เมียที่เขาทิ้ง

ตอนที่ 4 / 42

ตอนที่ 4 — ความทรงจำที่ปวดร้าวในวันวาน

พลอยใสโผเข้ากอดมารดาแน่น พราวพิรุณลูบหลังลูกสาวเบาๆ ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในสวนสาธารณะ ร่างสูงสง่าคุ้นตาเดินนำหน้ามาพร้อมกับหญิงสาวสวยสะพรั่งที่เดินเคียงข้างอย่างสนิทสนม หัวใจของพราวพิรุณบีบรัดแน่นจนแทบจะหยุดเต้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างตอกย้ำความเจ็บปวดในอดีตให้กลับมาทับถมจิตใจเธออีกครั้ง เขา... อรุณ กลับมาแล้วจริงๆ หรือนี่? และหญิงสาวที่เดินเคียงข้างเขาคือใคร? "แม่คะ ทำไมแม่หน้าซีดจังคะ?" พลอยใสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากร่างของมารดา "แม่ไม่เป็นอะไรลูก แค่...อากาศมันร้อนไปหน่อย" พราวพิรุณพยายามฝืนยิ้มให้ลูกสาว แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูบิดเบี้ยวและไร้ชีวิตชีวา ดวงตาของเธอสอดส่ายมองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นไม่วางตา เธอกลอบมือสองข้างแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ "นั่นใครคะแม่?" พลอยใสชี้ไปที่อรุณ ก่อนจะหันมาถามมารดาด้วยความสงสัย พราวพิรุณกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ "เขา...เขาเป็นคนรู้จักของแม่จ้ะ" เธอเลือกที่จะไม่เอ่ยชื่อเขาออกมาตรงๆ "แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ?" พลอยใสถามต่อ "แม่ไม่แน่ใจจ้ะ" พราวพิรุณตอบอย่างเลี่ยงเลี่ยง เธอไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาพัวพันกับเรื่องราวที่ซับซ้อนและเจ็บปวดของพ่อแม่ ทันใดนั้นเอง อรุณก็หันมาทางพวกเธอ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของพราวพิรุณพอดี ความตกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาชั่วครู่ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน "คุณพราวพิรุณ..." เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยเรียกชื่อเธอออกมา แต่แฝงไว้ด้วยความห่างเหินจนน่าใจหาย พราวพิรุณเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามเก็บงำความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก "คุณอรุณ" เธอตอบรับเสียงเรียบ หญิงสาวที่เดินเคียงข้างอรุณหันมามองพราวพิรุณด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้ "สวัสดีค่ะ ดิฉันเมขลาค่ะ เป็นเพื่อนสนิทของคุณอรุณค่ะ" "สวัสดีค่ะ" พราวพิรุณพยักหน้ารับสั้นๆ เธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ความรู้สึกอึดอัดคืบคลานเข้ามาปกคลุมบรรยากาศ "ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคุณที่นี่" อรุณเอ่ยขึ้น สายตาของเขากวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของพราวพิรุณ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ท้องของเธอที่นูนออกมาเล็กน้อย "คุณ...สบายดีนะ?" "ฉันสบายดีค่ะ" พราวพิรุณตอบเสียงเบา "แล้วคุณล่ะคะ? ดูเหมือนคุณจะสบายดีมากๆ เลย" เธอเน้นคำว่า "สบายดี" พร้อมกับเหลือบมองเมขลาที่ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจข้างๆ "ก็ดีนะ" อรุณตอบสั้นๆ "ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบ" "ข่าวดีอะไรคะ?" พราวพิรุณถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความไม่แน่ใจ "ผมกับเมขลา...