ตอนที่ 30 — การยอมรับความจริงและความหวังครั้งใหม่
บรรยากาศในห้องทำงานของทนายชาญชัยยังคงตึงเครียด พราวพิรุณนั่งอยู่ตรงหน้าเขา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาฉายแววของความมุ่งมั่น
“ผมได้ติดต่อขอข้อมูลจากโรงพยาบาลที่คุณเมขลาเคยรักษาแล้วครับ” ทนายชาญชัยกล่าว “และได้ผลมาบางส่วน”
เขาหยิบแฟ้มเอกสารหนาขึ้นมาวางลงบนโต๊ะ “นี่คือประวัติการรักษาของคุณเมขลาครับ”
พราวพิรุณรับแฟ้มมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง ภาพในเอกสารเป็นผลการตรวจทางการแพทย์ต่างๆ ทั้งผลเลือด ผลสแกน และรายงานของแพทย์
“คุณเมขลา… ป่วยเป็นมะเร็งสมองค่ะ” ทนายชาญชัยกล่าวเสียงเบา “ในระยะสุดท้ายแล้ว”
พราวพิรุณตัวสั่น เมื่ออ่านรายงานของแพทย์ เธอเห็นถึงความทรมานที่คุณเมขลาต้องเผชิญ แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าคือ…
“นี่ค่ะ… เอกสารฉบับนี้” ทนายชาญชัยชี้ไปที่เอกสารแผ่นหนึ่ง “เป็นคำสั่งของคุณเมขลา ที่ให้ทนายความดำเนินการ… เพื่อปกป้องทรัพย์สินของเธอ… และมอบให้แก่บุคคลอันเป็นที่รัก”
“บุคคลอันเป็นที่รัก…” พราวพิรุณทวนคำ เสียงของเธอแผ่วเบา
“ใช่ครับ” ทนายชาญชัยพยักหน้า “และชื่อในเอกสาร… คือคุณครับ”
พราวพิรุณหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาดูอย่างพิจารณา มันคือเอกสารที่ระบุว่าคุณเมขลาต้องการให้โอนหุ้นส่วนของเธอทั้งหมดให้กับกองทุนการกุศล… ยกเว้นในกรณีที่เธอไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง… ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของพราวพิรุณ
“คุณเมขลา… คุณทำแบบนี้ไปทำไมคะ” พราวพิรุณถามออกมาอย่างสุดเสียง น้ำตาไหลอาบแก้ม
“เธอคงอยากจะปกป้องคุณครับ” ทนายชาญชัยกล่าว “ในช่วงที่คุณกำลังเผชิญปัญหาเรื่องการเงิน และมีปัญหากับคุณภาคภูมิ… เธอคงไม่อยากให้คุณต้องลำบากไปมากกว่านี้”
“แต่… แต่ทำไมเธอไม่บอกฉันตรงๆ คะ” พราวพิรุณถาม เสียงสะอื้น
“เธออาจจะกลัวคุณค่ะ” ทนายชาญชัยตอบ “กลัวว่าคุณจะต่อว่าเธอ หรือกลัวว่าคุณจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเธอ”
“ฉัน… ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย” พราวพิรุณกล่าว “ฉันรักคุณเมขลามากนะคะ ฉันอยากจะอยู่เคียงข้างเธอ”
“ผมเข้าใจครับ” ทนายชาญชัยปลอบ “แต่ในเมื่อตอนนี้เรารู้ความจริงแล้ว… เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป”
“เดินหน้า… ยังไงคะ” พราวพิรุณถาม
“เราจะใช้เอกสารฉบับนี้… และประวัติการรักษาของคุณเมขลา… เป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้คดีครับ” ทนายชาญชัยกล่าว “เราจะพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า… การกระทำของคุณเมขลาทั้งหมด… มีเจตนาที่บริสุทธิ์”
“ฉัน… ฉันไม่แน่ใจค่ะทนาย” พราวพิรุณส่ายหน้า “ศาลจะเชื่อเรื่องนี้จริงๆ เหรอคะ”
“เราต้องทำให้เขาเชื่อครับ” ทนายชาญชัยกล่าวอย่างหนักแน่น “และผมเชื่อว่า… ด้วยหลักฐานทั้งหมดที่เรามี… เราจะสามารถเอาชนะคดีนี้ได้”
พราวพิรุณเงียบไป เธอใช้เวลาสักครู่หนึ่งในการประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ เธอรู้ว่าการสูญเสียคุณเมขลาเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่การได้รู้ว่าคุณเมขลาทุ่มเททุกอย่างเพื่อเธอ… มันทำให้เธอรู้สึกมีความหวัง
