ตอนที่ 8 — บทเรียนจากอดีต
วันรุ่งขึ้น แพรวพรรณมาถึงสตูดิโอของ H&H Entertainment เพื่อเข้ารับการทดสอบหน้ากล้องสำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘เงารัก’ บรรยากาศภายในสตูดิโอเต็มไปด้วยความคึกคัก ทีมงานจำนวนมากกำลังเตรียมอุปกรณ์ และจัดฉากต่างๆ
“สวัสดีค่ะคุณแพรวพรรณ” มุกทักทายพร้อมรอยยิ้ม “คุณนัทรอคุณอยู่ค่ะ”
แพรวพรรณเดินตามมุกไปยังห้องแต่งหน้า ที่ซึ่งช่างแต่งหน้าชื่อดังอย่างคุณนัท กำลังรอเธออยู่
“มาแล้วเหรอครับคุณแพรวพรรณ” นัททักทาย “วันนี้เราจะลองแต่งหน้าโทนที่เน้นความเย้ายวน แต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งนะครับ”
“ตามที่คุณนัทเห็นสมควรเลยค่ะ” แพรวพรรณตอบ
ขณะที่คุณนัทบรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนใบหน้าของเธอ แพรวพรรณก็หวนนึกถึงคำพูดของมินตราเมื่อวานนี้ เธอรู้สึกได้ถึงความกดดันที่มองไม่เห็น แต่ก็สัมผัสได้
“คุณนัทคะ” แพรวพรรณถามขึ้น “คุณรู้จักคุณมินตราดีแค่ไหนคะ”
นัทหยุดมือชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาทำงานต่อ “คุณมินตราเหรอครับ” เขากล่าว “ก็… เคยได้ยินชื่อเสียงค่ะ เป็นระดับตำนานของวงการ”
“ตำนานที่… มีด้านมืดหรือเปล่าคะ” แพรวพรรณถามต่อ
นัทหัวเราะเบาๆ “วงการนี้ก็มีหลายแง่มุมแหละครับคุณแพรวพรรณ” เขาตอบอย่างเลี่ยงบาลี “แต่ถ้าพูดถึงฝีมือการแสดง และการบริหาร คุณมินตราไม่เป็นสองรองใครจริงๆ ครับ”
“แล้วในแง่ของ… การเอาชนะคู่แข่งล่ะคะ” แพรวพรรณถามเจาะจง
นัทวางพู่กันลง “ผมว่า… คุณแพรวพรรณกำลังจะก้าวเข้ามาเป็นคู่แข่งของใครบางคนแล้วล่ะครับ” เขากล่าว “และคู่แข่งคนนั้น… อาจจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งซีนง่ายๆ”
คำพูดของนัททำให้แพรวพรรณยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมมินตราถึงเข้ามาเตือนเธอ
หลังจากแต่งหน้าทำผมเรียบร้อย แพรวพรรณก็ถูกพาไปยังบริเวณที่จัดเตรียมไว้สำหรับการทดสอบหน้ากล้อง กันต์เองก็อยู่ที่นั่นแล้ว เขาสวมชุดที่คล้ายกับที่จะใช้ในภาพยนตร์ และดูพร้อมมาก
“คุณแพรวพรรณครับ” ทิมกล่าวขณะเดินเข้ามา “คุณพร้อมแล้วใช่มั้ย”
“พร้อมค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณตอบ
“ดีมาก” ทิมยิ้ม “วันนี้เราจะลองฉากสำคัญฉากหนึ่ง เป็นฉากที่นลินต้องตัดสินใจครั้งใหญ่”
แพรวพรรณพยักหน้า เธอได้อ่านบทในฉากนี้มาแล้ว มันเป็นฉากที่ยาก และต้องใช้อารมณ์อย่างมาก
“คุณกันต์ครับ” ทิมหันไปทางกันต์ “ผมต้องการให้คุณแสดงให้เต็มที่นะครับ”
“ครับท่านประธาน” กันต์ตอบรับ
ฉากที่ต้องถ่ายทำคือฉากที่ ‘นลิน’ (แพรวพรรณ) กำลังเผชิญหน้ากับ ‘ธีรภัทร’ (กันต์) พระเอกของเรื่อง ตัวละครของธีรภัทรพยายามโน้มน้าวให้นลินเลิกทำในสิ่งที่เธอคิดจะทำ ซึ่งเป็นเส้นทางที่อาจจะนำพาเธอไปสู่ความสำเร็จ แต่ก็อาจจะทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเองไป
“เอาล่ะ… เริ่ม!” ทิมออกคำสั่ง
กล้องเริ่มทำงาน แพรวพรรณสวมบทบาทเป็นนลินทันที เธอเดินเข้าไปหาธีรภัทรด้วยท่าทางที่มั่นคง แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความสับสน
“คุณคิดว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ นลิน” กันต์ในบทธีรภัทรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความผิดหวัง “นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณเคยฝันไว้ไม่ใช่เหรอ”
แพรวพรรณสบตาเขา “ความฝันของฉันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงแข็ง “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การทำให้ตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะยืนอยู่ได้ในโลกใบนี้”
“แต่ด้วยวิธีนี้เหรอ” กันต์ก้าวเข้ามาใกล้ “คุณกำลังจะขายวิญญาณของคุณนะ นลิน”
“บางครั้ง… การขายบางสิ่ง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น” แพรวพรรณกล่าว น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความแน่วแน่
“ผมไม่เชื่อ” กันต์กล่าว “ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้เป็นคนแบบนั้น”
แพรวพรรณหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังต่อสู้กับตัวเอง “คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ” เธอพูดเสียงแผ่ว “คุณไม่เคยต้องเจออะไรแบบที่ฉันเจอ”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่เข้าใจ” กันต์ถามกลับ “คุณเคยลองเปิดใจให้ผมฟังบ้างหรือเปล่า”