เรากำลังจะแต่งงานกันครับ" อรุณประกาศก้อง สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของพราวพิรุณอีกครั้ง คราวนี้เป็นประกายแห่งความท้าทาย โลกทั้งใบของพราวพิรุณราวกับจะถล่มลงมาตรงหน้า ข่าวที่อรุณกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ มันช่างเหมือนมีใครเอาค้อนทมากระแทกเข้ากลางใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำตาเริ่มคลอหน่วย แต่เธอก็พยายามกลั้นมันไว้ "จริงเหรอคะ? ยินดีด้วยนะคะ" เธอพูดพลางฝืนยิ้มให้ ทั้งที่หัวใจของเธอกำลังแหลกสลาย "ขอให้คุณกับคุณเมขลามีความสุขมากๆ นะคะ" "ขอบคุณครับ" อรุณตอบรับเสียงเบา สายตาของเขาส่อแววบางอย่างที่พราวพิรุณอ่านไม่ออก อาจเป็นความรู้สึกผิด หรืออาจเป็นความสะใจ "แม่คะ ใครคือคุณอาคะ?" พลอยใสที่ยืนเงียบฟังอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้น อรุณหันไปมองพลอยใสด้วยความประหลาดใจ "นี่ลูกของคุณเองเหรอ? โตขนาดนี้แล้ว..." "ใช่ค่ะ นี่พลอยใส ลูกสาวของฉัน" พราวพิรุณตอบแทน พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดที่ถูกย้ำเตือน "สวัสดีครับคุณพลอยใส" อรุณเอ่ยทักทายพลอยใสด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนๆ "คุณอาชื่ออรุณนะ" พลอยใสยิ้มตอบ "สวัสดีค่ะคุณอา" เมขลาที่ยืนอยู่ข้างๆ อรุณ ยิ้มบางๆ "พลอยใสเป็นเด็กน่ารักจังเลยค่ะ" เธอกล่าวชมเชยพลอยใส แต่ในแววตาของเธอกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะตีความ "ขอบคุณค่ะ" พราวพิรุณตอบรับ เธอรู้สึกว่าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานกว่านี้อีกแล้ว "พลอยใสลูก แม่ว่าเรากลับบ้านกันเถอะจ้ะ" "แต่หนูยังเล่นไม่เสร็จเลยค่ะแม่" พลอยใสอิดออด "เดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาเล่นใหม่นะลูก" พราวพิรุณพูด พลางดึงมือลูกสาวให้ลุกขึ้นยืน "ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" อรุณเอ่ยลา "หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีก" "ค่ะ" พราวพิรุณตอบรับสั้นๆ ก่อนจะรีบจูงมือพลอยใสเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่หันกลับไปมองอรุณและเมขลาอีกเลย ตลอดทางกลับบ้าน พลอยใสถามถึงอรุณไม่หยุด แต่พราวพิรุณก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามของลูกสาว เธอไม่อยากให้ลูกสาวต้องรับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเจ็บปวดนี้ เมื่อกลับถึงบ้าน พราวพิรุณรีบพาลูกสาวเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะกอดลูกสาวไว้แน่น น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ตลอดเวลาก็ไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ "แม่เป็นอะไรไปคะแม่?" พลอยใสถามด้วยความเป็นห่วง "ไม่มีอะไรจ้ะลูก แม่แค่...คิดถึงพ่อ" พราวพิรุณโกหก พยายามกลบเกลื่อนความจริงที่โหดร้าย "แต่ไม่เป็นไรนะลูก เรายังมีกันและกัน" พลอยใสซบหน้ากับอกของมารดา "หนูรักแม่ที่สุดเลยค่ะ" "แม่ก็รักพลอยใสนะลูก รักมากๆ เลย" พราวพิรุณกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เธอรู้สึกขอบคุณลูกสาวที่เป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมอรุณถึงกลับมาในตอนนี้? ทำไมเขาถึงมาพร้อมกับผู้หญิงคนใหม่? และข่าวการแต่งงานของเขามันจริงหรือ? คืนนั้น พราวพิรุณนอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง คิดถึงเรื่องราวในอดีต ภาพวันวานที่เคยมีความสุขกับอรุณวนเวียนเข้ามาในหัว แต่ภาพเหล่านั้นกลับถูกบดบังด้วยความเจ็บปวดที่เขาเคยทำไว้กับเธอ ยิ่งคิดถึงเรื่องที่เขาจะแต่งงานกับเมขลา เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ น้ำตาไหลรินอาบแก้มอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าความเจ็บปวดครั้งนี้มันหนักหนาเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เช้าวันต่อมา พราวพิรุณตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่อิดโรย เธอพยายามลุกขึ้นไปทำงานที่ร้านดอกไม้ แต่ก็ต้องท้อถอยเมื่อรู้สึกถึงอาการแพ้ท้องที่กำเริบหนักกว่าปกติ เธอตัดสินใจโทรศัพท์ไปหา ป้าสมร แม่บ้านที่คอยดูแลร้านดอกไม้แทนเธอ "ป้าสมรคะ วันนี้หนูไปร้านไม่ไหวค่ะ" พราวพิรุณบอกเสียงแหบพร่า "อาการแพ้ท้องมันหนักมากเลยค่ะ" "แย่จังเลยค่ะคุณผู้หญิง พักผ่อนเยอะๆ นะคะ" ป้าสมรตอบด้วยความเป็นห่วง "ค่ะป้า" พราวพิรุณวางสายโทรศัพท์ลง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียง เธอรู้สึกอ่อนแรงเหลือเกิน การเผชิญหน้ากับอรุณเมื่อวานนี้ มันเหมือนการเปิดแผลเก่าให้เป็นแผลใหม่ที่ลึกกว่าเดิม เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูรูปถ่ายของพลอยใสที่ถ่ายคู่กับเธอในวันนี้ รอยยิ้มของลูกสาวทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง "สู้หน่อยนะพราวพิรุณ" เธอพึมพำกับตัวเอง "เพื่อพลอยใส เพื่อลูกในท้อง เราต้องเข้มแข็ง" แต่แล้ว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารที่วางอยู่บนหัวเตียง มันคือจดหมายจากทนายความชาญวิทย์ที่อรุณเคยส่งมาเมื่อหลายเดือนก่อน เธอหยิบจดหมายขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ใจความสำคัญยังคงเป็นเรื่องที่อรุณต้องการจะขอโทษและขอพบเธอ "ขอโทษ..." พราวพิรุณพึมพำคำนั้นซ้ำๆ "แล้วข่าวแต่งงานของคุณล่ะ? มันคืออะไรกันแน่?" ความสงสัยและความสับสนถาโถมเข้ามาในจิตใจของเธออีกครั้ง เธอไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมอรุณถึงทำตัวเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ทำไมเขาถึงมาบอกข่าวร้ายที่น่าจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเธอมากที่สุด? เธอตัดสินใจโทรศัพท์หาทนายความชาญวิทย์ทันที "สวัสดีค่ะคุณทนาย ดิฉันพราวพิรุณค่ะ" "ครับคุณพราวพิรุณ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" เสียงทนายความตอบกลับมา "คือ...ฉันอยากจะถามเรื่องคุณอรุณค่ะ" พราวพิรุณเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก "เมื่อวานฉันเจอเขามาค่ะ เขาบอกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น" "อ้อ ครับ ผมทราบเรื่องนั้นครับ" ทนายความตอบอย่างใจเย็น "คุณอรุณเขาแจ้งผมแล้วครับ" "แล้ว...แล้วเขาจะมาขอโทษฉันทำไมคะ? ถ้าเขากำลังจะแต่งงานแล้ว" พราวพิรุณถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความผิดหวัง "คุณอรุณเขา...เขาอยากจะขอโทษคุณจริงๆ ครับคุณพราวพิรุณ" ทนายความเว้นจังหวะ "แม้ว่าเขาจะกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาทำกับคุณอยู่ครับ" "แต่...ฉันไม่เข้าใจ" พราวพิรุณพึมพำ "ถ้าเขารักคุณเมขลาจริงๆ ทำไมเขาถึงยังต้องการมาขอโทษฉัน?" "บางที...ความรักมันก็ไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียวนะครับคุณพราวพิรุณ" ทนายความกล่าว "บางที...การปล่อยวางและการขอโทษ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแสดงความรับผิดชอบ" คำพูดของทนายความทำให้พราวพิรุณคิดตาม เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่อรุณกำลังทำเลยจริงๆ หรือว่าเขาแค่ต้องการจะปลดเปลื้องความรู้สึกผิดของตัวเอง? หรือว่าเขายังมีความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อเธออยู่? ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวเธอจนกระทั่งเธอรู้สึกปวดหัว "ขอบคุณค่ะคุณทนาย" พราวพิรุณเอ่ยลา "ฉันขอคิดดูก่อนนะคะว่าจะทำอย่างไรต่อไป" เธอวางสายโทรศัพท์ลง ก่อนจะเอนหลังพิงหัวเตียง ดวงตาจับจ้องไปยังท้องของตัวเองเบาๆ "เราจะต้องเข้มแข็งนะลูก" เธอพูดกับลูกในท้อง "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่จะปกป้องเราเอง"

7,063 ตัวอักษร