ตอนที่ 13 — ความจริงที่คาดไม่ถึงถูกเปิดเผย
ธามยิ้มมุมปาก ดวงตาที่เคยมีประกายความรักกลับกลายเป็นความเย็นชาและเย้ยหยัน "ผมจะทำให้แน่ใจว่า... ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณเจอ... จะไม่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จของผม" เขาเดินเข้ามาใกล้รสามากขึ้น เสียงของเขาค่อยๆ ทุ้มต่ำลง "เอกสารพวกนั้นน่ะเหรอ? ผมว่าคุณอาจจะเข้าใจอะไรผิดไปนะรสา"
รสาจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ฉันเข้าใจทุกอย่างดี ธาม คุณกำลังยักยอกทรัพย์สินของบริษัทฉัน คุณกำลังทำผิดกฎหมาย!"
"ผิดกฎหมายเหรอ?" ธามหัวเราะเบาๆ "คุณแน่ใจเหรอว่ามันคือความผิดพลาดจริงๆ? หรือว่า... มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่าที่คุณไม่รู้?"
ทนายของธามก้าวเข้ามาข้างหน้า "คุณหญิงครับ เอกสารที่คุณพบนั้น เป็นการดำเนินการตามปกติของบริษัทเราครับ โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารทั้งหมดแล้ว"
"คณะกรรมการบริหาร?" รสาสวนกลับทันที "รวมถึงพ่อของฉันด้วยอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีทาง! พ่อของฉันไม่มีวันอนุมัติเรื่องแบบนี้เด็ดขาด!"
"ท่านประธานวราฤทธิ์ได้มอบอำนาจเต็มที่ให้กับผมในการบริหารจัดการบริษัทในขณะที่ท่านพักผ่อนครับ" ธามกล่าว "และทุกการตัดสินใจของผม... ก็อยู่ภายใต้การรับรู้ของท่าน"
"โกหก!" รสาตะโกน "พ่อของฉันไม่เคยไว้ใจคุณขนาดนั้น! คุณมันก็แค่คนที่เข้ามาปอกลอกครอบครัวของฉัน!"
"ใจเย็นก่อนครับคุณหญิง" ทนายของธามพยายามพูดอย่างนุ่มนวล "เอกสารการโอนหุ้นเหล่านั้น ได้รับการลงนามโดยท่านประธานวราฤทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการครับ"
รสาแทบจะทรุดลงกับพื้น น้ำตาคลอหน่วย "ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้..." เธอหันไปมองทนายของครอบครัว "คุณทนายคะ เป็นไปได้ไหมที่พ่อของฉันจะ... ลงนามในเอกสารโดยที่ไม่ทราบเนื้อหาจริงๆ?"
ทนายของครอบครัวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ตามกฎหมาย... การลงนามในเอกสารถือเป็นการรับทราบและยอมรับในเนื้อหาของเอกสารนั้นๆ ครับ แต่... หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า การลงนามนั้นถูกบีบบังคับ หรือมีการปลอมแปลงลายเซ็น... ก็อาจจะมีข้อยกเว้นครับ"
"ปลอมแปลงลายเซ็น?" ธามเลิกคิ้ว "คุณหญิงรสาแน่ใจนะครับว่ากำลังพูดถึงอะไร? ลายเซ็นบนเอกสารนั้น... คือลายเซ็นจริงของท่านประธานวราฤทธิ์ครับ เรามีพยานที่สามารถยืนยันได้"
"พยานของคุณ... ก็คือคนที่อยู่ข้างกายคุณไง!" รสาชี้ไปที่ทนายของธาม "คุณจะให้ใครมาเป็นพยานได้อีก! นอกเสียจากคนที่สมรู้ร่วมคิดกับคุณ!"
"คุณหญิงครับ โปรดใช้เหตุผลด้วยครับ" ธามกล่าว "ผมเข้าใจว่าคุณกำลังเสียใจกับการสูญเสียการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ แต่การกล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน... จะไม่ช่วยอะไรเลย"
"หลักฐานเหรอ?" รสาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น "คุณอยากได้หลักฐานใช่ไหม? ได้เลย! ฉันจะหาหลักฐานมาให้คุณเห็นจนได้ ว่าคุณมันกำลังโกหก!"
เมษาที่ยืนอยู่ข้างๆ รสามาตลอด ค่อยๆ เข้ามาจับมือเธอ "รสา... ใจเย็นๆ นะ"
"ฉันจะใจเย็นได้ยังไงเมษา! เขาทำลายทุกอย่างของครอบครัวฉันไปแล้ว!" รสาแทบจะกรีดร้องออกมา
"ผมคิดว่า... ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้รับฟังความจริงทั้งหมด" จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของธาม เป็นเสียงของชายชราท่าทางภูมิฐาน ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งกาลเวลาแต่ยังคงฉายแววฉลาดปราดเปรื่อง
ทุกคนหันไปมองตามเสียง รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณตา!"
