ตอนที่ 22 — ความจริงที่เจ็บปวดของคุณวิสิทธิ์
"อาจจะเป็นเพราะ... เหตุผลบางอย่าง" ธีรภัทรกล่าว "หรืออาจจะเพราะ... คุณวิสิทธิ์เองก็ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องนี้กับใครมากนัก" เขาหยิบเอกสารบางส่วนขึ้นมาดูอีกครั้ง "ดูนี่สิ... ข้อตกลงการลงทุนนี้ ลงนามเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ตรงกับช่วงเวลาที่ธุรกิจของคุณวิสิทธิ์กำลังจะล้มละลายพอดี"
ลิลลี่พยักหน้าช้าๆ "แล้วทำไม... คุณวิสิทธิ์ถึงปล่อยให้วิศรุตเข้าใจผิดมาตลอดคะ"
"นั่นสิ" ธีรภัทรครุ่นคิด "บางที... เขาอาจจะอยากให้เรื่องนี้จบลงไปเงียบๆ ก็ได้ เขาคงไม่อยากให้ลูกชายต้องมารับรู้เรื่องราวความผิดพลาดในอดีตของเขา"
"แต่นั่นก็ทำให้วิศรุตต้องแบกรับความรู้สึกผิด ความแค้น และความเข้าใจผิดมาตลอดชีวิตนะคะ" ลิลลี่พูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจ "น่าสงสารเขาจริงๆ"
"ผมก็รู้สึกอย่างนั้น" ธีรภัทรกล่าว "ความจริงที่เจ็บปวด... บางครั้งการปกป้องคนที่เรารัก ก็อาจจะทำให้เกิดบาดแผลที่ลึกกว่าเดิมได้" เขาหันไปมองลิลลี่ ดวงตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกที่ซับซ้อน "ฉันหวังว่า... เรื่องระหว่างเรา จะไม่เป็นแบบนั้นนะ"
ลิลลี่ยิ้มบางๆ "ไม่หรอกค่ะ" เธอเอื้อมมือไปจับมือธีรภัทรเบาๆ "เราจะคุยกันทุกเรื่อง เราจะไม่มีความลับต่อกัน"
ธีรภัทรบีบมือเธอเบาๆ "ขอบคุณนะลิลลี่"
ทั้งสองคนใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ ธีรภัทรตัดสินใจว่าเขาจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับคุณวิสิทธิ์อย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวิศรุต
"คุณแม่คะ" ธีรภัทรเดินเข้าไปหาคุณหญิงพิสมัยที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขก "ผมคุยกับลิลลี่เรื่องเอกสารแล้วครับ"
คุณหญิงพิสมัยเงยหน้าขึ้นมามอง "เป็นยังไงบ้างจ๊ะ"
"ผมเจอหลักฐานที่แสดงว่า พ่อของผมไม่ได้ขโมยธุรกิจของคุณวิสิทธิ์ไป แต่เป็นการเข้ามาช่วยเหลือต่างหากครับ" ธีรภัทรอธิบาย "และดูเหมือนว่า คุณวิสิทธิ์อาจจะไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับวิศรุต"
คุณหญิงพิสมัยถอนหายใจเบาๆ "คุณวิสิทธิ์เป็นคนใจดีเกินไป เขาคงอยากจะปกป้องลูกชายของเขาเอง"
"ผมเข้าใจคุณวิสิทธิ์นะครับ" ธีรภัทรกล่าว "แต่ผมก็อดสงสารวิศรุตไม่ได้ เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเข้าใจผิดมานาน"
"แล้วเธอคิดจะทำยังไงต่อไปล่ะ" คุณหญิงพิสมัยถาม
"ผมจะไปคุยกับคุณวิสิทธิ์ครับ" ธีรภัทรตอบ "ผมอยากให้คุณวิสิทธิ์ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้วิศรุตฟังด้วยตัวเอง"