“ฉันจะทำทุกอย่างค่ะทนาย” พราวพิรุณกล่าว “ฉันจะสู้เพื่อคุณเมขลา”
“ดีมากครับ” ทนายชาญชัยยิ้มให้ “เรามาเริ่มวางแผนกันเลยดีกว่า”
ทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกันถึงรายละเอียดของแผนการต่อสู้คดี พราวพิรุณรู้สึกเหมือนได้พบกับแสงสว่างในปลายอุโมงค์ แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังคงเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
“คุณเมขลา… ฉันจะทำให้คุณภูมิใจค่ะ” พราวพิรุณกล่าวในใจ “ฉันจะสานต่อเจตนาของคุณให้สำเร็จ”
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ในที่สุดก็ถึงวันพิจารณาคดีอีกครั้ง พราวพิรุณมาพร้อมกับทนายชาญชัย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“คุณพราวพิรุณครับ” ทนายชาญชัยกระซิบ “เตรียมพร้อมนะ”
“ค่ะทนาย” พราวพิรุณตอบ
เมื่อศาลเริ่มการพิจารณา ทนายชาญชัยได้นำเสนอหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมมาได้อย่างน่าเชื่อถือ เขาอธิบายถึงความเจ็บป่วยของคุณเมขลา และเจตนาอันบริสุทธิ์ที่เธอมีต่อพราวพิรุณ
“ท่านผู้พิพากษาที่เคารพ” ทนายชาญชัยกล่าว “คุณเมขลาได้ต่อสู้กับโรคร้ายอย่างกล้าหาญ และก่อนที่เธอจะจากไป เธอได้พยายามปกป้องผู้หญิงที่เธอรัก… ด้วยการเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้า”
เขาหยิบเอกสารคำสั่งของคุณเมขลาขึ้นมา “เอกสารฉบับนี้… เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงเจตนาของคุณเมขลาอย่างชัดเจน”
พราวพิรุณนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ เธอมองไปที่เอกสารคำสั่งนั้นอีกครั้ง รู้สึกถึงความรักและความเสียสละของคุณเมขลา
หลังจากการพิจารณาคดีอันยาวนาน ในที่สุดศาลก็มีคำตัดสินออกมา
“ศาลได้พิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว…” ผู้พิพากษาประกาศเสียงดังกังวาน “เห็นว่าการกระทำของคุณเมขลา… มีเจตนาที่จะมอบทรัพย์สินให้แก่คุณพราวพิรุณ… เพื่อเป็นการตอบแทนความรักและความผูกพัน… และเพื่อปกป้องคุณพราวพิรุณจากภาระหนี้สิน”
“ดังนั้น… ศาลจึงมีคำตัดสินให้… การโอนหุ้นทั้งหมด… เป็นโมฆะ… และหุ้นทั้งหมด… จะตกเป็นของคุณพราวพิรุณ… ตามเจตนาของคุณเมขลา”
เสียงปรบมือดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี พราวพิรุณน้ำตาไหลอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความสุข เธอรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด
“คุณทำได้แล้วครับ คุณพราวพิรุณ” ทนายชาญชัยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
พราวพิรุณหันไปมองทนายชาญชัย “ขอบคุณค่ะทนาย… ขอบคุณจริงๆ”
เธอรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างที่แบกรับมาตลอด พราวพิรุณหันไปมองรูปถ่ายของคุณเมขลาที่เธอพกติดตัวมาด้วย
“คุณเมขลาคะ… ฉันทำได้แล้วนะคะ” เธอพึมพำ
วันเวลาที่ผ่านมาอาจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและน้ำตา แต่ในที่สุด พราวพิรุณก็ได้พบกับความยุติธรรม และได้สืบทอดเจตนาอันสูงส่งของคุณเมขลาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เธอรู้ว่าชีวิตหลังจากนี้คงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่เธอพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่… ด้วยความหวังและความรักที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ
4,399 ตัวอักษร