เมียที่เขาทิ้ง

ตอนที่ 25 / 42

ตอนที่ 25 — การเปิดเผยความลับที่ยิ่งใหญ่กว่า

พยานหลักฐานที่ทนายชาญชัยนำเสนอต่อศาลนั้นหนักแน่นและชัดเจน เขาได้รวบรวมเอกสารสำคัญต่างๆ ที่พิสูจน์ว่าการโอนหุ้นบริษัททั้งหมดของท่านประธานธนาวัฒน์ให้กับคุณเมขลาในช่วงเวลาที่ท่านประธานป่วยหนักนั้นมีเงื่อนงำบางอย่างอยู่ เอกสารการแพทย์ที่แสดงสภาพจิตใจของท่านประธานในช่วงเวลานั้น สภาพแวดล้อมที่ท่านประธานถูกจำกัดการติดต่อกับบุคคลภายนอก และคำให้การของพยานบางปากที่เคยใกล้ชิดกับท่านประธาน ล้วนถูกนำมาแสดงต่อหน้าคณะผู้พิพากษาและคู่กรณี “ท่านประธานธนาวัฒน์ในขณะนั้นมีสภาพจิตใจที่อ่อนแอ หวาดระแวง และถูกครอบงำได้ง่ายจากบุคคลรอบข้าง” ทนายชาญชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “การที่ท่านประธานเซ็นยินยอมโอนหุ้นทั้งหมดให้กับคุณเมขลา จึงไม่ใช่การตัดสินใจโดยเสรีและปราศจากอิทธิพลภายนอก” พราวพิรุณมองไปยังใบหน้าของคุณเมขลา เธอเห็นความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสงบนิ่ง ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์ของความมั่นใจไว้ได้ ทนายของฝ่ายคุณเมขลาพยายามโต้แย้งอย่างเต็มที่ พวกเขาพยายามชี้แจงว่าการโอนหุ้นนั้นเป็นการตัดสินใจโดยสมัครใจของท่านประธาน และคุณเมขลาเองก็ทำหน้าที่ดูแลบริษัทอย่างดีมาโดยตลอด “ท่านประธานธนาวัฒน์มอบความไว้วางใจให้กับคุณเมขลาอย่างเต็มที่” ทนายฝ่ายตรงข้ามโต้กลับ “การกล่าวหาว่ามีการครอบงำจิตใจนั้น เป็นเพียงข้ออ้างที่ไร้หลักฐาน” แต่ทนายชาญชัยก็มีทีเด็ดของเขา เขาเรียกพยานปากสำคัญขึ้นมา พยานคนนั้นคือพยาบาลส่วนตัวของท่านประธานธนาวัฒน์ ซึ่งเป็นคนที่อยู่ดูแลท่านประธานในช่วงเวลาที่ท่านประธานป่วยหนักที่สุด พยาบาลสาวสวมชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาด ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย แต่ดวงตาฉายแววของความมุ่งมั่นที่จะบอกความจริง เธอเดินขึ้นไปบนแท่นพยาน และสาบานตนที่จะให้การตามความเป็นจริง “คุณมีอะไรจะบอกศาลเกี่ยวกับพฤติกรรมของคุณเมขลาในช่วงเวลาที่คุณดูแลท่านประธานบ้าง” ทนายชาญชัยถามอย่างนุ่มนวล พยาบาลสาวสูดลมหายใจลึก “คุณเมขลาเข้ามาเยี่ยมท่านประธานบ่อยมากค่ะ” เธอเริ่มพูด เสียงสั่นเล็กน้อย “แต่ในบางครั้ง เธอจะเข้ามาในช่วงเวลาที่ท่านประธานอ่อนแอมากๆ หรือกำลังหลับอยู่ เธอจะพูดคุยกับท่านประธานด้วยน้ำเสียงที่…กดดันค่ะ” “กดดันอย่างไรครับ” “เธอจะพูดถึงเรื่องการบริหารงานของท่านประธานในอดีต พูดถึงความล้มเหลวบางอย่าง และบอกว่าถ้าท่านประธานไม่ตัดสินใจมอบความไว้วางใจให้เธอ เธอก็จะไม่สามารถช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัวได้” พยาบาลสาวเล่าต่อ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “บางครั้งท่านประธานก็ดูสับสน ท่านถามถึงคุณพราวพิรุณอยู่บ่อยๆ แต่คุณเมขลาจะบอกว่าคุณพราวพิรุณไม่สนใจท่านแล้ว ปล่อยให้ท่านเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง” คำพูดของพยาบาลสาวสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาคดี โดยเฉพาะคุณเมขลา ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างขึ้น จ้องมองไปยังพยาบาลสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่ก็ไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้ “แล้วเรื่องเอกสารการโอนหุ้นล่ะครับ คุณเห็นอะไรบ้าง” ทนายชาญชัยถามต่อ “วันที่ท่านประธานเซ็นเอกสารการโอนหุ้น เป็นวันที่ท่านไข้สูงมาก และดูเหมือนจะเสียการรับรู้ไปบ้างค่ะ” พยาบาลสาวกล่าว “คุณเมขลาเข้ามาพร้อมกับทนายของเธอ และยื่นเอกสารให้ท่านประธานเซ็น ท่านประธานดูเหมือนจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่คุณเมขลาบอกว่า ‘นี่คือเอกสารสำคัญที่ท่านต้องเซ็นเพื่ออนาคตของครอบครัว’ ค่ะ” ทนายของฝ่ายคุณเมขลาพยายามคัดค้าน กล่าวหาว่าพยานเบิกความเท็จ และพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ทนายชาญชัยได้เตรียมเอกสารทางการแพทย์และพยานบุคคลอีกสองสามคนที่จะมายืนยันคำให้การของพยาบาลสาว ทำให้คำโต้แย้งของฝ่ายตรงข้ามอ่อนแรงลงไปทุกขณะ พราวพิรุณมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสงสารท่านประธานในวันวาน ความโกรธแค้นต่อผู้ที่กระทำการอันโหดร้าย และความโล่งใจที่ความจริงกำลังจะปรากฏ เธอหันไปมองทนายชาญชัย ทนายพยักหน้าให้กำลังใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ “นอกจากนี้” ทนายชาญชัยหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา “ยังมีหลักฐานชิ้นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่เราได้มาจากการสืบค้นข้อมูลอย่างละเอียด เอกสารฉบับนี้คือสัญญากู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลที่บริษัทของคุณเมขลาได้ทำไว้ก่อนการโอนหุ้นไม่นาน สัญญานี้มีกำหนดชำระคืนในระยะเวลาอันสั้น และหากผิดนัดชำระ จะต้องถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด” ทุกคนในห้องประชุมพากันตกตะลึงอีกครั้ง สัญญาฉบับนั้นถูกวางไว้บนโต๊ะพยาน และถูกส่งต่อไปยังคณะผู้พิพากษาเพื่อตรวจสอบ “เป็นที่ชัดเจนว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว คุณเมขลา กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก” ทนายชาญชัยกล่าวต่อ “และมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องหาแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่ และการโอนหุ้นบริษัทของท่านประธานธนาวัฒน์ น่าจะเป็นทางออกเดียวที่เธอเห็นในขณะนั้น” เสียงกระซิบกระซาบดังไปทั่วห้องประชุม สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว ความสงสัยในตัวคุณเมขลาเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของผู้ที่อยู่ในห้อง พราวพิรุณรู้สึกถึงหยดน้ำตาอุ่นๆ ที่ไหลลงมาที่แก้ม เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะความเศร้า แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาจนยากจะอธิบาย “คุณเมขลาครับ” ทนายชาญชัยหันไปหาคุณเมขลา “คุณมีอะไรจะแก้ต่างในเรื่องนี้บ้างไหมครับ” คุณเมขลาเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังเอกสารเหล่านั้น ราวกับว่าโลกทั้งใบได้พังทลายลงตรงหน้าเธอ “ฉัน… ฉันไม่ได้บังคับท่านประธานนะคะ” เธอเอ่ยเสียงเบา แต่อ่อนแรง “ฉันแค่… ฉันแค่ต้องการช่วยบริษัท… ฉันต้องการรักษาทุกอย่างไว้” “การช่วยบริษัท ด้วยการฉวยโอกาสจากคนที่กำลังอ่อนแอและไม่สามารถปกป้องตนเองได้ เรียกว่าการฉวยโอกาส ไม่ใช่การช่วยเหลือ” ทนายชาญชัยสวนกลับทันควัน “และคุณกำลังพยายามทำลายชีวิตของพราวพิรุณ ด้วยการยึดทุกอย่างที่เป็นของเธอไป” บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีเต็มไปด้วยความตึงเครียด พราวพิรุณรู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คนจำนวนมากที่จับจ้องมาที่เธอ แต่ในตอนนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป ความจริงที่กำลังจะเปิดเผย ทำให้เธอรู้สึกเข้มแข็งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

4,801 ตัวอักษร