ตอนที่ 7 — จุดแตกหักของความเชื่อใจ
"ที่คุณบอกว่ารักฉัน...มันเป็นแค่คำพูดใช่ไหม" พราวน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาคลอหน่วยด้วยน้ำตาแห่งความผิดหวัง เธอจ้องมองกวินท์อย่างต้องการคำตอบที่ชัดเจน ใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยความหวังเมื่อครู่ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความขมขื่น
กวินท์อ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่กลับนิ่งงันไป เขารู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นด้วยคำถามของเธอ สองปีที่ผ่านมานี้ เขามัวแต่จมอยู่กับอดีตของตัวเอง จนมองข้ามความรู้สึกของคนที่อยู่เคียงข้างมาตลอด
"พราว..." กวินท์เรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา "เธอฟังฉันก่อนนะ"
"จะให้ฉันฟังอะไรอีกคะ" พราวสะอื้น "ในเมื่อคุณก็บอกเองว่าคุณกลัว กลัวว่าฉันจะรับไม่ได้ งั้นก็แสดงว่าคุณเองก็ไม่มั่นใจในตัวฉัน ไม่มั่นใจในความรู้สึกของคุณเอง"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะ" กวินท์พยายามอธิบาย "ฉันแค่...ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของฉันมันจะมากพอที่จะก้าวข้ามอดีตไปได้จริงๆ หรือเปล่า"
"แล้วฉันล่ะคะ" พราวน้ำตาไหลอาบแก้ม "ฉันควรจะทำยังไงกับความรู้สึกของฉัน ถ้าหากความรู้สึกของคุณมันไม่มั่นคงพอ"
"ฉันขอโทษ" กวินท์ทอดถอนใจ "ฉันขอโทษจริงๆ ที่ทำให้เธอเสียใจ"
"ขอโทษอย่างเดียวมันไม่พอหรอกค่ะ" พราวพูดเสียงแข็งขึ้น "คุณปิดบังฉันมาตลอด คุณปล่อยให้ฉันเข้าใจผิดมาตลอดว่าคุณกำลังจะเปิดใจให้ฉัน แต่จริงๆ แล้ว คุณยังคงจมอยู่กับอดีต"
"พราว..."
"ฉันไม่รู้แล้วค่ะว่าควรจะเชื่ออะไร" พราวยกมือขึ้นปาดน้ำตา "ที่คุณบอกว่าคุณเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับฉันเมื่อคืนนี้ มันคือเรื่องจริงใช่ไหมคะ หรือว่ามันเป็นแค่...คำพูดปลอบใจ"
กวินท์นิ่งไปอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาบอกว่าเริ่มรู้สึกมากกว่าการแสดงผุดขึ้นมาในหัว ใช่ เขาพูดแบบนั้นจริงๆ และเขาก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ด้วย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความลับในอดีตของตัวเอง ความรู้สึกเหล่านั้นกลับสั่นคลอน
"ฉัน...ฉันรู้สึกจริงๆ นะพราว" กวินท์ยืนยัน "ฉันรู้สึกว่าฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราจบลงแค่ในสัญญา"
"แล้วตอนนี้ล่ะคะ" พราวกดเสียงสูง "ความรู้สึกนั้นมันยังอยู่ไหม"
"มัน...มันยังอยู่" กวินท์ตอบอย่างไม่มั่นใจนัก "แต่...มันมีบางอย่างที่ฉันต้องจัดการก่อน"
"บางอย่างที่ว่า...คือผู้หญิงในรูปใช่ไหมคะ" พราวพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด
กวินท์เงียบไป ความเงียบนั้นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับพราว
"ฉัน...ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ" พราวพูดทั้งน้ำตา "ฉันคิดว่า...ฉันควรจะไป"
"พราว! อย่าเพิ่งไป" กวินท์เอื้อมมือไปคว้าแขนเธอไว้ แต่พราวสะบัดออก
"ปล่อยค่ะ" พราวพูดเสียงเย็น "ฉันต้องการเวลาค่ะ เวลาที่จะคิดทบทวนทุกอย่าง"
"แต่..."
"ฉันขอร้องค่ะ" พราวพูดอย่างวิงวอน "ให้เวลาฉันด้วยนะคะ"
กวินท์มองร่างบางที่กำลังสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าเขาเป็นต้นเหตุ เขาเป็นคนทำลายความเชื่อใจที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมา
"ก็ได้" กวินท์ยอมถอนหายใจ "ฉันจะให้เวลาเธอ"
พราวหันหลังวิ่งออกไปจากห้อง ทิ้งให้กวินท์ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเงียบและความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยคิดว่าการตัดสินใจปิดบังความลับครั้งนี้ จะนำพามาซึ่งรอยร้าวที่ยากจะประสาน
พราววิ่งตรงไปยังห้องนอนของเธอ ปิดประตูลงกลอนทันที เธอทรุดตัวลงกับพื้นห้อง ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดเสียง ความผิดหวัง ความเสียใจ ความสับสน มันประดังประเดเข้ามาจนเธอหายใจไม่ออก
"ทำไม...ทำไมต้องเป็นแบบนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง "ฉันอุตส่าห์มีความหวัง...อุตส่าห์คิดว่าเรากำลังจะมีอนาคต"
ภาพของกวินท์กับผู้หญิงในรูปภาพแวบเข้ามาในหัว ความรู้สึกของการถูกหักหลังมันรุนแรงเสียจนเธอแทบจะทนไม่ไหว
"ฉันไม่เข้าใจ...ทำไมเขาถึงไม่บอกฉัน" เธอคร่ำครวญ "ถ้าเขาบอกฉันตั้งแต่แรก...บางทีฉันอาจจะเข้าใจก็ได้"
แต่การที่เขาเลือกจะปิดบัง การที่เขาเลือกจะปล่อยให้เธอเข้าใจผิด มันคือสิ่งที่เธอรับไม่ได้จริงๆ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหาชื่อใครบางคนในรายชื่อ ก่อนจะกดโทรออก
"ฮัลโหลค่ะ...แพรว...แกอยู่ไหน" พราวถามเสียงสั่น
"กำลังจะไปหาแกพอดีเลย มีอะไรหรือเปล่า" เสียงของแพรวตอบกลับมาอย่างเป็นห่วง
"ฉัน...ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย" พราวพยายามกลั้นน้ำตา "เรื่องกวินท์"
"โอเค...ฉันกำลังไป"
หลังจากวางสาย พราวก็ยังคงนั่งกอดเข่า น้ำตายังคงไหลไม่หยุด เธอไม่รู้ว่าอนาคตของเธอกับกวินท์จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือใครสักคนที่จะรับฟังเธอ
3,396 ตัวอักษร