ตอนที่ 16 — ความใกล้ชิดที่แสนเปราะบาง
พราวพยายามอย่างหนักที่จะก้าวข้ามความรู้สึกเคลือบแคลงใจที่ยังคงเกาะกุมหัวใจของเธอเอาไว้ ยามที่อยู่ใกล้กวินท์ เธอจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนสะพานที่สร้างขึ้นจากความเปราะบาง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวง แม้แต่คำพูดหวานหู หรือการกระทำที่แสดงออกถึงความใส่ใจของเขาก็ไม่อาจทำให้เธอวางใจได้ทั้งหมด เสียงกระซิบของนลินียังคงดังก้องอยู่ในห้วงความคิด เป็นเหมือนหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงความเชื่อใจที่เธอเพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นมาใหม่
“คุณพราวครับ วันนี้มีประชุมตอนบ่ายสองโมง ผมจัดตารางไว้ให้แล้วนะครับ” เสียงทุ้มของกวินท์ดังขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอพร้อมกับเอกสารหลายปึก
พราวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอฉายแววเหนื่อยล้าเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะคุณกวินท์” เธอตอบรับอย่างเรียบง่าย พยายามซ่อนความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ข้างใน
“คุณดูไม่ค่อยสบายนะครับ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” กวินท์ถามอย่างเป็นห่วง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ ยืนมองเธออยู่ห่างๆ
“เปล่าค่ะ ดิฉันแค่ทำงานหนักไปหน่อย” พราวพยายามฝืนยิ้ม ถึงแม้รอยยิ้มนั้นจะดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักนิด
กวินท์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างโต๊ะของเธออย่างเงียบๆ เขาก้มหน้าลงมองเอกสารตรงหน้า แต่มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมมือของเธอเอาไว้เบาๆ “ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดมากเรื่องเมื่อวาน ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้มีเจตนาจะโกหกคุณ”
มือของเขาอบอุ่น และสัมผัสนั้นทำให้หัวใจของพราวเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ แต่แล้วภาพของนลินีที่กำลังบอกว่ากวินท์หลอกใช้เธอก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง “แล้วที่นลินีพูดล่ะคะ…เรื่องที่คุณ…ที่คุณเคยมีอะไรกับเธอ” คำถามหลุดออกจากปากของเธอไปอย่างควบคุมไม่ได้
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะบีบมือของเธอแน่นขึ้น “ผมเคยบอกคุณแล้วว่าเรื่องของผมกับนลินีมันจบไปนานแล้ว และผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธออีกเลย”
“แต่…เธอพูดเหมือนคุณยังรู้สึก” พราวเอ่ยเสียงสั่นเครือ เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใครดี ระหว่างคำพูดของผู้ชายที่เธอเริ่มจะรัก กับคำพูดของผู้หญิงที่อ้างว่าเคยเป็นคนรักเก่าของเขา
“นลินีพยายามจะทำลายความสัมพันธ์ของเราต่างหาก เธอต้องการให้คุณไม่ไว้ใจผม” กวินท์กล่าวเสียงหนักแน่น สายตาของเขามุ่งมั่นและจริงจัง “ผมรักคุณนะพราว ผมรักคุณจริงๆ”
คำว่า ‘รัก’ ที่หลุดออกจากปากของเขายังคงเป็นสิ่งที่พราวพยายามจะเชื่อ แต่ความไม่มั่นคงในใจก็ยังคงอยู่ เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา “แต่…เราเริ่มต้นจากสัญญานี่คะ ทุกอย่างมัน…มันปลอม”
“ผมรู้ว่าเราเริ่มต้นจากสัญญานั่น” กวินท์ลากเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้น ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว “แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกับคุณตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องปลอม พราว ผมรักคุณ” เขาเน้นคำว่า ‘รัก’ อีกครั้ง
พราวสบตาเขา เธอเห็นความจริงใจในดวงตาคู่นั้น แต่เสียงของนลินีก็ยังคงตามหลอกหลอน “ถ้าทั้งหมดมันคือเรื่องโกหก…ถ้าคุณแค่หลอกใช้ฉัน…ฉันจะรับไม่ได้”
