ตอนที่ 7 — เปิดโปงแผนร้ายกลางสายฝน
รสาถอนหายใจยาว รู้สึกถึงความกดดันที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในใจ หญิงสาวพยายามปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นออกไป แต่มันก็ยากเหลือเกิน ภาพใบหน้าของภาคิน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และดวงตาที่มองเธออย่างอ่อนโยน มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอกำลังเล่นกับความรู้สึกที่เปราะบางของตัวเอง
“รสา... เธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่” เธอพึมพำกับตัวเองขณะเดินไปตามทางเดินในสวน บรรยากาศยามเย็นเริ่มเย็นลง ลมพัดโชยมาเบาๆ พาเอาละอองฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย
“คิดมากไปแล้ว... ทุกอย่างมันก็แค่เกม” เธอพยายามปลอบใจตัวเอง แต่เสียงในใจกลับกระซิบบอกว่ามันไม่ใช่แค่นั้นอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกที่เธอมีให้ภาคินมันเริ่มจริงจังเกินกว่าจะเรียกมันว่าเกมได้
“คุณภาคินคะ...” ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าใครจะได้ยิน
ขณะที่เธอกำลังจมดิ่งอยู่กับความคิด สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังเดินตรงมา เป็นภาคิน เขาดูเหมือนจะเดินตรงมาหาเธอโดยเฉพาะ รสาใจเต้นแรง นี่มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า หรือว่าเขาตั้งใจจะมาหาเธอ?
“คุณรสา... กำลังเดินเล่นอยู่หรือครับ” ภาคินเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มอันคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของเธอสะท้านเล็กน้อย
“ค่ะ... อากาศดีค่ะ” รสาตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
“ดีครับ... แต่ดูเหมือนฝนกำลังจะตก” ภาคินมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ผมว่าเราควรเข้าไปข้างในก่อนนะครับ”
“ค่ะ” รสาตอบรับ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในน้ำเสียงของเขา มันเป็นความใส่ใจที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากเขา
ทั้งสองเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน บรรยากาศระหว่างทางเต็มไปด้วยความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดจนเกินไป แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
“คุณรสา... ช่วงนี้ดูเหมือนคุณจะเครียดๆ นะครับ มีอะไรรึเปล่า” ภาคินถามขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาสบประสานกับเธออย่างอ่อนโยน
รสาชะงักไปเล็กน้อย นี่เขาสังเกตเห็นงั้นหรือ? “เปล่าค่ะ... ไม่มีอะไรค่ะ”
“แน่ใจนะครับ... ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ก็บอกได้เสมอนะครับ” ภาคินยื่นข้อเสนอ
คำพูดนั้นทำให้รสารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธออยากจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง แต่สัญญากับตัวเองไว้มันค้ำคออยู่ “ขอบคุณค่ะ คุณภาคิน”
ทันใดนั้นเอง เสียงฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาหนักขึ้น จากที่เคยโปรยปรายก็กลายเป็นเม็ดใหญ่ที่ตกลงมากระทบกับหลังคาอย่างต่อเนื่อง
“สงสัยต้องรีบกลับแล้วครับ” ภาคินบอก “รถผมจอดอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเรียกแท็กซี่ก็ได้” รสาปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ผมอยากจะไปส่งคุณ” ภาคินยืนยัน “ผมเป็นห่วง”
คำว่า ‘เป็นห่วง’ ที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำให้รสาใจเต้นแรงอีกครั้ง เธอไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดี สุดท้ายก็ต้องยอมรับความหวังดีของเขา
ทั้งสองเดินออกมาจากตัวบ้าน ภาคินกางร่มออกเพื่อบังฝนให้เธอ แม้ว่าละอองฝนจะยังคงกระเซ็นเข้ามาโดนตัวบ้างเล็กน้อย แต่ความรู้สึกที่เขาพยายามปกป้องเธอ มันทำให้รารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
“คุณรสา... คุณแน่ใจนะครับว่าไม่ได้เป็นอะไร” ภาคินถามขณะเดินเคียงข้างเธอ
“ค่ะ... ดิฉันสบายดีค่ะ” รสาตอบ “แค่คิดถึงเรื่องงานนิดหน่อยค่ะ” เธอโกหก
“เรื่องงาน... หรือเรื่องอื่นกันแน่” ภาคินพูดเสียงเบา แต่รสาได้ยินชัดเจน
รสารู้สึกเหมือนถูกจับได้ เธอหันไปมองเขาด้วยความตกใจ “คุณภาคิน...”
