ตอนที่ 2 — จุมพิตปลอมที่แสนอบอุ่น
พิธีวิวาห์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ก็หรูหราสมฐานะตระกูลสุรเดช ท่ามกลางแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลในวงสังคม พราวในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ยืนสง่าเคียงข้างกวินท์ ชายหนุ่มที่ถูกกำหนดให้เป็นสามีของเธอในนาม ใบหน้าของเธอฉายแววยิ้มแย้มอย่างที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง แต่ภายในใจกลับรู้สึกว่างเปล่าและเย็นเยียบ
"คุณสวยมากเลยครับ" กวินท์กระซิบข้างหูเธอขณะที่นักข่าวรุมล้อมถ่ายภาพ
พราวหันไปมองเขา ดวงตาคู่คมของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอ เขาดูสง่างามในชุดทักซิโด้สีเข้ม ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม แต่แววตาของเขากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"ขอบคุณค่ะ" พราวตอบเสียงเบา "คุณก็ดูดีมากเช่นกันค่ะ"
"จำไว้นะ" กวินท์กล่าวต่อ "เราต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรามีความสุขมากแค่ไหน"
"ฉันจำได้ค่ะ" พราวพยักหน้า "ไม่ต้องห่วง"
พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ละคำมั่นสัญญาที่หลุดออกจากปากของพวกเขาล้วนเป็นเพียงการแสดง เพื่อให้สมจริงที่สุดในสายตาของคนภายนอก
หลังเสร็จสิ้นพิธีการ พราวและกวินท์ก็ต้องออกไปทักทายแขกเหรื่ออย่างเป็นกันเอง กวินท์วางแขนโอบรอบเอวของพราวอย่างแนบแน่น พราวพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอหัวเราะและพูดคุยกับแขกเหรื่ออย่างออกรส ราวกับว่านี่คือวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของเธอ
"ยินดีด้วยนะคะคุณพราว คุณกวินท์" เสียงของคุณหญิงอรทัย หนึ่งในแขกคนสำคัญดังขึ้น
"ขอบคุณค่ะคุณหญิง" พราวตอบพร้อมรอยยิ้ม "คุณหญิงสบายดีนะคะ"
"สบายดีจ้ะ" คุณหญิงอรทัยยิ้ม "เห็นทั้งคู่แต่งงานกัน พี่ก็ดีใจด้วยจริงๆ ค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ" พราวกล่าว
"คุณพราวสวยมากเลยค่ะ สมกับเป็นคู่หมั้นของคุณกวินท์จริงๆ" คุณหญิงอรทัยเสริม
พราวยิ้มเขินๆ "คุณหญิงชมเกินไปแล้วค่ะ"
"ไม่เลยค่ะ" คุณหญิงอรทัยตอบ "ฉันว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมากจริงๆ นะ"
หลังจากทักทายแขกจนครบถ้วน กวินท์ก็พาพราวขึ้นไปยังห้องพักของบ่าวสาว ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของคฤหาสน์
"ฉันเหนื่อยแล้ว" พราวกล่าวพลางถอนหายใจ
"ฉันก็เหมือนกัน" กวินท์ตอบ "แต่เรายังต้องแสดงต่อไป"
"อีกนานไหมคะ" พราวถามอย่างอ่อนแรง
"อีกสักพัก" กวินท์กล่าว "แต่หลังจากนี้ เราก็จะเป็นอิสระ"
ทันทีที่เข้าสู่ห้องพัก พราวก็รีบปลดเครื่องประดับที่หนักอึ้งออกไป พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ฉันไม่ชินกับการต้องแสดงตลอดเวลาเลย" พราวบ่นอุบ
"ก็บอกแล้วไง ว่าการแต่งงานครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย" กวินท์กล่าวพลางนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่
"แล้วหลังจากนี้ เราจะทำยังไงกันต่อคะ" พราวถาม
"เราก็จะใช้ชีวิตของเราต่อไป" กวินท์ตอบ "แต่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของเราไว้"
"หมายความว่าไงคะ"
"ก็หมายความว่า เราจะยังคงเป็นสามีภรรยาที่ดีต่อหน้าคนอื่น" กวินท์อธิบาย "เราจะยังคงไปไหนมาไหนด้วยกัน ออกงานสังคมด้วยกัน แต่เราจะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น"
"แล้วเรื่องห้องนอนล่ะคะ" พราวถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
กวินท์มองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "เราจะนอนห้องแยกกัน"
คำตอบของเขาทำให้พราวโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
"ดีค่ะ" พราวกล่าว "ฉันจะได้มีพื้นที่ส่วนตัว"
"แต่เราต้องระวังเรื่องการแสดงออกต่อหน้าคนอื่นนะ" กวินท์เตือน "ถ้าเราดูห่างเหินกันเกินไป คนอื่นจะสงสัย"