“ผมจะไม่หลอกใช้คุณเด็ดขาด” กวินท์สบตาเธอ ดวงตาของเขามีประกายที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น “ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าความรู้สึกของผมมันจริง”
เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จมูกของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขากระทบผิวของเธอ “อย่าให้ความไม่ไว้ใจมาทำลายเรานะพราว”
พราวหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายของเธออ่อนยวบลงไปตามแรงดึงดูด เธอรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง สัมผัสของเขาอ่อนโยนและแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปเสียก่อน
“ถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะเชื่อใจผมทั้งหมด ผมเข้าใจ” กวินท์พูดต่อเสียงเบา “แต่อย่างน้อย…ก็อย่าเพิ่งตัดสินผมจากคำพูดของคนอื่น”
เขาค่อยๆ ผละใบหน้าออก ดวงตาของเขาสบกับดวงตาของเธออีกครั้ง “ผมจะให้เวลาคุณนะพราว ให้เวลาคุณทบทวนความรู้สึกของตัวเอง”
พราวพยักหน้าเบาๆ เธอยังคงรู้สึกสับสน แต่สัมผัสของเขาก็ทำให้ความขัดแย้งในใจของเธอสงบลงไปบ้าง “ขอบคุณค่ะคุณกวินท์”
“เรียกชื่อผมเฉยๆ ก็ได้นะครับ” กวินท์ยิ้มบางๆ “เราเป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอ”
คำพูดของเขาทำให้พราวหน้าแดงเล็กน้อย เธอไม่คุ้นเคยกับความใกล้ชิดที่มากขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้
“ผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกได้เสมอ” กวินท์ลุกขึ้นยืน เขาผายมือไปทางประตู ก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง “อย่าเครียดมากนะครับ”
เมื่อกวินท์เดินออกไปจากห้อง พราวก็ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ เธอถอนหายใจยาว เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นที่หน้าผาก เธอรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็มีความรู้สึกอุ่นๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
คำสารภาพรักของกวินท์ และสัมผัสที่อ่อนโยนของเขา มันทำให้ความสงสัยในใจของเธอคลายลงไปบ้าง แต่เธอก็ยังคงไม่สามารถปล่อยวางความกังวลทั้งหมดได้ เธอรู้ว่าเธอต้องให้เวลาตัวเองมากขึ้น เพื่อที่จะตัดสินใจได้ว่าควรจะเชื่อใจเขามากแค่ไหน
เธอหยิบรูปถ่ายของเธอกับกวินท์ขึ้นมาดู ภาพนั้นเป็นภาพที่ถ่ายหลังจากงานแต่งงานของพวกเขา ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างมีความสุข พราวพิจารณาใบหน้าของกวินท์ในรูป เขาดูมีความสุขจริงๆ หรือเปล่า? หรือเป็นเพียงการแสดงละครที่แนบเนียน?
“ฉันควรจะทำอย่างไรดี…” พราวพึมพำกับตัวเอง เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน ราวกับจะปลอบประโลมเธอ
เธอรู้ว่าเธอไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่มีต่อกวินท์ได้อีกต่อไป เขากลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอไปแล้วจริงๆ แต่การจะมอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับเขา มันก็ยังเป็นเรื่องที่ยากเกินไป
“ฉันต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้” พราวตัดสินใจแน่วแน่ เธอจะหาทางพิสูจน์ว่าความรู้สึกของกวินท์นั้นจริงใจแค่ไหน และจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับนลินีด้วย เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายชีวิตและความสุขของเธอได้ง่ายๆ
เธอลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องล่าง ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความรัก ความหวัง และความไม่แน่ใจ ยังคงก่อตัวอยู่ในใจของเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัดคือ เธอจะสู้เพื่อความสัมพันธ์ครั้งนี้ สู้เพื่อหัวใจของเธอเอง
4,730 ตัวอักษร