"เป็นความคิดที่ดี" คุณหญิงพิสมัยเห็นด้วย "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และการเผชิญหน้ากับความจริง อาจจะทำให้เกิดการเยียวยาที่ดีที่สุด"
เช้าวันรุ่งขึ้น ธีรภัทรตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของคุณวิสิทธิ์อีกครั้ง ลิลลี่ขอไปด้วย แต่ธีรภัทรปฏิเสธ เขาอยากจะคุยเรื่องนี้กับคุณวิสิทธิ์ตามลำพังก่อน
"ผมจะไปคุยกับคุณวิสิทธิ์เรื่องวิศรุตครับ" ธีรภัทรบอกกับลิลลี่ "ผมอยากให้คุณวิสิทธิ์ได้อธิบายความจริงทั้งหมดให้วิศรุตฟังด้วยตัวเอง"
ลิลลี่ยิ้มให้กำลังใจ "สู้ๆ นะคะ ฉันเชื่อว่าคุณวิสิทธิ์จะเข้าใจ"
เมื่อธีรภัทรไปถึงบ้านของคุณวิสิทธิ์ เขาพบว่าวิศรุตกำลังช่วยคุณวิสิทธิ์ดูแลสวนอยู่ ทั้งสองคนดูผ่อนคลายกว่าเมื่อวานมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
"คุณวิสิทธิ์ครับ" ธีรภัทรเดินเข้าไปหา "ผมขอรบกวนเวลาสักครู่ครับ"
คุณวิสิทธิ์หันมามอง "อ้าว ธีรภัทร ยินดีเลย เชิญนั่งก่อนสิ"
วิศรุตมองธีรภัทรด้วยความแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้าให้เล็กน้อย
"ผม... มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณวิสิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องของวิศรุตครับ" ธีรภัทรกล่าวอย่างนุ่มนวล
คุณวิสิทธิ์มองหน้าธีรภัทรอย่างเข้าใจ "ฉันรู้... ว่าเธอคงไปหาหลักฐานอะไรมาสินะ"
ธีรภัทรพยักหน้า "ครับ ผมเจอเอกสารหลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่า... พ่อของผมไม่ได้ขโมยธุรกิจของคุณวิสิทธิ์ไป แต่เป็นการเข้ามาช่วยเหลือต่างหาก"
คุณวิสิทธิ์หลับตาลงช้าๆ "ฉันรู้... ว่าวันหนึ่งความจริงมันก็ต้องปรากฏ"
"แล้วทำไมคุณวิสิทธิ์ถึงปล่อยให้วิศรุตเข้าใจผิดมาตลอดครับ" ธีรภัทรถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงอ่อนโยน
"ฉัน... ฉันไม่อยากให้วิศรุตต้องมารับรู้ความผิดพลาดของฉัน" คุณวิสิทธิ์กล่าว เสียงของเขาแผ่วเบา "ฉันอยากให้เขามองว่าฉันเป็นคนที่เข้มแข็ง เป็นเสาหลักของครอบครัวมาตลอด"
"แต่นั่นก็ทำให้วิศรุตต้องแบกรับความเจ็บปวดมาตลอดชีวิตนะครับ" ธีรภัทรพูดต่อ "เขาเข้าใจผิดมาตลอดว่าพ่อของเขาคือคนที่ทำลายครอบครัวคุณ"
"ฉันรู้... ฉันรู้ดี" คุณวิสิทธิ์ถอนหายใจยาว "ฉันผิดเองที่ไม่ได้บอกเขา ฉันกลัว... กลัวว่าเขาจะผิดหวังในตัวฉัน"
"ผมเข้าใจครับ" ธีรภัทรกล่าว "แต่ผมคิดว่า... ถึงเวลาแล้วที่คุณวิสิทธิ์ควรจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้วิศรุตฟังด้วยตัวเอง"
วิศรุตที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ มาตลอด ก็เดินเข้ามาหา "คุณภัทรพูดถูกครับพ่อ" เขาพูดเสียงดังฟังชัด "ผมอยากรู้ความจริงจากปากพ่อเอง"
คุณวิสิทธิ์มองหน้าลูกชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเสียใจ "วิศรุต... พ่อขอโทษ"
3,878 ตัวอักษร