"เข้าใจแล้วค่ะ" พราวพยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ ฉันจะนอนห้องข้างๆ แล้วกัน" กวินท์กล่าว "ส่วนพรุ่งนี้เช้า เราจะออกไปทานอาหารเช้าด้วยกัน"
"ค่ะ" พราวตอบ
กวินท์ลุกขึ้นยืน "งั้นฉันขอตัวก่อนนะ"
"ค่ะ" พราวตอบ
เมื่อกวินท์เดินออกไป พราวก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความคิดต่างๆ วิ่งวนอยู่ในหัว
การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เธอจะสามารถทนอยู่กับผู้ชายที่เธอไม่มีความรู้สึกใดๆ ด้วยได้นานแค่ไหน
วันต่อมา พราวและกวินท์ก็เริ่มใช้ชีวิตคู่ปลอมๆ ของพวกเขา พราวกลับไปทำงานที่บริษัทของเธอเช่นเดิม ส่วนกวินท์ก็ยังคงบริหารธุรกิจของตระกูลสุรเดช
ทั้งสองคนใช้ชีวิตตามที่ตกลงกันไว้ พวกเขาออกงานสังคมด้วยกัน แสดงความรักต่อกันเมื่อมีคนมอง แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง พวกเขาก็จะกลับไปเป็นคนแปลกหน้า
"คุณกวินท์คะ" พราวเอ่ยถามวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารเย็นด้วยกัน "คุณแน่ใจเหรอคะ ว่าเราจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ"
"ทำไม" กวินท์ถาม "เธอไม่ชอบเหรอ"
"ก็...มันเหนื่อยค่ะ" พราวตอบ "ต้องคอยระวังตลอดเวลา"
"มันก็เป็นราคาที่เราต้องจ่าย" กวินท์กล่าว "เพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้"
"แล้วถ้าวันหนึ่ง...เราเผลอ" พราวถามอย่างไม่กล้าสบตา
กวินท์หยุดเคี้ยวอาหารไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "เราจะไม่เผลอ"
คำตอบของเขาทำให้พราวใจแป้วเล็กน้อย
"แต่ถ้าสมมติว่า...เผลอจริงๆ ล่ะคะ" พราวถามอีกครั้ง
กวินท์วางส้อมลง "ถ้าอย่างนั้น เราค่อยมาคุยกันอีกที"
คำพูดของเขาทำให้พราวยิ่งสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี
วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างพราวกับกวินท์ก็ยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบเดิม พวกเขาเป็นคู่สามีภรรยาที่สมบูรณ์แบบในสายตาของคนภายนอก แต่ในความเป็นจริง พวกเขาก็เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสองคนที่ถูกผูกมัดด้วยสัญญา
แต่แล้ว วันหนึ่ง เรื่องราวก็เริ่มเปลี่ยนไป
พราวกำลังจะเดินไปที่ห้องทำงานของเธอ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของเธอ
"มีอะไรหรือเปล่าคะ" พราวถาม
"เปล่า" กวินท์ตอบ "แค่อยากจะมาดูว่าเธอโอเคหรือเปล่า"
"ฉันโอเคค่ะ" พราวตอบ "ขอบคุณที่เป็นห่วง"
กวินท์ยิ้มบางๆ "ดี"
ก่อนที่เขาจะเดินจากไป เขาก็หยุดชะงัก แล้วหันกลับมามองเธอ
"คืนนี้...ฉันขอนอนห้องเดียวกับเธอได้ไหม" กวินท์ถาม
คำถามของเขาทำให้พราวตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
"ได้หรือเปล่า" กวินท์ถามอีกครั้ง
พราวพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ "ก็ได้ค่ะ"
คืนนั้น พราวและกวินท์นอนอยู่บนเตียงเดียวกัน แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาระยะห่างของกันและกันไว้
กลางดึก คืนนั้น พราวสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกหนาว เธอหันไปมองกวินท์ที่หลับอยู่ข้างๆ เขาดูสงบนิ่งในยามหลับ
ทันใดนั้น กวินท์ก็ขยับตัว แล้วดึงพราวเข้าไปกอด
"อย่าหนาวเลยนะ" กวินท์พึมพำขณะที่ยังหลับอยู่
พราวนิ่งอึ้ง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่ากวินท์จะทำอะไรแบบนี้
เธอค่อยๆ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แต่เขาก็ยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น
"อยู่นิ่งๆ นะ" กวินท์พึมพำ
พราวหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายของเธอได้สัมผัสกับไออุ่นจากร่างของเขา
เธอไม่รู้ว่านี่คืออะไร นี่คือความสงสาร หรือเป็นความรู้สึกอื่นที่ซ่อนอยู่
แต่ในวินาทีนั้น หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
5,033 ตัวอักษร