หัวใจที่เขาไม่เคยให้

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — แสงไฟสว่างวาบสู่เงา

บ้านทรงยุโรปหลังงามโอ่อ่าตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ชายหาดส่วนตัวทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งแผ่วเบา ท้องฟ้าสีครามสดใสสะท้อนลงบนผิวน้ำทะเลระยิบระยับ เป็นภาพที่งดงามราวกับภาพวาด แต่ภายในห้องโถงอันกว้างขวางที่ประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหรา กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเยียบจนแทบจะสัมผัสได้ อรุณรัศมี ทายาทคนเดียวของตระกูลอัครเดช นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ดวงตาสีน้ำผึ้งฉายแววเศร้าสร้อย ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกรวบไว้หลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหง เธอสวมเดรสผ้าไหมสีขาวที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่า ชุดที่ปกติเธอจะใส่อย่างภาคภูมิใจ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสวมชุดที่ไร้ค่า "คุณหนูอรุณรัศมีคะ คุณท่านเรียกค่ะ" เสียงของแม่นมพวงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย เธอพยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่ได้หันกลับไปมอง "ค่ะ ป้าพวง" เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติก่อนจะลุกขึ้นยืน บานประตูไม้สักถูกผลักออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของบิดา คุณอนันต์ อัครเดช นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ใบหน้าคมคายของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย แต่แววตาฉายประกายเฉลียวฉลาดและแฝงความเย่อหยิ่ง "มาแล้วหรืออรุณ" เสียงทุ้มต่ำของคุณอนันต์เอ่ยขึ้น เขาผายมือเชิญให้เธอนั่งลงบนโซฟาหนังตัวยาวตรงข้ามกัน "มีอะไรหรือคะคุณพ่อ" อรุณรัศมีทรุดตัวลงนั่งอย่างเชื่องช้า "พ่อมีข่าวดีจะบอก" คุณอนันต์ยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์ "เมื่อวานนี้ พ่อได้คุยกับท่านประธานบริษัทธนาภัทรแล้ว" อรุณรัศมีชะงักกึก เธอเดาได้ทันทีว่าข่าวดีที่คุณพ่อจะบอกนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ดวงใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดหวั่น "ท่านประธานเห็นด้วยกับข้อเสนอของพ่อแล้ว" คุณอนันต์พูดต่ออย่างภาคภูมิใจ "เขาตกลงที่จะหมั้นกับอรุณ" คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจอรุณรัศมี เธอเงยหน้ามองบิดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนไม่เชื่อ "หมั้นคะ? กับใครคะ?" เธอถามเสียงแผ่ว "ก็กับลูกชายคนเดียวของท่านประธานน่ะสิ" คุณอนันต์หัวเราะเบาๆ "ลูกชายของท่านประธานธนาภัทร ชื่อ 'ภูวินทร์' ธนาภัทร เขาเป็นหนุ่มเนื้อหอม หน้าตาดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วประเทศ พ่อว่าเหมาะสมกับอรุณมากทีเดียว" "แต่... แต่หนูไม่เคยเจอเขาเลยนะคะ" อรุณรัศมีเอ่ยเสียงสั่น "ไม่เคยเจอก็ไม่เป็นไร" คุณอนันต์โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "เดี๋ยวพ่อจะจัดให้เจอเอง พ่อจะถือว่าการหมั้นครั้งนี้เป็นการรวมธุรกิจระหว่างสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศของเรา ลูกก็ต้องทำตามที่พ่อเห็นสมควร" "แต่หนู..." "ไม่มีแต่" คุณอนันต์ตัดบทเสียงแข็ง "พ่อทำทุกอย่างเพื่อความมั่นคงของลูกนะอรุณ พ่ออยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ดีที่สุด" อรุณรัศมีมองหน้าบิดา เธอรู้ดีว่าการต่อต้านนั้นไร้ความหมาย คุณพ่อของเธอเด็ดขาดและไม่เคยยอมให้ใครมาขัดใจ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจและการรักษาอำนาจของตระกูล "แล้ว... แล้วเรื่องนี้จะประกาศเมื่อไหร่คะ?" เธอถามเสียงเบา "อีกสองสัปดาห์ พ่อจะจัดงานเลี้ยงใหญ่โตเชิญแขกเหรื่อผู้มีเกียรติมามากมาย เพื่อประกาศการหมั้นอย่างเป็นทางการ" คุณอนันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความพอใจ "ลูกไม่ต้องกังวลนะ พ่อจะจัดการทุกอย่างเอง ลูกแค่เตรียมตัวให้พร้อมก็พอ" อรุณรัศมีได้แต่พยักหน้ารับ เธอรู้สึกเหมือนถูกจับยัดเข้าไปในเรื่องราวที่ไม่ต้องการถูกเป็นส่วนหนึ่ง ความรู้สึกสับสน ตื่นตระหนก และเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เธอเคยมีความฝัน มีความหวังถึงความรักที่อบอุ่นหัวใจ แต่ดูเหมือนว่าความฝันเหล่านั้นกำลังจะเลือนหายไปกับสายลม "ไปเตรียมตัวได้แล้ว" คุณอนันต์เอ่ยขึ้น "วันนี้จะมีแขกมาเยี่ยม พ่อจะให้ลูกได้รู้จักกับว่าที่คู่หมั้นของลูก" คำว่า 'ว่าที่คู่หมั้น' ดังสะท้อนอยู่ในหูของอรุณรัศมี เธอใจหายวาบ รู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งทับถมอยู่บนอก "ค่ะ" เธอตอบเสียงแผ่วเบา เธอเดินออกจากห้องโถงด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ภาพของภูวินทร์ ธนาภัทร