สามีปลอมที่ฉันไม่อยากหย่า

ตอนที่ 22 / 41

ตอนที่ 22 — ภาพลวงตาที่กำลังจะแตกสลาย

อากาศยามเช้าในกรุงเทพฯ ยังคงอบอุ่นเหมือนเช่นเคย หลังจากการพักผ่อนริมทะเลที่ยาวนาน พราวกลับมาสู่ชีวิตประจำวันอีกครั้งในฐานะผู้ช่วยคนสนิทของกวินท์ การได้กลับไปทำงานที่บริษัทด้วยกันทุกวัน สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความสุข การทำงานที่ต้องปรึกษาหารือกันตลอดเวลา ทำให้ทั้งสองยิ่งรู้จักและเข้าใจกันมากขึ้น แม้ว่าสถานะของพวกเขาจะเป็นเพียง “สัญญา” แต่ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพราวนั้น ช่างเป็นความรู้สึกที่จริงจังเสียจนบางครั้งเธอเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ตัวเองกำลังหลอกตัวเองอยู่หรือไม่ “คุณพราวครับ เอกสารที่ผมขอไว้เมื่อวาน พร้อมหรือยังครับ” เสียงทุ้มนุ่มของกวินท์ดังขึ้นจากด้านหลัง พราวยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าผาก ก่อนจะหันไปยิ้มให้เขา “พร้อมแล้วค่ะคุณกวินท์ พอดีเสร็จเมื่อคืนเลยค่ะ” เธอหยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานยื่นให้เขา กวินท์รับไป เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมสันฉายแววพอใจ “ยอดเยี่ยมมากครับ ทำงานรวดเร็วเหมือนเคย” “ก็ต้องขอบคุณคุณกวินท์ที่ให้โอกาสหนูได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ค่ะ” พราวตอบอย่างอ่อนหวาน “คุณพราวครับ หลังเลิกงานเย็นนี้ ผมมีนัดกับนักลงทุนคนสำคัญที่โรงแรมโอเรียนเต็ล คุณช่วยไปด้วยกันหน่อยนะครับ ผมอยากให้คุณช่วยดูเอกสารและคอยสังเกตการณ์อะไรบางอย่าง” กวินท์เอ่ยปากขอ พราวยิ้มรับ “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” เมื่อถึงเวลาเลิกงาน พราวและกวินท์ก็เดินทางไปยังโรงแรมโอเรียนเต็ล ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราของห้องอาหารส่วนตัว พวกเขานั่งรอพบนักลงทุน พราวพยายามสังเกตท่าทีของกวินท์ ซึ่งดูเหมือนจะมีความกังวลซ่อนอยู่เล็กน้อย “มีอะไรหรือเปล่าคะคุณกวินท์” พราวกระซิบถาม กวินท์หันมามองเธอ ดวงตาของเขาสื่อถึงความไม่สบายใจ “คุณพราวครับ พอดีนักลงทุนคนนี้เป็นคนที่มีอิทธิพลมากในวงการ และผมอยากจะปิดดีลนี้ให้ได้ ผมเลยอยากให้คุณช่วยสังเกตท่าทีของเขาเป็นพิเศษ มีอะไรที่คุณรู้สึกไม่ชอบมาพากล หรือคุณรู้สึกว่าเขากำลังพยายามจะตุกติกอะไรบางอย่าง ให้คุณส่งสัญญาณให้ผมทราบนะครับ” “ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ” พราวยิ้มให้กำลังใจ “คุณกวินท์ไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะคอยดูให้เต็มที่ค่ะ” นักลงทุนเดินทางมาถึง เขาเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ใบหน้าอิ่มเอิบ ดูมีอำนาจ กวินท์ลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างดี เขากับนักลงทุนจับมือกัน และเชิญให้นั่ง พราวสังเกตการณ์นักลงทุนอย่างละเอียด เธอเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม เขาพยายามชวนคุยเรื่องส่วนตัวของกวินท์หลายครั้ง แต่กวินท์ก็ตอบเลี่ยงไปได้เสมอ “คุณกวินท์ครับ ผมได้ยินข่าวลือมาว่า ความสัมพันธ์ของคุณกับภรรยาช่วงนี้กำลังดีขึ้นมากเลยนะครับ” นักลงทุนกล่าวขึ้น น้ำเสียงเจือไปด้วยความอยากรู้ กวินท์ยิ้มบางๆ “ครับ ก็ดีขึ้นตามลำดับครับ” “ดีเลยครับ ดีเลย ผมเองก็มีครอบครัว มีลูกสองคนแล้ว เข้าใจดีเลยว่าชีวิตคู่มันไม่ง่าย แต่พอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ มันก็จะยิ่งมั่นคงนะครับ” เขาพูดพลางหันมามองพราว “ภรรยาคุณนี่สวยจริงๆ นะครับ เหมาะสมกับคุณกวินท์มากเลย” พราวยิ้มรับอย่างสุภาพ แต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของนักลงทุนที่มองเธออย่างพิจารณา ราวกับกำลังประเมินมูลค่าบางอย่าง ตลอดการสนทนา พราวยังคงสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เธอเห็นนักลงทุนพยายามใช้ลูกล่อลูกชนต่างๆ นานา เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์กับเขามากที่สุด เขาพยายามกดดันกวินท์ด้วยข้อมูลบางอย่างที่กวินท์ดูจะคาดไม่ถึง “คุณกวินท์ครับ ผมมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับคู่แข่งของคุณ ที่คุณอาจจะยังไม่ทราบ” นักลงทุนกล่าวเสียงเบา พลางยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กวินท์ กวินท์รับมา เปิดดูอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด พราวจ้องมองกวินท์ด้วยความเป็นห่วง เธอเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาดูเหมือนกำลังจะถูกต้อนจนมุม “คุณกวินท์ครับ” พราวเอ่ยแทรกขึ้นมา “ดิฉันว่าเราน่าจะเลื่อนการตัดสินใจเรื่องนี้ออกไปก่อนนะคะ บางทีเราอาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาข้อมูลใหม่นี้ให้รอบคอบกว่านี้ค่ะ” นักลงทุนมองพราวด้วยสายตาประหลาดใจ “คุณหนู... ผมนึกว่าคุณจะสนับสนุนสามีของคุณเต็มที่เสียอีก” “ดิฉันสนับสนุนค่ะ แต่การสนับสนุนที่ดีที่สุด คือการช่วยให้เขาตัดสินใจได้อย่างถูกต้องที่สุดค่ะ” พราวยืดตัวขึ้นเล็กน้อย สบตากับนักลงทุนอย่างท้าทาย กวินท์เงยหน้าขึ้นมองพราว ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเห็นความจริงใจและความตั้งใจที่จะปกป้องเขาในตัวเธอ “คุณพราวพูดถูกครับ” กวินท์กล่าวเสียงหนักแน่น “ผมขอเวลาในการพิจารณาเอกสารนี้ให้รอบคอบก่อนนะครับ หากมีอะไรคืบหน้า ผมจะติดต่อกลับไปครับ” นักลงทุนเห็นท่าทีของทั้งสองคนก็ยิ้มเยาะ “ก็ได้ครับ ผมเข้าใจ คุณกวินท์อยากจะปรึกษาภรรยาให้ดีก่อน ผมหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่ทำให้คุณกวินท์เสียใจนะครับ” การพบปะจบลงด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด พราวและกวินท์เดินทางกลับบริษัทด้วยความเงียบ “คุณพราวครับ” กวินท์เอ่ยขึ้นเมื่อรถแล่นออกมาจากโรงแรมได้สักพัก “ขอบคุณมากนะครับที่คุณช่วยผมไว้” “ไม่เป็นไรค่ะคุณกวินท์” พราวตอบเสียงเบา “แค่เห็นคุณกำลังลำบาก หนูทนดูเฉยๆ ไม่ได้ค่ะ” “แต่คุณรู้ไหมครับ ว่าข้อมูลที่เขาให้มามันสำคัญมาก มันอาจจะทำให้แผนธุรกิจของเรามีปัญหาได้” กวินท์ถอนหายใจ “หนูเข้าใจค่ะ แต่บางครั้ง การที่เราไม่รีบร้อนตัดสินใจ ก็อาจจะช่วยให้เราเห็นทางออกที่ดีกว่าก็ได้นะคะ” พราวพยายามปลอบเขา “คุณกวินท์คะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูจะอยู่ตรงนี้กับคุณค่ะ” คำพูดของพราวทำให้กวินท์รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เขาก้มลงมองเธอ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “คุณพราวครับ... ผมกำลังคิดว่า บางที สิ่งที่ผมกำลังจะเสียไป อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจก็ได้” พราวมองกวินท์อย่างสงสัย เขาพูดอะไรของเขา พราวได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ เธอรู้สึกได้ว่า กำลังจะมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งในความสัมพันธ์ที่เปราะบางของพวกเขา

4,686 ตัวอักษร