ตอนที่ 20 — ทางเลือกที่ไม่มีวันหวนกลับ
ลมยามบ่ายพัดพาเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนตามท้องถนนที่ว่างเปล่า พราวพิรุณขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอพยายามประมวลผลทุกอย่างที่เมขลาบอกเล่า การแต่งงานระหว่างบิดาอรุณกับเมขลา การผูกพันทางทรัพย์สิน และความตั้งใจที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังพินัยกรรม ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง แต่ในใจของเธอยังคงมีคำถามและความสงสัยค้างคาอยู่
เมื่อมาถึงบ้าน พลอยใสวิ่งออกมาต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มสดใส "แม่กลับมาแล้ว!"
พราวพิรุณยิ้มตอบลูกสาว แต่รอยยิ้มนั้นไม่สามารถปิดบังความกังวลที่ฉายชัดในดวงตาของเธอได้ "เป็นยังไงบ้างลูก วันนี้ไปเที่ยวกับคุณป้ามาเหรอ" เธอถามพลางอุ้มพลอยใสขึ้นมาหอมแก้ม
"ไปค่ะ คุณป้าใจดีมากเลย" พลอยใสพูดอย่างร่าเริง "คุณป้าซื้อตุ๊กตาตัวใหม่ให้หนูด้วย"
คำว่า "คุณป้า" ที่พลอยใสเอ่ยออกมา ทำให้พราวพิรุณรู้สึกแปลกๆ เธอรู้ว่าพลอยใสหมายถึงเมขลา แต่การที่ลูกเรียกเมขลาด้วยคำว่า "คุณป้า" ก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยลูกสาวของเธอก็ยังคงรักษาความรู้สึกของเธอไว้
"ดีแล้วจ้ะลูก" พราวพิรุณพูดพลางเดินเข้าไปในบ้าน "แล้วคุณป้าเขาพูดอะไรอีกไหม"
"คุณป้าบอกว่าคุณป้าอยากจะพาหนูไปเที่ยวทะเล แล้วก็บอกว่าหนูจะได้มีบ้านหลังใหญ่อยู่" พลอยใสเล่าต่ออย่างตื่นเต้น
พราวพิรุณถอนหายใจแผ่วเบา เธอมองไปรอบๆ ห้องรับแขกที่คุ้นเคย ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยมีให้บ้านหลังนี้ค่อยๆ จางหายไป เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิแห่งการต่อสู้เพื่ออนาคตของเธอและลูกสาว
"พลอยใสลูก แม่มีเรื่องจะคุยด้วยนะ" พราวพิรุณตัดสินใจว่าเธอควรจะเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้ลูกฟัง แม้ว่ามันอาจจะยากเกินกว่าที่เด็กวัยเท่านี้จะเข้าใจทั้งหมดก็ตาม
"ว่ามาเลยค่ะแม่" พลอยใสนั่งลงบนโซฟา จ้องมองแม่ด้วยความตั้งใจ
"คือ... เรื่องของคุณปู่..." พราวพิรุณเริ่มอึกอัก "คุณปู่ของพลอยใส... ท่านเสียชีวิตไปแล้วนะลูก"
พลอยใสหน้าเศร้าลงทันที "จริงเหรอคะ"
"ใช่จ้ะ" พราวพิรุณพยักหน้า "แล้วท่านก็ได้ทิ้งของบางอย่างไว้ให้เรา... เป็นมรดก"
"มรดกคืออะไรคะ" พลอยใสถามด้วยความสงสัย
"มรดกก็คือ... ทรัพย์สินที่ท่านอยากจะมอบให้เรานะลูก" พราวพิรุณอธิบายอย่างง่ายที่สุด "แต่... การจะได้มรดกนี้มา... พลอยใสอาจจะต้อง... อยู่กับคุณป้า"
พลอยใสขมวดคิ้ว "อยู่กับคุณป้าเหรอคะ ทำไมล่ะคะ หนูไม่อยากอยู่กับคุณป้า หนูอยากอยู่กับแม่"
"แม่รู้จ้ะลูก" พราวพิรุณกอดลูกสาวแน่น "แต่แม่ก็อยากให้เรามีชีวิตที่ดี มีบ้านที่อบอุ่น มีทุกอย่างที่เราต้องการ"
"แล้วถ้าหนูไม่อยู่กับคุณป้าล่ะคะ" พลอยใสถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เราจะไม่มีบ้านเหรอคะ"
"แม่... แม่ไม่แน่ใจค่ะลูก" พราวพิรุณยอมรับความจริง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทรยศลูกสาว "แต่แม่สัญญาว่าแม่จะพยายามหาทางที่ดีที่สุดให้เรา"
พลอยใสซบหน้าลงกับอกของแม่ น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลอาบแก้ม "หนูไม่อยากเสียแม่ไป หนูอยากมีแม่กับหนูอยู่ด้วยกันตลอดไป"
พราวพิรุณรู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดของลูกสาวเหลือเกิน เธอไม่เคยคิดเลยว่าการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลอยใสมากขนาดนี้
"ไม่ต้องห่วงนะลูก" พราวพิรุณกระซิบข้างหู "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่จะอยู่ตรงนี้เพื่อพลอยใสเสมอ"
คืนนั้น พราวพิรุณใช้เวลาทั้งคืนเพื่อทบทวนทุกสิ่งทุกอย่าง เธอเปิดอ่านอีเมลจากทนายชาญชัยอีกครั้ง เอกสารพินัยกรรมกลับมาวางอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง ตัวอักษรสีดำบนพื้นขาวดูชัดเจนขึ้นกว่าเดิม แต่ความหมายกลับยิ่งซับซ้อน
"เงื่อนไขที่ว่า 'หาก พราวพิรุณ ไม่สามารถดำเนินการตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมฉบับนี้ได้ทั้งหมด หรือขัดต่อเจตนารมณ์ของข้าพเจ้า ทรัพย์สินส่วนนี้จะตกเป็นของ เมขลา ทันที'"
เจตนารมณ์ของบิดาอรุณคืออะไรกันแน่? การแต่งงานกับเมขลา? หรือการดูแลพลอยใส? หรือมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น?
