ตอนที่ 5 — ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์ในห้องเก็บของ ความสัมพันธ์ระหว่างเมษากับธามก็ดูเหมือนจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมษาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของธามที่มีต่อต้นมากขึ้น และธามเองก็เริ่มที่จะเปิดใจให้กับเมษามากขึ้นเช่นกัน เขารู้สึกได้ว่าเมษามีความเข้าใจในตัวเขาอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ในฐานะเจ้าของร้านคาเฟ่ หรือในฐานะคนที่รักเพื่อนสนิทของเขา แต่ในฐานะตัวตนของเขาเอง
“วันนี้คุณดูเหนื่อยๆ นะคะ” เมษาทักธามขณะที่เธอกำลังจะออกจากร้าน “มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ”
ธามยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไรครับ แค่งานเยอะนิดหน่อย” เขาเดินมาที่เคาน์เตอร์ “วันนี้นายใหญ่ของร้านกาแฟชื่อดังที่เราไปหามาเมื่อวันก่อนเขาโทรมาครับ เขาอยากจะเสนอให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายกาแฟของเขา”
“จริงเหรอคะ” เมษาตาโต “ข่าวดีนี่คะ”
“ครับ” ธามตอบ “แต่ผมก็กังวลนิดหน่อย”
“กังวลเรื่องอะไรคะ” เมษาถาม
“ก็… การขยายธุรกิจมันต้องใช้เงินทุนเยอะ” ธามอธิบาย “ผมก็ไม่แน่ใจว่าเราจะพร้อมหรือเปล่า”
เมษานั่งลงบนเก้าอี้ที่บาร์ “ฉันเข้าใจค่ะ การตัดสินใจเรื่องสำคัญแบบนี้มันต้องคิดให้รอบคอบ” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “แต่คุณธามคะ คุณเป็นคนมีความสามารถนะคะ ฉันเชื่อว่าคุณจะตัดสินใจได้ดีที่สุด”
ธามมองเมษาด้วยแววตาที่อ่อนโยน “ขอบคุณนะครับเมษา” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “คุณ… อยากจะไปทานข้าวเย็นกับผมคืนนี้ไหมครับ”
เมษารู้สึกดีใจ “แน่นอนค่ะ”
คืนนั้น ทั้งสองคนไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโรแมนติก แสงเทียนสลัวๆ และเสียงเพลงเบาๆ ทำให้ทั้งสองคนยิ่งรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น
“คุณเคยมีความสัมพันธ์ที่จริงจังมาก่อนไหมคะ” ธามถามขณะที่กำลังทานสเต็ก
เมษานิ่งไปเล็กน้อย “เคยค่ะ” เธอตอบ “กับต้น”
“ผมรู้” ธามพูด “ผมแค่อยากรู้ว่า… คุณเคยรู้สึกกับใครมากกว่าต้นหรือเปล่า”
เมษาสูดหายใจเข้าลึกๆ “ไม่เคยค่ะ” เธอตอบ “ต้นเป็นคนแรกของฉัน”
ธามวางส้อมลง แล้วเอื้อมมือไปจับมือเมษา “ผมดีใจนะเมษา”
“ดีใจเรื่องอะไรคะ” เมษาถาม
“ดีใจที่… คุณเปิดใจให้ผม” ธามตอบ “ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เมษายิ้ม “คุณก็เหมือนกันค่ะ”
“ผม… ผมคิดว่าผมรักคุณนะเมษา” ธามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
คำพูดของธามทำให้เมษารู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ตกใจจนเกินไป เธอก็รู้สึกดีกับธามมาตลอด และตอนนี้ ความรู้สึกนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรัก
“ฉัน… ฉันก็รักคุณค่ะคุณธาม” เมษาตอบด้วยเสียงเบา
ธามยิ้มกว้าง ใบหน้าของเขาฉายแววแห่งความสุข “จริงเหรอครับ”
“ค่ะ” เมษาพยักหน้า “ฉันรู้สึกดีกับคุณจริงๆ”
ธามดึงเมษาเข้ามากอดอย่างนุ่มนวล “ขอบคุณนะครับ”
ทั้งสองคนกอดกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะทานอาหารเย็นกันต่อ บทสนทนาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจและความหวังสำหรับอนาคต
หลังจากคืนนั้น ความสัมพันธ์ของเมษากับธามก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น พูดคุยกันมากขึ้น และแบ่งปันความรู้สึกให้กันและกัน เมษาเริ่มที่จะลืมความเศร้าที่มีต่อต้นไปทีละน้อย และเปิดใจรับความรักครั้งใหม่
วันหนึ่ง ขณะที่เมษากำลังช่วยธามจัดของในห้องเก็บของของคาเฟ่ เธอก็ได้พบกับกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่ง
“กล่องอะไรคะ” เมษาถาม
“อ๋อ กล่องของต้นครับ” ธามตอบ “ผมเก็บบางอย่างของเขาไว้”
เมษาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาดู เป็นรูปของธามกับต้นในวัยหนุ่ม กำลังยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างๆ กัน “นี่รูปตอนพวกคุณไปเที่ยวทะเลด้วยกันใช่ไหมคะ” เธอถาม
ธามพยักหน้า “ใช่ครับ ตอนนั้นเราเพิ่งจะเรียนจบพอดี” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “เขาเป็นคนตลกมากเลยครับ ตอนนั้นเขาพยายามจะเล่นเซิร์ฟ แต่ก็ล้มไม่เป็นท่า โดนคลื่นซัดจนสำลักน้ำไปหลายครั้ง”
เมษาก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “ฟังดูน่าสนุกนะคะ”
