ตอนที่ 25 — แสงตะวันใหม่กับรอยยิ้มที่คุ้นเคย
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานของภาคิน ภาพของอัญมณีสีแดงเข้ม ดวงตาแห่งเทพพิษ ถูกวางไว้ในตู้กระจกนิรภัยอย่างแน่นหนา มันยังคงสะท้อนแสงเป็นประกาย แต่ไม่มีใครสามารถเข้าถึงหรือสัมผัสพลังอันตรายของมันได้อีกต่อไป ภาคินนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ มองไปยังอัญมณีชิ้นนั้นด้วยสายตาที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดที่เคยเกาะกุมหัวใจของเขานานนับเดือน บัดนี้ได้เลือนหายไปกับความมืดของค่ำคืนที่ผ่านมา การต่อสู้ที่แสนยาวนาน การทรยศหักหลัง และอันตรายรอบด้าน ได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมๆ กับการปลดปล่อย "ดวงตาแห่งเทพพิษ" ให้กลับคืนสู่การครอบครองที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อแสวงหาอำนาจ แต่เพื่อหยุดยั้งไม่ให้มันตกไปอยู่ในมือของคนชั่วร้าย
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ภาคินเงยหน้าขึ้นมอง เห็นร่างระหงของอรณิชาในชุดนอนผ้าไหมสีชมพูอ่อน ผมยาวสลวยปล่อยตามธรรมชาติ ดวงตาคู่สวยยังคงมีแววตาที่อ่อนล้าจากการอดนอน แต่ก็มีประกายแห่งความสุขและความโล่งใจฉายอยู่เช่นกัน เธอเดินเข้ามาหาเขาพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ" อรณิชาเอ่ยทักเสียงหวาน เธอเดินตรงมาหาภาคิน ยืนอยู่ข้างๆ เก้าอี้ของเขาแล้วก้มลงจูบที่หน้าผากเบาๆ "ฝันดีหรือเปล่าคะ"
ภาคินเอื้อมมือไปโอบเอวของเธอ ดึงเธอเข้ามานั่งบนตักอย่างนุ่มนวล ใบหน้าของเขาซบลงกับกลุ่มผมของเธอ สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย "ฝันดีที่สุดเลยครับ" เขาตอบเสียงทุ้ม "หลังจากนี้คงจะหลับได้เต็มตากว่าที่เคย"
อรณิชาซบหน้าลงกับอกของเขา รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอและมั่นคง "ฉันดีใจที่เราผ่านมันมาได้นะคะ" เธอพูดเสียงแผ่วเบา "นึกแล้วก็ยังตกใจไม่หาย ว่าถ้าวันนั้น... ถ้าเราไปถึงช้ากว่านี้จะเป็นยังไง"
"ไม่ต้องคิดถึงเรื่องนั้นแล้วนะ" ภาคินกระชับอ้อมแขน "ทุกอย่างจบแล้ว ความลับที่ซ่อนเร้นมานานก็ถูกเปิดเผย พวกที่คิดจะใช้ 'ดวงตาแห่งเทพพิษ' เพื่อทำลายล้าง ก็ได้รับผลกรรมไปตามที่ควรจะเป็นแล้ว" เขาผละหน้าออกมาเล็กน้อย มองสบตาเธอ "เธอเองก็เก่งมากนะ ที่ช่วยกันสืบจนเจอเบาะแสสำคัญ"
"ก็เพราะมีคุณคอยอยู่ข้างๆ นี่คะ" อรณิชาตอบอย่างอ่อนหวาน "ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลยสักครั้ง" เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของภาคินอย่างพิจารณา "หน้าคุณดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะคะ เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก"
ภาคินหัวเราะเบาๆ "ก็ใช่สิ ภาระหนักอึ้งที่แบกมาตลอดหลายปี มันได้หลุดพ้นไปเสียที" เขาชี้ไปยังตู้กระจกนิรภัย "ดวงตาแห่งเทพพิษ จะไม่เป็นภัยคุกคามใครอีกต่อไป มันจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุด ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
"แล้วคุณภาคินล่ะคะ" อรณิชาถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "หลังจากนี้ คุณจะทำอะไรต่อไปคะ"
ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของเธอ ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความรัก "ผมจะอยู่กับเธอ สร้างครอบครัวของเราให้สมบูรณ์" เขาตอบอย่างมั่นคง "ผมจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ให้คุ้มค่ากับโอกาสที่ได้รับมาอีกครั้ง โอกาสที่เธอได้มอบให้ผม"
อรณิชาหน้าแดงระเรื่อ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ "ฉันก็หวังอย่างนั้นค่ะ"
"หลังจากนี้ เราจะไปพักผ่อนกันที่ทะเลนะครับ" ภาคินกล่าวต่อ "ให้ธรรมชาติบำบัดหัวใจเรา แล้วค่อยกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กันจริงๆ จังๆ"
"ดีจังเลยค่ะ" อรณิชาตอบรับอย่างยินดี "ฉันรอคอยวันนี้มาตลอด"
ในขณะนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงของชานนท์ "พี่ภาคินครับ อรณิชาครับ พวกผมนำเอกสารเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ 'ดวงตาแห่งเทพพิษ' มาให้เซ็นครับ"
ภาคินถอนหายใจเล็กน้อย ความสงบสุขที่เพิ่งจะเกิดขึ้น กำลังจะถูกรบกวนด้วยเรื่องราวที่ยังคงต้องสะสางอีกเล็กน้อย "เข้ามาได้เลย ชานนท์" เขาพูดพลางประคองอรณิชาให้ลุกขึ้น "อรณิชา ไปอาบน้ำแต่งตัวกันเถอะ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันเรื่องนั้น"
อรณิชามองภาคินอย่างเข้าใจ เธอพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ภาคินเผชิญหน้ากับภาระหน้าที่ที่ยังคงค้างคาอยู่ ทว่าในใจของเขามีความสุขมากกว่าความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าปลายทางของทุกการกระทำในวันนี้ คือชีวิตที่สงบสุขร่วมกับคนที่เขารัก
หลังจากอรณิชาเดินจากไป ชานนท์ก็เข้ามาพร้อมกับกองเอกสาร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกสองนายที่ถือแฟ้มเอกสารสำคัญมาด้วย ภาคินรับแฟ้มมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว เอกสารเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการส่งมอบ "ดวงตาแห่งเทพพิษ" ให้กับหน่วยงานรัฐบาลที่ดูแลด้านโบราณวัตถุและวัตถุอันตราย เพื่อทำการวิจัยและเก็บรักษาอย่างถาวร พร้อมทั้งการลงนามในบันทึกข้อตกลงต่างๆ ที่จะยืนยันว่าเขาไม่ได้ครอบครองสิ่งนี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม ชานนท์" ภาคินถามขณะที่เซ็นชื่อลงบนเอกสารแผ่นสุดท้าย
"ครับพี่ภาคิน" ชานนท์ตอบ "ขั้นตอนการส่งมอบจะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ครับ จะมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานมารับมอบ พร้อมทั้งการยืนยันหลักฐานต่างๆ เพื่อป้องกันการแอบอ้างในอนาคต"
"ดีมาก" ภาคินกล่าว "ส่วนเรื่องของกลุ่มที่พยายามขโมย 'ดวงตาแห่งเทพพิษ' ล่ะ เป็นยังไงบ้าง"
"พวกที่ถูกจับกุมไปเมื่อคืน ตอนนี้กำลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่อยู่ครับ" ชานนท์รายงาน "จากคำให้การเบื้องต้น พบว่าพวกเขาถูกหลอกใช้โดยนายทุนใหญ่คนหนึ่ง ที่ต้องการครอบครอง 'ดวงตาแห่งเทพพิษ' เพื่อนำไปใช้ในการทดลองที่ผิดกฎหมาย"
"ใครคือหัวหน้าใหญ่ตัวจริง" ภาคินถาม พลางมองไปยังตู้กระจกที่ว่างเปล่า "ฉันอยากให้เรื่องนี้จบลงอย่างเด็ดขาด"
"ตอนนี้เรากำลังไล่ล่าตัวนายทุนคนนั้นอยู่ครับ" ชานนท์ยืนยัน "เขามีอำนาจและเส้นสายมากพอสมควร แต่ด้วยหลักฐานที่เรามีจากการบุกครั้งล่าสุด ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เขาไม่สามารถหนีรอดไปได้"
ภาคินพยักหน้า "ฉันต้องการให้แน่ใจว่าเขาจะไม่สามารถกลับมาสร้างปัญหาได้อีก"
"ไม่ต้องห่วงครับพี่ภาคิน" ชานนท์กล่าวอย่างมั่นใจ "ผมจะดูแลเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด"
ภาคินมองไปยังชานนท์ด้วยความไว้ใจ ชายหนุ่มคนนี้อยู่เคียงข้างเขามาตลอด ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด เขารู้สึกขอบคุณชานนท์อย่างสุดซึ้ง
"ขอบใจมากนะ ชานนท์" ภาคินกล่าว "ถ้าไม่ได้เธอ ฉันคงจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนี้"
"ผมทำในสิ่งที่ควรทำครับพี่" ชานนท์ตอบ "และที่สำคัญที่สุด พี่ภาคินได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว"
บทสนทนาของทั้งคู่จบลงเมื่ออรณิชาเดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน เธอสวมชุดเดรสสีขาวเรียบหรู ดูสง่างามและสดใส ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มองแล้วอบอุ่นใจ
"พร้อมแล้วค่ะ" อรณิชาบอกภาคิน
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปหาอรณิชา แล้วโอบไหล่เธอไว้อย่างอ่อนโยน "เราไปกันเถอะ"
ทั้งสองเดินออกจากห้องทำงานไปด้วยกัน ปล่อยให้ 'ดวงตาแห่งเทพพิษ' อยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญต่อไป เป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องราวอันตรายได้จบลงแล้ว และบทใหม่ของชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
5,330 ตัวอักษร