ชายชราผู้นั้นคือคุณตาของรสา ผู้ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศมานาน และไม่เคยปรากฏตัวในที่สาธารณะนานนับปี
"คุณตามาทำไมคะ" รสาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ฉันมาเพื่อยุติเรื่องวุ่นวายนี้" คุณตาของรสาเดินเข้ามาหาเธอ สัมผัสที่แขนของเธออย่างอ่อนโยน "และมาเพื่อบอกความจริงบางอย่างที่คุณควรรู้"
ธามยืนนิ่ง อึ้งไปเล็กน้อยกับปรากฏการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้
"คุณตา... หมายถึงเรื่องอะไรคะ" รสาถาม
"เรื่องการโอนหุ้น... เรื่องการเข้าซื้อกิจการ..." คุณตาของรสาถอนหายใจ "ทั้งหมดนี้... เป็นแผนการที่ฉันวางไว้เอง"
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของรสา เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ได้ยิน "คุณตา... พูดอะไรคะ... แผนการอะไร?"
"แผนการที่จะเปิดโปงธาม" คุณตาของรสาระบุ "และเพื่อที่จะได้หลักฐานที่ชัดเจนที่สุด... ฉันจึงต้องให้วราฤทธิ์... พ่อของคุณ... ยอมร่วมมือกับฉัน"
"พ่อ... ร่วมมือกับคุณตา?" รสาเอ่ยชื่อพ่อของเธอด้วยความสับสน "แต่... พ่อจะทำแบบนั้นไปทำไมคะ"
"เพราะวราฤทธิ์... รู้ดีว่าธามกำลังวางแผนที่จะทำลายเขามานานแล้ว" คุณตาของรสาตอบ "แต่เขาต้องการหลักฐานที่ชัดเจน... หลักฐานที่หนีไม่พ้น... เพื่อที่จะสามารถจัดการกับธามได้อย่างเด็ดขาด"
"แล้ว... แล้วการที่บริษัทของคุณธามจะเข้าซื้อกิจการของเราล่ะคะ" รสาถามต่อ "นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนของคุณตาด้วยอย่างนั้นเหรอคะ?"
"ใช่" คุณตาของรสาพยักหน้า "ฉันปล่อยให้ธามคิดว่าเขากำลังจะชนะ... เพื่อให้เขาเปิดเผยแผนการทั้งหมดออกมา... และเพื่อให้เราสามารถรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วน"
ธามที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือด เขาไม่คิดไม่ฝันว่าเรื่องจะพลิกผันไปได้ขนาดนี้ "ไม่จริง... คุณหลอกผม!"
"ฉันไม่ได้หลอกใคร" คุณตาของรสาหันไปมองธามด้วยสายตาที่เฉียบคม "ฉันแค่... กำลังแสดงให้ทุกคนเห็นธาตุแท้ของคุณ"
"หลักฐานที่คุณพบ... ไม่ใช่การปลอมแปลง" คุณตาของรสาอธิบายต่อ "มันคือเอกสารที่พ่อของคุณ... สร้างขึ้นมาเอง... โดยมีฉันเป็นผู้ควบคุมดูแล... เพื่อให้ธามตายใจ... และเพื่อให้เขากล้าเปิดเผยแผนการที่แท้จริงออกมา"
"แต่... ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้คะ" รสาถามด้วยน้ำตาที่ไหลริน "ทำไมไม่บอกหนูตรงๆ"
"เพราะถ้าบอกคุณตรงๆ... คุณจะกังวล... จะพยายามหาทางขัดขวาง... และอาจจะทำให้แผนการของเราล้มเหลว" คุณตาของรสาปลอบโยน "พ่อของคุณ... ต้องการปกป้องครอบครัวของเรา... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ปกป้องคุณ... รสา"
ในขณะนั้นเอง ทนายของธามก็หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นท่าทีของคุณตาของรสา "ท่านประธานครับ... ผมว่า... เราควรจะ..."
"เงียบ!" ธามตวาดใส่ทนายของเขา "แกบอกว่าทุกอย่างถูกกฎหมาย! แกบอกว่าลายเซ็นเป็นของจริง! แล้วนี่มันอะไรกัน!"
"ผม... ผมก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนครับท่านประธาน" ทนายของธามกล่าวเสียงสั่น "ผมคิดว่า... เป็นการดำเนินการตามปกติ..."
"ปกติเหรอ!" ธามหันมาทางรสาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น "คุณ... รสา... คุณมันร้ายกาจจริงๆ! คุณแกล้งทำเป็นอ่อนแอ... เพื่อล่อให้ผมตายใจ! แล้วคุณก็ใช้คนในครอบครัวของคุณ... มาเล่นงานผม!"
"ฉันไม่ได้แกล้งทำอะไรทั้งนั้น" รสาตอบ "ฉันแค่... ทำในสิ่งที่ต้องทำ... เพื่อปกป้องครอบครัวของฉัน"
"แล้ว... พ่อของหนูล่ะคะ" รสาหันไปถามคุณตา "พ่อสบายดีใช่ไหมคะ"
"วราฤทธิ์... ปลอดภัยดี" คุณตาของรสาตอบ "แต่เขา... กำลังจะมาที่นี่... เพื่อเผชิญหน้ากับคุณ... ธาม"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานนั้นอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะระเบิด รสาไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี ทั้งโล่งใจที่แผนการของธามกำลังจะถูกเปิดโปง และในขณะเดียวกันก็ยังคงเต็มไปด้วยความปวดร้าวในใจ
5,349 ตัวอักษร