“ผมเห็นคุณดูเหม่อลอยไปหลายวัน... ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้” ภาคินอธิบาย “ถ้ามีอะไรจริงๆ บอกผมได้นะครับ”
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ” รสาพยายามยืนยัน แม้ว่าเสียงของเธอจะสั่นเล็กน้อยก็ตาม
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปที่รถ ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของภาคินก็ดังขึ้น เขามองหน้าจอแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขอโทษนะครับ ผมขอรับสายแป๊บหนึ่ง”
ภาคินเดินออกห่างไปเล็กน้อยเพื่อคุยโทรศัพท์ รสาจึงยืนรออยู่คนเดียว ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองตามแผ่นหลังของเขาไป
“อะไรนะ! ... เป็นไปไม่ได้!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากภาคิน ตามมาด้วยเสียงที่ดูเหมือนจะโกรธจัด
รสาใจกระตุก เธอเดินเข้าไปหาภาคินด้วยความเป็นห่วง “คุณภาคิน... เป็นอะไรไปคะ”
ภาคินหันมามองเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผม... ได้รับข่าวร้ายมาน่ะครับ”
“ข่าวร้าย... เกี่ยวกับอะไรคะ” รสาถามอย่างร้อนใจ
“เรื่องธุรกิจ... มีคนพยายามจะเล่นงานเราครับ... โดยเฉพาะผม” ภาคินพูดเสียงห้วน “มีคนส่งหลักฐานบางอย่างไปให้คู่แข่งของเรา... เป็นหลักฐานที่บอกว่าผม... ผมมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องการทุจริตในโครงการนี้”
รสารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน หลักฐาน? การทุจริต? ข้อมูลนี้มาจากไหน? ใครเป็นคนส่ง?
“เป็นไปได้ยังไงคะ... ใครจะทำแบบนั้น” รสาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน... แต่คนที่โทรมาบอกผม... เขามีหลักฐานจริง” ภาคินกำหมัดแน่น “และผมรู้ว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
ดวงตาของภาคินจ้องมองมาที่รสาอย่างมีความหมาย รสาตัวแข็งทื่อ หัวใจของเธอเต้นระรัว ราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เธอคิดจะไม่ใช่ความจริง
“คุณภาคิน... คุณหมายถึงใครคะ” รสาถามเสียงสั่น
“คุณไง... รสา” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด “คุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหม... คุณคือคนที่ส่งหลักฐานให้คู่แข่งของผม”
รสาเบิกตากว้าง เธอไม่คิดว่าเขาจะสงสัยเธอ... ไม่คิดว่าเขาจะกล่าวหาเธอแบบนี้
“ไม่... ไม่ใช่ดิฉันค่ะคุณภาคิน” รสาปฏิเสธเสียงหลง “ดิฉันไม่เคยทำแบบนั้น”
“อย่าโกหกผม! ... ผมเห็นคุณอยู่กับคุณสมชายเมื่อวานนี้... และคุณก็เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องเอกสารพวกนั้น!” ภาคินตะคอก เขาดูโกรธมากจริงๆ
“ดิฉัน... ดิฉันแค่ไปคุยกับคุณสมชายเรื่องงานค่ะ” รสาพยายามอธิบาย “ส่วนเรื่องเอกสาร... ดิฉันก็แค่เห็นมันผ่านๆ เท่านั้นเอง”
“ผ่านๆ งั้นเหรอ?... แล้วทำไมคุณสมชายถึงบอกว่าคุณสนใจเอกสารพวกนั้นเป็นพิเศษล่ะ” ภาคินไม่เชื่อ “ผมไม่คิดว่าคุณจะบริสุทธิ์ใจขนาดนั้น... คุณเข้ามาใกล้ผม... คุณเข้ามาใกล้บริษัทผม... เพื่อหวังจะทำลายผมใช่ไหม!”
น้ำเสียงของภาคินเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ รสาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“คุณภาคิน... ฟังดิฉันก่อนนะคะ” รสาพยายามพูด “ดิฉัน...”
“พอแล้ว! ... ผมไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น!” ภาคินตัดบท “ผมเกลียดคุณ... เกลียดที่สุด!”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของรสา น้ำตาของเธอไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอไม่คิดว่าเขาจะเกลียดเธอขนาดนี้
“ถ้าคุณไม่เชื่อ... ก็แล้วแต่คุณค่ะ” รสาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “แต่ขอให้คุณรู้ไว้... ว่าคุณเข้าใจผิด”
พูดจบ รสาหันหลังวิ่งออกไปท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกหนัก เธอไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกปอนแค่ไหน ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความเสียใจและผิดหวัง
ภาคินยืนมองตามหลังเธอไป เขารู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน แต่ความโกรธและความเสียใจมันบดบังทุกสิ่งทุกอย่าง เขาเชื่อว่ารสาคือคนที่ทรยศเขา
5,418 ตัวอักษร