนจากอดีตกาล

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของ "อรุณรุ่งการลงทุน" อบอวลไปด้วยฝุ่นและความอับชื้น แสงแดดที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกร้าวส่องลงมาเป็นลำ ส่งผลให้มองเห็นละอองฝุ่นที่ลอยฟ่องอยู่ในอากาศ ราวกับมีมนต์ขลังบางอย่างที่ยังคงสิงสถิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ กันต์วางเทปบันทึกเสียงเก่าๆ ลงบนโต๊ะไม้ที่ผุพัง เขาหยิบเครื่องเล่นเทปแบบพกพาที่เตรียมมาออกมาจากกระเป๋า เปิดสวิตช์และใส่เทปลงไป เสียงซ่าๆ ดังขึ้นก่อนจะค่อยๆ จางหายไป แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูคุ้นหู แต่ก็แหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับบันทึกเสียงมาจากยุคสมัยที่ห่างไกล "ที่นี่... อรุณรุ่งการลงทุน" เสียงของผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า "ฉัน... วิภา... ไม่รู้ว่าจะมีใครได้ฟังสิ่งนี้หรือเปล่า" แพรวพรรณและกันต์ยืนนิ่ง ฟังอย่างตั้งใจ แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความคาดหวังและกังวล "ฉันถูกบีบบังคับ... ให้ทำสิ่งเหล่านี้" เสียงของวิภายังคงดังต่อไป "พวกเขา... พวกมัน... บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารพวกนั้น... บังคับให้ฉันรับเงินสกปรกเหล่านั้นมา... เพื่อปกปิดความผิดพลาดของพวกเขา" "ใครกันคะ" แพรวพรรณพึมพำ "ใครคือ 'พวกเขา' ที่คุณแม่หมายถึง" "ฉันพยายามต่อต้าน... พยายามหาทางเปิดโปง" เสียงของวิภาเริ่มดังขึ้น มีน้ำเสียงตัดพ้อปนความสิ้นหวัง "แต่พวกเขา... พวกเขามีอำนาจมากเหลือเกิน... พวกเขาลากฉันเข้ามาในวงจรนี้... บังคับให้ฉันต้องทำสิ่งที่ขัดต่อมโนธรรม" กันต์เหลือบมองแพรวพรรณ สีหน้าของเขามีความไม่สบายใจ "คุณแพรวพรรณ... ที่คุณแม่พูดถึง... มันอาจจะหมายถึง... คนในครอบครัวคุณเองก็ได้นะ" แพรวพรรณนิ่งอึ้งไป เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่กันต์กำลังจะสื่อออกมา แต่สิ่งที่แม่ของเธอพูดนั้น มันช่างสอดคล้องกับความรู้สึกบางอย่างที่เธอเคยมีต่อบางคนในครอบครัว... ความรู้สึกที่ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล "พวกเขา... ทำให้ฉันเสียทุกอย่าง" เสียงของวิภาดังขึ้นอีกครั้ง "ทำให้ฉันต้องหนี... ต้องซ่อนตัว... ต้องสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา... เพื่อเป็นหลักฐาน... เป็นเครื่องเตือนใจ..." "แล้วลายเซ็นของคุณพ่อล่ะคะ" แพรวพรรณถามเสียงแผ่ว "ลายเซ็นของคุณพ่อในเอกสารเหล่านั้น... มันคืออะไร" "ฉัน... ฉันโดนข่มขู่" เสียงของวิภาเริ่มสั่นเครือ "พวกมัน... รู้ว่าฉันรักครอบครัวมากแค่ไหน... พวกมันใช้ลูก... ลูกสาวของฉัน... เป็นเครื่องต่อรอง..." คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจของแพรวพรรณ เธอหลับตาลง ภาพของใบหน้าเล็กๆ ของตัวเองในวัยเด็กผุดขึ้นมาในความคิด "พวกมันบังคับให้ฉันเซ็น... บังคับให้ฉันรับผิดชอบแทน... ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของฉัน... ฉันทำไปเพื่อปกป้องลูก... เพื่อให้ลูกได้มีชีวิตที่ปลอดภัย... ได้มีอนาคต..." "คุณแม่..." น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของแพรวพรรณ เธอไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและภาระอันหนักอึ้งถึงเพียงนี้ "ฉัน... ฉันหวังว่าสักวัน... จะมีคนเจอสิ่งนี้... เจอหลักฐานที่ฉันทิ้งไว้... เพื่อให้ความจริงปรากฏ" เสียงของวิภาค่อยๆ เบาลง "ใครก็ตามที่กำลังฟัง... โปรด... โปรดอย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล... โปรด... จงเปิดโปงพวกเขา..." เสียงซ่าๆ ดังขึ้นอีกครั้ง เทปบันทึกเสียงได้สิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงใหญ่ กันต์ถอนหายใจยาว เขาเดินไปโอบไหล่แพรวพรรณเบาๆ "คุณแพรวพรรณ... ผมเสียใจด้วยจริงๆ" แพรวพรรณสะอื้นเบาๆ "ฉัน... ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณแม่ต้องเจออะไรมาบ้าง" เธอเงยหน้ามองกันต์ "แล้ว 'พวกเขา' ที่คุณแม่พูดถึง... คือใครกันแน่คะ" "จากคำพูดของคุณวิภา... และจากข้อมูลที่เรามี... ผมคิดว่า 'พวกเขา' น่าจะเป็นกลุ่มคนที่ทรงอิทธิพลในอดีต" กันต์อธิบาย "คนที่สามารถบีบบังคับให้คุณวิภาต้องทำตามคำสั่งได้... และอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการเงินครั้งใหญ่" "แล้วลายเซ็นของคุณพ่อ... ที่ปรากฏในเอกสารเหล่านั้น... มันหมายความว่ายังไงคะ" แพรวพรรณถาม "คุณพ่อ... เกี่ยวข้องอะไรด้วย" "บางที... คุณพ่ออาจจะถูกบีบบังคับให้เซ็นเอกสารเหล่านั้นเหมือนกัน" กันต์สันนิษฐาน "หรือ... อาจจะมีใครบางคนแอบอ้างลายเซ็นของคุณพ่อไปใช้... โดยที่คุณพ่อไม่ทราบ" "แต่มันก็ดูประหลาดนะคะ" แพรวพรรณขมวดคิ้ว "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมคุณพ่อถึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย" "ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" กันต์ยอมรับ "แต่สิ่งที่เราพอจะเดาได้คือ... เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก" แพรวพรรณเดินไปหยิบเอกสารสัญญาเงินกู้ที่เธอกับกันต์พบในหีบไม้ขึ้นมาดูอีกครั้ง เธอไล้นิ้วไปตามลายเซ็นของคุณพ่อที่อยู่บนเอกสารนั้น "ถ้าคุณแม่ถูกบีบบังคับ... และคุณพ่อก็อาจจะถูกบีบบังคับเหมือนกัน... หรืออาจจะถูกใส่ร้าย... แล้วใครกันแน่ที่เป็นคนบงการเรื่องทั้งหมดนี้" "เราต้องสืบหาความจริงจากเอกสารที่เหลือ" กันต์กล่าว "แล้วก็... รูปถ่ายใบนั้น" เขาชี้ไปที่รูปถ่ายขาวดำของวิภา "เงาที่อยู่ข้างหลัง... ถ้าเราสามารถระบุตัวตนของเขาได้... เราอาจจะได้คำตอบ" แพรวพรรณมองไปที่มุมของรูปถ่ายอีกครั้ง เงาตะคุ่มนั้นยังคงหลอกหลอนสายตาของเธอ "ฉันรู้สึกคุ้นๆ กับเงาพวกนี้นะคะ" เธอพูดขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ "เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน" "ลองนึกดูดีๆ" กันต์กระตุ้น "ข้อมูลบางอย่างอาจจะซ่อนอยู่ในความทรงจำของคุณก็ได้" แพรวพรรณหลับตาลง พยายามรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับบุคคลในอดีตที่เธอเคยพบเจอ หรือเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขา แต่ภาพเงาในรูปถ่ายนั้นก็ยังคงพร่ามัวเกินกว่าจะระบุตัวตนได้ชัดเจน "ฉัน... ฉันไม่แน่ใจเลยค่ะ" เธอตอบอย่างผิดหวัง "ไม่เป็นไร" กันต์ปลอบ "เรายังมีเวลา... และยังมีหลักฐานอีกหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ" เขาหันไปมองรอบๆ ห้องโถง "เราควรจะหาทางสำรวจส่วนอื่นๆ ของอาคารนี้ให้ละเอียดกว่านี้" ทั้งสองเริ่มค้นหาเอกสารเพิ่มเติมภายในอาคารที่ดูเหมือนโกดังร้างแห่งนี้ ท่ามกลางฝุ่นหนาและข้าวของที่วางระเกะระกะ พวกเขาพบเอกสารทางการเงินอีกหลายชุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีรายรับรายจ่ายที่ดูไม่สมบูรณ์ และบันทึกการโอนเงินที่น่าสงสัย "นี่มัน... ยิ่งกว่าที่คิดอีก" กันต์อุทานเมื่อเห็นปริมาณเอกสาร "มันเหมือนคุณวิภาตั้งใจจะรวบรวมหลักฐานทุกอย่างไว้ที่นี่จริงๆ" "ดูนี่สิคะ" แพรวพรรณหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมา "มันเป็นบันทึกการประชุม... ของคณะกรรมการบริษัท... ของ 'อรุณรุ่งการลงทุน' " "แล้วมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง" กันต์ถาม "มีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม..." แพรวพรรณเริ่มไล่อ่าน "คุณ... วิภา... คุณ... มนตรี..." "มนตรี?" กันต์ทวนคำชื่อนั้น "เป็นชื่อเดียวกับ... คุณมนตรี ตรีรัตนวงศ์ หรือเปล่า" แพรวพรรณเบิกตากว้าง "ใช่ค่ะ! เป็นชื่อเดียวกับท่านเลย" เธออ่านต่อไป "แล้วก็... มีชื่อคุณ... เกรียงไกร..." "เกรียงไกร?" กันต์ขมวดคิ้ว "เกรียงไกร... นามสกุลอะไร" "ไม่มีนามสกุลบอกไว้ค่ะ" แพรวพรรณตอบ "แต่... ตรงใต้ชื่อคุณเกรียงไกร มีสัญลักษณ์แปลกๆ อยู่ค่ะ" กันต์รีบเข้ามาดู สัญลักษณ์ที่ว่านั้น เป็นรูปทรงคล้ายกับเขี้ยวเสือ หรืออาจจะเป็นตัวอักษรที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ "ผมว่า... ผมเคยเห็นสัญลักษณ์นี้นะ" กันต์ครุ่นคิด "ในรายงานบางอย่าง... เกี่ยวกับบริษัทที่ถูกปิดตัวไปเมื่อหลายปีก่อน" "บริษัทอะไรคะ" แพรวพรรณถามอย่างกระตือรือร้น "ผมจำชื่อไม่ได้แน่ชัด... แต่มันเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน... และมีข่าวลือว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน" กันต์ตอบ "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... เรื่องนี้อาจจะโยงไปถึง... กลุ่มคนที่มีอำนาจมากๆ" แพรวพรรณและกันต์มองหน้ากันอีกครั้ง ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ พวกเขากำลังจะก้าวเข้าไปสู่โลกที่อันตรายและซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้

5,971 ตัวอักษร