ชายหนุ่มที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่กำลังจะต้องผูกพันด้วยแหวนหมั้น ราวกับถูกบังคับด้วยชะตากรรมที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เธอเดินไปที่สวนหลังบ้านที่เงียบสงบ เธอนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นพู่ระหงที่กำลังออกดอกสีแดงสดใส กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาตามลม แต่กลับไม่สามารถปลอบประโลมจิตใจที่กำลังปั่นป่วนของเธอได้เลย "ทำไมต้องเป็นแบบนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำในสระว่ายน้ำที่อยู่ไม่ไกล เงาของต้นไม้ทอดยาวไปบนพื้นหญ้า สร้างภาพที่ดูสวยงามแต่แฝงไว้ด้วยความเหงา เธอหลับตาลง สูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมความเข้มแข็งให้กับตัวเอง เธอรู้ดีว่าการต่อต้านนั้นไม่เป็นผล เธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ทันใดนั้น เสียงรถยนต์หรูคันหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหน้าบ้าน เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยทำให้เธอใจเต้นแรง นี่อาจจะเป็นแขกที่คุณพ่อกล่าวถึง เธอตัดสินใจลุกขึ้นยืน ปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนเดรสออกไป เธอรู้ว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับเขา ชายหนุ่มที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของเธอ เธอเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน ผ่านห้องโถงที่ประดับประดาอย่างหรูหรา ไปยังห้องรับแขกที่บิดาของเธอกำลังรออยู่ เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนอยู่ตรงหน้าบิดาของเธอ ใบหน้าของเขาคมคาย รูปทรงปากได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน รับกับดวงตาสีเข้มที่ดูเย็นชา ผมสีดำตัดสั้นเรียบร้อย เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ดูภูมิฐาน เขาคือภูวินทร์ ธนาภัทร ว่าที่คู่หมั้นของเธอ "อรุณรัศมี นี่ลูกชายของท่านประธานธนาภัทร ภูวินทร์" คุณอนันต์แนะนำโดยไม่มองหน้าเธอ อรุณรัศมีก้มหน้าน้อยๆ ราวกับจะทักทาย แต่สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแหวนวงหนึ่งบนนิ้วนางข้างซ้ายของภูวินทร์ มันเป็นแหวนที่ดูเรียบง่ายแต่สลักเสลาอย่างประณีต "สวัสดีครับคุณอรุณรัศมี" ภูวินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้แฝงแววตื่นเต้นหรือยินดีอะไรเลย "สวัสดีค่ะ คุณภูวินทร์" เธอตอบกลับเสียงเบา บทสนทนาระหว่างเธอกับเขาดูเหมือนจะติดขัด ไม่มีประกายใดๆ ที่บ่งบอกถึงความรู้สึกดีๆ ที่จะก่อตัวขึ้น "พ่อขอตัวก่อนนะ" คุณอนันต์พูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน "พ่อมีธุระต้องไปจัดการ ปล่อยให้สองคนคุยกันนะ" คำพูดนั้นเหมือนผลักเธอเข้าสู่สถานการณ์ที่อึดอัด เธอเหลืออยู่กับภูวินทร์เพียงลำพัง "เชิญนั่งครับ" ภูวินทร์ผายมือไปยังโซฟาตัวหนึ่ง อรุณรัศมีนั่งลงอย่างเก้ๆ กังๆ เธอมองไปยังภูวินทร์ที่นั่งลงข้างๆ เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย "คุณภูวินทร์..." เธอเริ่มบทสนทนา "ผมว่าเราไม่ต้องคุยกันมากหรอกครับ" ภูวินทร์หันมามองเธอ แววตาของเขาว่างเปล่า "เราหมั้นกันตามข้อตกลงของผู้ใหญ่ ผมเองก็มีเหตุผลของผม คุณเองก็คงมีเหตุผลของคุณ" คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำถึงสถานการณ์อันไร้ความหมายนี้ "เหตุผลของคุณคืออะไรคะ?" เธอถามอย่างอดไม่ได้ ภูวินทร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ผมต้องการให้ตระกูลธนาภัทรได้เปรียบทางการค้ากับตระกูลอัครเดช คุณเองก็คงรู้นะครับว่าบริษัทของเรากำลังมีปัญหาสภาพคล่องเล็กน้อย" คำตอบนั้นทำให้เธอรู้สึกเย็นชาลงไปอีก "แล้ว... แล้วคุณเคยคิดถึงความรู้สึกของหนูบ้างไหมคะ?" เธอถามเสียงสั่น "ความรู้สึก?" ภูวินทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย "ผมคิดว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนเกินกว่าจะใช้คำว่า 'ความรู้สึก' มาตัดสินได้ครับ" เธอหลับตาลงอย่างอ่อนแรง "ถ้าอย่างนั้น... ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่เคยรักหนูใช่ไหมคะ?" ภูวินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเหนื่อยหน่าย "ผมไม่เคยบอกว่าจะรักคุณ" คำตอบนั้นบาดลึกเข้ามาในหัวใจของอรุณรัศมี เธอเม้มปากแน่น ไม่รู้จะพูดอะไรอีกต่อไป "ผมว่าเรากลับเข้าเรื่องกันดีกว่า" ภูวินทร์พูดขึ้น "พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเลือกแหวนหมั้น" อรุณรัศมีได้แต่พยักหน้ารับ เธอรู้สึกเหมือนชีวิตกำลังจะถูกกำหนดโดยคนอื่น โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะออกเสียง เธอหันกลับไปมองหน้าต่างอีกครั้ง ดวงตาของเธอสะท้อนภาพท้องฟ้าสีคราม แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยเมฆหมอกแห่งความมืดมน

6,423 ตัวอักษร