ฉากดำเนินต่อไปด้วยการปะทะคารม และอารมณ์ที่เข้มข้น แพรวพรรณแสดงให้เห็นถึงความสับสน ความมุ่งมั่น และความเจ็บปวดของนลินได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่กันต์ก็ถ่ายทอดบทบาทของธีรภัทรที่พยายามฉุดรั้งคนที่เขารักให้กลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างสมจริง
เมื่อทิมสั่งคัท แพรวพรรณก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอรู้สึกเหนื่อย แต่ก็พอใจกับการแสดงของตัวเอง
“เยี่ยมมากครับคุณแพรวพรรณ” ทิมกล่าวชม “ผมชอบการตีความของคุณในฉากนี้มาก คุณสามารถแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในใจของนลินได้อย่างชัดเจน”
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน” แพรวพรรณยิ้ม
“ของคุณกันต์ก็เช่นกัน” ทิมกล่าว “เคมีของคุณสองคนเข้ากันได้ดีมากจริงๆ”
“ผมก็รู้สึกอย่างนั้นครับ” กันต์กล่าว “คุณแพรวพรรณเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมากครับ”
หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็เริ่มพูดคุยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมในการแสดง และการพัฒนาตัวละคร
“คุณแพรวพรรณครับ” ทิมกล่าว “ผมสังเกตเห็นว่าคุณมีแววตาที่ดูเศร้าสร้อยนิดหน่อยเมื่อครู่”
แพรวพรรณนิ่งไปเล็กน้อย “ก็… บทมันส่งค่ะ” เธอตอบ
“ผมเข้าใจ” ทิมพยักหน้า “แต่บางครั้ง… การที่เราสามารถดึงเอาประสบการณ์จริงของเรามาใช้ในการแสดง ก็จะทำให้การแสดงดูสมจริงยิ่งขึ้น”
แพรวพรรณเงียบไป เธอรู้ว่าทิมกำลังพยายามจะสื่ออะไร เขากำลังพยายามเชื่อมโยงบทบาทของนลินเข้ากับชีวิตจริงของเธอ
“ผมรู้ว่าคุณมีอดีตที่… ค่อนข้างหนัก” ทิมกล่าวอย่างนุ่มนวล “แต่ H&H Entertainment พร้อมที่จะช่วยคุณจัดการกับมัน”
แพรวพรรณมองทิมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอประทับใจในความใส่ใจของเขา แต่ก็ยังคงมีความระแวงอยู่ลึกๆ
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน” เธอตอบ “ดิฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ”
ขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นกลับ แพรวพรรณก็เห็นเงาของใครบางคนทาบทับเข้ามาที่หน้าประตูห้องซ้อม
“ขอโทษค่ะท่านประธาน” เสียงของมุกดังขึ้น “คุณมินตรามาค่ะ”
แพรวพรรณใจหายวาบ เธอไม่คิดว่ามินตราจะมาที่นี่อีกครั้ง
“ให้เข้ามาเลยครับ” ทิมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ
มินตราเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่จริงใจนัก ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่แพรวพรรณเป็นอันดับแรก
“มาดูผลงานของศิลปินใหม่เสียหน่อยค่ะ” มินตรากล่าว “หวังว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังนะคะ”
คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความหมายแฝง แพรวพรรณรู้สึกเหมือนถูกท้าทายอีกครั้ง
“เราเพิ่งจะซ้อมฉากสำคัญเสร็จไปครับคุณมินตรา” ทิมกล่าว “และผมเชื่อว่าคุณแพรวพรรณได้แสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่แล้ว”
“เหรอคะ” มินตราเลิกคิ้ว “ก็ดีค่ะ” เธอเดินเข้ามาใกล้แพรวพรรณมากขึ้น “ฉันแค่อยากจะเตือนคุณอีกครั้งค่ะคุณแพรวพรรณ”
แพรวพรรณเงยหน้ามอง “เตือนเรื่องอะไรคะ”
“เรื่องของ… ของที่ต้องแลก” มินตรากล่าว “ความสำเร็จในวงการนี้… ไม่เคยได้มาฟรีๆ หรอกค่ะ”
ดวงตาของมินตราประสานกับแพรวพรรณ ราวกับจะสื่อสารกันด้วยสายตา แพรวพรรณรู้สึกได้ถึงความอันตรายที่แฝงมากับคำพูดของมินตรา
“ดิฉันเข้าใจค่ะ” แพรวพรรณตอบเสียงหนักแน่น “และดิฉันก็พร้อมที่จะจ่าย… หากมันคือสิ่งที่จำเป็น”
คำตอบของแพรวพรรณทำเอามินตราถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“ดีมากค่ะ” มินตรากล่าว “ฉันชอบทัศนคติของคุณ”
ทิมมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมมินตราถึงพุ่งเป้ามาที่แพรวพรรณเป็นพิเศษ
“ผมคิดว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับคุณมินตรา” ทิมกล่าว “คุณแพรวพรรณต้องไปเตรียมตัวสำหรับการถ่ายทำจริงแล้ว”
“แน่นอนค่ะ” มินตราหันไปทางทิม “ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้ชมค่ะ” เธอมองแพรวพรรณอีกครั้ง “แล้วเจอกันใหม่นะคะ… ศิลปินหน้าใหม่”
มินตราเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจของแพรวพรรณ เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
5,821 ตัวอักษร