พราวพิรุณนึกถึงคำพูดของเมขลา "ฉันรักเธอเหมือนลูก และฉันก็รักพลอยใสเหมือนหลาน ฉันอยากให้พวกเธออยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข" คำพูดนั้นจริงใจหรือไม่? หรือเป็นเพียงกลอุบายเพื่อหลอกใช้เธอ?
เธอเริ่มคิดถึงอีกทางเลือกหนึ่ง ทางเลือกที่เธอไม่ต้องผูกมัดตัวเองกับเมขลา แต่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียทุกอย่าง
"ถ้าฉันไม่ยอมแต่งงานกับเมขลา..." พราวพิรุณพึมพำกับตัวเอง "...เราก็จะไม่มีอะไรเลย"
ความคิดนี้ทำให้เธอหวาดกลัวอย่างยิ่ง เธอไม่สามารถปล่อยให้พลอยใสต้องลำบากได้ เธอเคยผ่านความยากลำบากมาแล้ว และเธอไม่อยากให้ลูกสาวของเธอต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน
เช้าวันต่อมา พราวพิรุณตัดสินใจที่จะกลับไปหาทนายชาญชัยอีกครั้ง เธอต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนกว่านี้ เธอต้องการรู้ว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่
"คุณทนายคะ" พราวพิรุณเอ่ยขึ้นเมื่อทนายชาญชัยเปิดประตูห้องทำงานให้เธอ "ดิฉันมีคำถามค่ะ"
"เชิญเลยครับ คุณพราวพิรุณ" ทนายชาญชัยเชิญเธอเข้าไปนั่ง "มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้บ้างครับ"
"เกี่ยวกับพินัยกรรมของคุณพ่ออรุณค่ะ" พราวพิรุณเริ่มอธิบาย "คุณเมขลาบอกว่าคุณพ่อจะแต่งงานกับเธอ และพินัยกรรมนี้ก็มีเงื่อนไขว่า... ถ้าดิฉันไม่ทำตาม... ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของคุณเมขลา"
ทนายชาญชัยพยักหน้า "ถูกต้องครับคุณพราวพิรุณ"
"แล้ว... แล้วถ้าดิฉันไม่ยอมแต่งงานกับคุณเมขลาล่ะคะ" พราวพิรุณถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ดิฉันจะเสียทุกอย่างเลยใช่ไหม"
"ตามเงื่อนไขของพินัยกรรม... ใช่ครับ" ทนายชาญชัยตอบอย่างตรงไปตรงมา "แต่... คุณพราวพิรุณครับ" เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "คุณพ่อของคุณ... เขาเป็นคนฉลาดมากนะครับ"
"หมายความว่ายังไงคะ" พราวพิรุณถามด้วยความหวัง
"ในพินัยกรรมฉบับนี้... มีช่องทางอื่นอยู่ครับ" ทนายชาญชัยเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ "คุณพ่อของคุณ... เขาทราบดีว่าคุณเป็นคนรักลูกมาก และคุณก็ไม่ชอบการถูกบังคับ"
พราวพิรุณมองแฟ้มเอกสารด้วยความสนใจ
"ท่านได้ระบุไว้ว่า... หากคุณพราวพิรุณไม่สามารถ 'ดำเนินการตามที่ระบุไว้' ได้... แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้ว่า... การไม่ดำเนินการนั้น... เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบุตรสาวของคุณ... คือคุณพลอยใส... ศาลอาจจะพิจารณา... ให้ยกเว้นเงื่อนไขบางประการได้ครับ"
พราวพิรุณแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "หมายความว่า... ดิฉันยังมีโอกาส... ที่จะไม่ต้องแต่งงานกับคุณเมขลา... แล้วก็ยังคงได้ทรัพย์สินส่วนนี้อยู่?"
"เป็นไปได้ครับ" ทนายชาญชัยยิ้มบางๆ "แต่... มันก็ไม่ง่ายนะครับ"
"ต้องทำยังไงคะ" พราวพิรุณถามอย่างกระตือรือร้น
"คุณจะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า... การตัดสินใจของคุณ... เป็นไปเพื่อพลอยใสอย่างแท้จริง" ทนายชาญชัยอธิบาย "ซึ่งหมายความว่า... คุณจะต้อง... แสดงให้เห็นว่า... การแต่งงานกับคุณเมขลา... จะส่งผลเสียต่อพลอยใสในระยะยาว..."
พราวพิรุณนิ่งคิด นี่คือทางออกที่เธอตามหามาตลอด เธอไม่ต้องเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับความมั่นคงของลูกสาว แต่ภาระหน้าที่นี้ก็หนักไม่แพ้กัน เธอจะต้องต่อสู้ในชั้นศาล และเธอจะต้องเผชิญหน้ากับเมขลาอีกครั้ง
"ดิฉัน... ดิฉันจะทำค่ะ" พราวพิรุณตัดสินใจแน่วแน่ "ดิฉันจะสู้เพื่อพลอยใส"
5,469 ตัวอักษร