เงาของอดีต
หญิงสาวในชุดแดงเพลิงยืนสง่า ใบหน้าของเธอคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความคุ้นเคยและความแปลกแยก ฉันมองเธอสลับกับนนท์ที่ยังคงนิ่งสงบ แต่สายตาของเขากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่สามารถตีความได้ “ที่รัก… ฉันมาแล้ว” เสียงของเธอหวานเจื้อยแจ้ว แต่กลับกรีดบาดลึกเข้าไปในหัวใจฉัน
“คุณ… เป็นใคร?” ฉันถามออกไป เสียงของฉันสั่นเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามควบคุมตัวเอง
หญิงสาวหันมามองฉัน ด้วยรอยยิ้มที่ดูราวกับประดับประดา “อ้าว… นี่คุณยังอยู่เหรอคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง “ดิฉัน ‘ปราง’ ค่ะ”
ปราง… ชื่อนั้น… มันคุ้นหูเหลือเกิน แต่ในความรู้สึกของฉัน มันเหมือนมาจากอีกโลกหนึ่ง โลกที่ฉันไม่เคยเหยียบย่างเข้าไป
นนท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวไปหาปราง แล้วโอบไหล่เธอไว้เบาๆ “ปราง… นี่พิมพ์ ภรรยาของฉัน” เขาแนะนำด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่างเหิน
ภรรยา? คำว่า “ภรรยา” ที่หลุดออกมาจากปากเขาในขณะที่เขากำลังโอบไหล่หญิงสาวคนอื่น มันเหมือนมีดคมอีกเล่มที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเดิม
“อ้อ… ภรรยาของคุณนี่เอง” ปรางยิ้มมุมปาก “ดิฉันนึกว่า… คุณจะจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้วเสียอีก”
“มัน… ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องคุยกัน” นนท์ตอบเลี่ยงๆ
ฉันยืนนิ่ง มองดูภาพตรงหน้า น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังฝันร้าย ฝันร้ายที่ฉันไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้
“คุณ… คุณกำลังจะบอกฉันว่า… ผู้หญิงคนนี้… คือคนที่คุณจะแต่งงานด้วย?” ฉันถามนนท์ เสียงของฉันขาดห้วง
นนท์ถอนหายใจ “พิมพ์… มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด”
“แล้วมันเป็นอย่างที่ฉันคิดยังไงกันแน่คะ?” ฉันตะคอกกลับ “คุณกำลังจะทิ้งฉันไปหาเธอ… ใช่ไหม?”
ปรางหัวเราะเบาๆ “คุณคิดไปเองทั้งนั้นแหละค่ะ” เธอกล่าว “ดิฉันกับคุณนนท์… เราเป็นแค่เพื่อนกัน”
คำว่า “เพื่อน” ที่ออกมาจากปากเธอ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำ ฉันหันไปมองนนท์อย่างขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือแววตาที่สับสนและเจ็บปวดของเขา
“นนท์… บอกฉันสิ” ฉันอ้อนวอน “บอกฉันว่าเรื่องนี้มันไม่จริง”
เขาสบตาฉัน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “พิมพ์… เรา… เราต้องคุยกันเรื่อง ‘อดีต’ ของเธอ”
“อดีต?” ฉันทวนคำ “ฉันไม่เข้าใจ… คุณกำลังจะบอกว่า… ผู้หญิงคนนี้… เกี่ยวข้องกับอดีตของฉัน?”
ปรางหัวเราะอย่างขมขื่น “เกี่ยวสิคะ… เกี่ยวมากเลยทีเดียว”
“หมายความว่ายังไง?” ฉันถามเสียงสั่น
นนท์รวบรวมความกล้า “เธอจำ… ‘พิมพ์’ คนเดิมได้ไหม?”
“พิมพ์คนเดิม?” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉันก็คือพิมพ์นี่แหละ… พิมพ์ที่แต่งงานกับคุณ”
“ไม่ใช่… พิมพ์คนนั้น… เขาไปแล้ว…” ปรางพูดขึ้น “และ… ฉันก็คือ ‘พิมพ์’ ที่เหลืออยู่”
คำพูดของปรางทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างไปหมด “คุณ… คุณชื่อปราง… แล้วคุณบอกว่าคุณชื่อพิมพ์?”
“ใช่ค่ะ” ปรางตอบ “เพราะดิฉัน… คือ ‘พิมพ์’ ตัวจริง”
ความจริงที่ปรางพูดออกมา มันหนักอึ้งจนฉันแทบยืนไม่อยู่ “เป็นไปไม่ได้!” ฉันร้องออกมา “ฉันคือพิมพ์! ฉันคือภรรยาของนนท์!”
นนท์เดินเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ “พิมพ์… เธอแน่ใจเหรอว่า… เธอคือพิมพ์คนเดียวที่ฉันรู้จัก?”
คำถามนั้น… มันแทงใจฉันอย่างจัง… เขาไม่เคยถามคำถามแบบนี้มาก่อน… ตลอดสิบปีที่ผ่านมา… เขาไม่เคยสงสัยในตัวตนของฉันเลย… หรือว่า… ที่ผ่านมา… ฉัน… เป็นแค่เงา?
“คุณ… คุณหมายความว่ายังไง?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
นนท์สบตาฉันอย่างลึกซึ้ง “จำได้ไหม… ที่เธอเคยบอกว่า… เธอไม่มีครอบครัว? ไม่มีญาติพี่น้อง? ไม่มีใครเลย?”
ฉันพยักหน้าช้าๆ “ใช่… ฉันบอกคุณแบบนั้น”
“แล้ว… เธอเคยคิดไหม… ว่าทำไม?” เขาถามต่อ
ฉันเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล… ความรู้สึกที่มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ… มันไม่ใช่ความรัก… แต่มันคือความหวาดระแวง
“คุณ… คุณกำลังจะบอกว่า… ฉัน… ไม่ใช่… พิมพ์?” ฉันถามเสียงสั่น
ปรางยิ้มอย่างมีเลศนัย “บางที… เธออาจจะเป็น… ‘พิมพ์’ ที่นนท์… หามาตลอดชีวิตก็ได้นะคะ”
“หามาตลอดชีวิต?” ฉันทวนคำ “หมายความว่ายังไง?”
นนท์สูดหายใจลึก “มันมีเรื่องราว… ที่เธอไม่เคยรู้… เรื่องราว… ที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะเข้ามาในชีวิตของฉัน…”
ก่อนที่ฉันจะได้ถามต่อ ปรางก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอ แล้วเปิดรูปภาพบางอย่างให้ฉันดู… เป็นรูปของฉัน… แต่… ฉันไม่เคยเห็นรูปนี้มาก่อน… ในรูปนั้น… ฉันดู… เด็กกว่านี้… และ… ในอ้อมแขนของฉัน… มีเด็กทารกคนหนึ่ง… เด็กทารกที่… หน้าตาคล้ายกับ…
“นี่มัน… รูปอะไร?” ฉันถามอย่างตกใจ
ปรางหัวเราะเบาๆ “รูปของ ‘พิมพ์’ คนเก่า… กับลูกของเธอไงคะ… ลูกที่… ‘นนท์’… ทิ้งไป…”
ลูก? ทิ้งไป? ฉันมีลูก? ลูกของนนท์? ความคิดทั้งหมดตีกันยุ่งเหยิงในหัวของฉัน… ใครคือเด็กคนนั้น? แล้วทำไมฉันถึงจำไม่ได้?… หรือว่า… ความทรงจำทั้งหมดของฉัน… มันถูกลบไป?
219 ตัวอักษร