“สนุกมากครับ” ธามมองเมษา “คุณเคยเห็นต้นหัวเราะแบบนั้นไหมครับ”
เมษานิ่งไปครู่หนึ่ง เธอพยายามนึกถึงภาพของต้นที่หัวเราะอย่างมีความสุข แต่ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวของเธอส่วนใหญ่จะเป็นภาพของต้นในเวลาที่เขากำลังเศร้า หรือเวลาที่เขากำลังทุกข์ใจ “ไม่บ่อยค่ะ” เธอตอบเสียงเบา “ส่วนใหญ่ฉันจะจำภาพเขาตอนที่เขากำลังเป็นกังวลมากกว่า”
“เขามักจะเป็นแบบนั้นเสมอ” ธามถอนหายใจ “ชอบแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว” เขาค่อยๆ หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา “นี่คือสมุดบันทึกของเขาครับ ผมไม่เคยอ่านมันเลยนะ”
“แล้วทำไมถึงเก็บไว้คะ” เมษาถาม
“ผมแค่อยากเก็บมันไว้” ธามตอบ “เผื่อวันหนึ่งผมจะอยากรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่” เขาเปิดสมุดบันทึกออกไปที่หน้ากลางๆ แล้ววางลงบนพื้น “นี่คือสิ่งที่เขาเขียนไว้ก่อนจะ… ก่อนจะจากไป”
เมษาสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่หนักอึ้งขึ้นมาในห้องเก็บของนี้ เธอค่อยๆ ก้มลงไปอ่านสิ่งที่ต้นเขียนไว้ แต่ละประโยคเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความรัก ความเสียใจ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
“ผมรู้สึกเสียใจเหลือเกิน” เมษากล่าวพลางเหลือบตามองธาม “ที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้”
“เขาเข้มแข็งมากนะครับ” ธามกล่าว “เขาพยายามต่อสู้กับมันจนถึงที่สุด” เขาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกล่อง เป็นรูปของเมษากับต้นที่ถ่ายด้วยกันในวันครบรอบของทั้งสองคน เมษาใส่ชุดเดรสสีแดงที่สวยงาม และต้นก็สวมสูทที่ดูดี
“คุณยังเก็บรูปนี้ไว้อีกเหรอคะ” เมษาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ฉันคิดว่าคุณคงจะ… เก็บทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉันไว้”
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นครับ” ธามรีบแก้ตัว “แต่มันก็… ตกลงมาอยู่ในกล่องนี้โดยบังเอิญ” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “ผมอยากให้คุณรู้ไว้ เมษา ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ”
“ฉันเข้าใจค่ะ” เมษาตอบ “ฉันแค่… รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย” เธอค่อยๆ หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดู เธอกับต้นดูมีความสุขมากในรูปนั้น แต่ตอนนี้เมื่อมองดูอีกครั้ง เธอกลับรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าบางอย่าง
“เมษา” ธามเรียกชื่อเธอ “ผมอยากจะถามคุณเรื่องหนึ่ง”
“คะ” เมษาเงยหน้ามองเขา
“คุณ… ยังรักต้นอยู่ใช่ไหมครับ” คำถามของธามทำให้เมษาชะงักไป เธอไม่แน่ใจว่าจะตอบเขาอย่างไรดี
“ฉัน… ฉันไม่รู้ค่ะ” เมษาตอบตามตรง “ฉันรักเขา… แต่ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว”
“ผมเข้าใจครับ” ธามกล่าว “ผมแค่… แค่อยากรู้”
เมษายื่นมือออกไปจับมือของธาม “ขอบคุณนะคะที่คุณเข้าใจ”
ธามบีบมือเมษากลับเบาๆ “ผมพร้อมที่จะรอคุณเสมอ”
ทั้งสองคนนั่งเงียบๆ อยู่กับความทรงจำของต้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เมษาจะเอ่ยขึ้น “ฉันว่าเราควรจะปิดกล่องนี้ไว้ก่อนนะคะ”
“ครับ” ธามตอบ “ผม… ผมยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันจริงๆ”
เมษาพยักหน้า แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันเก็บข้าวของต่างๆ กลับเข้าไปในกล่องไม้เก่าๆ ใบนั้น พวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับต้น และกล่องใบนี้ก็เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจถึงอดีตที่ทั้งเจ็บปวดและงดงาม
“ขอบคุณนะคะที่ให้ฉันมาช่วย” เมษาพูด “ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลย”
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ” ธามกล่าว “การได้คุยกับคุณ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”
เมษายิ้มให้ธาม “ถ้ามีอะไรอีก ก็บอกฉันได้เสมอนะคะ”
“ครับ” ธามตอบ “ผมจะบอกคุณ”
พวกเขาออกจากห้องเก็บของ และกลับมายังพื้นที่คาเฟ่ที่สว่างสดใสกว่าเดิม บรรยากาศภายในห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและอดีตได้จางหายไป แต่ความรู้สึกที่ได้รับจากการเปิดกล่องใบนั้นกลับยังคงฝังลึกอยู่ในใจของทั้งสองคน
5,658 ตัวอักษร