ตอนที่ 27 — บทพิสูจน์รักแท้กับวันใหม่
หลังจากศาลมีคำตัดสินเบื้องต้นว่าการโอนหุ้นเป็นโมฆะ บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงไป ความตึงเครียดที่เคยปกคลุมอยู่ได้จางหายไป แทนที่ด้วยความโล่งใจและความหวัง พราวพิรุณรู้สึกราวกับว่าเธอได้เดินออกมาจากอุโมงค์มืดมิด และกำลังจะได้พบกับแสงสว่างอีกครั้ง
“คุณทำได้ดีมากครับ คุณพราวพิรุณ” ทนายชาญชัยกล่าวขณะที่เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดี “ผมดีใจด้วยจริงๆ ที่ความจริงได้ปรากฏ”
“ขอบคุณค่ะทนาย” พราวพิรุณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ถ้าไม่ได้ทนายมาตลอด ฉันคงไม่สามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้”
“หน้าที่ของผมครับ” ทนายยิ้ม “แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือหัวใจของคุณ คุณผ่านมันมาได้ด้วยความเข้มแข็งของคุณเอง”
พราวพิรุณมองไปทางคุณเมขลาที่กำลังถูกทนายของเธอพาออกจากห้องไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและสิ้นหวัง พราวพิรุณรู้สึกเห็นใจเธออยู่ลึกๆ แม้ว่าเธอจะเคยถูกคุณเมขลาหลอกลวงมาก็ตาม “ฉันหวังว่าคุณเมขลาจะสามารถกลับตัวกลับใจได้นะคะ” เธอพึมพำกับตัวเอง
เมื่อออกมาจากศาล ลมเย็นๆ ของยามบ่ายพัดมากระทบใบหน้า ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เธอเห็นชานนยืนรอเธออยู่หน้าอาคาร ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอทันทีที่เห็น
“เป็นไงบ้างครับ” ชานนถามด้วยความเป็นห่วง
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” พราวพิรุณตอบ ยิ้มให้เขา “ศาลตัดสินให้ฉันชนะคดีค่ะ”
ชานนโอบกอดเธอไว้แน่น “ผมดีใจด้วยนะ” เขาพึมพำ “ผมรู้ว่าคุณต้องทำได้”
“ขอบคุณนะคะชานน” พราวพิรุณซบหน้ากับอกของเขา “ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงไม่รู้จะทำยังไง”
“ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอครับ” ชานนกล่าว “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
พวกเขาเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกจากบริเวณศาล ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ของยามบ่าย ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนไปมา แต่ในตอนนั้น พราวพิรุณรู้สึกเหมือนมีเพียงแค่เธอกับชานนเท่านั้นในโลกใบนี้
“ต่อไปนี้ เราจะทำอะไรกันต่อดีคะ” พราวพิรุณถาม
“เราจะกลับไปเริ่มต้นกันใหม่ครับ” ชานนตอบ “เราจะสร้างบริษัทของเราให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และเราจะมีความสุขด้วยกัน”
“คุณแน่ใจเหรอคะ” พราวพิรุณถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ผมแน่ใจครับ” ชานนจับมือของเธอไว้แน่น “ผมรักคุณนะพราวพิรุณ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
“ฉันก็รักคุณค่ะชานน” พราวพิรุณตอบ พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า “ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของฉัน”
ทั้งสองคนเดินกลับไปยังรถ โดยมีทนายชาญชัยเดินตามมาส่ง “ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย แจ้งได้เสมอเลยนะครับ” ทนายกล่าว
“ขอบคุณมากค่ะทนาย” พราวพิรุณกล่าว
เมื่อขึ้นรถมาแล้ว ชานนก็สตาร์ทเครื่องยนต์ และขับรถออกจากบริเวณศาลอย่างช้าๆ พราวพิรุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพผู้คนมากมายที่กำลังใช้ชีวิตของตนเอง บางคนดูมีความสุข บางคนดูเศร้า บางคนดูรีบเร่ง แต่ทุกคนก็กำลังเดินไปข้างหน้า
“คุณเคยคิดถึงเรื่องที่ท่านประธานฝากฝังไว้ไหมคะ” พราวพิรุณถามชานน
“แน่นอนครับ” ชานนตอบ “ท่านอยากให้เราดูแลบริษัท และสร้างมันให้เติบโตต่อไป”
“ฉันก็คิดเหมือนกันค่ะ” พราวพิรุณกล่าว “ฉันอยากจะทำตามความตั้งใจของท่านประธานให้สำเร็จ”
“เราจะทำด้วยกันนะครับ” ชานนยิ้ม “เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เราสามารถสร้างบริษัทของเราให้แข็งแกร่งกว่าเดิมได้”
ในขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ พราวพิรุณก็รู้สึกได้ถึงความหวังที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ เธอรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะไม่ง่ายนัก แต่อย่างน้อย เธอก็มีชานนคอยเคียงข้าง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนรออยู่
เมื่อรถเลี้ยวออกจากถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังไร่องุ่นอันกว้างใหญ่ที่เคยเป็นความฝันของเธอและท่านประธาน พราวพิรุณก็รู้สึกได้ถึงความสงบที่เข้าปกคลุม เธอหลับตาลง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด และนึกถึงคำพูดของชานน “เราจะกลับไปเริ่มต้นกันใหม่”
ใช่แล้ว การเริ่มต้นใหม่… การเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิม โดยมีรักแท้เป็นพลังขับเคลื่อน และมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า พราวพิรุณรู้สึกมั่นใจว่า เธอจะสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ และจะสามารถสร้างอนาคตที่งดงามตามที่เธอและท่านประธานได้เคยตั้งใจไว้ได้อย่างแน่นอน
3,180 ตัวอักษร