ตอนที่ 13 — ความจริงที่เจ็บปวดของอดีต
นทีถอนหายใจยาว พิมพ์รอคอยคำอธิบายของเขาด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความคาดหวัง "มันซับซ้อนครับคุณพิมพ์" เขาเริ่มต้น "ที่กรุงเทพฯ งานของผมค่อนข้างยุ่ง ผมต้องไปร่วมงานสังคมบ่อยครั้ง และบางครั้ง... ผมก็ต้องพาคนไปด้วย"
"พาใครไปคะ" พิมพ์ถาม เสียงของเธอเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยคำถามที่รอคอยคำตอบ
"ผมเคยพาคุณลลิลไปงานด้วยครับ" นทีตอบตรงๆ "เราคบกันมานาน และเธอเป็นคนเดียวที่ผมเปิดตัวกับที่ทำงานในตอนนั้น"
"แล้วข่าวลือเรื่องคบซ้อนล่ะคะ" พิมพ์ถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "ถ้าคุณพาคุณลลิลไปงาน แล้วมีใครอื่นอีก... มันคืออะไรคะ"
"ผมเข้าใจครับว่ามันฟังดูย้อนแย้ง" นทีกล่าว "ที่กรุงเทพฯ มีข่าวลือเกี่ยวกับผมเยอะมากครับ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ ข่าวลือเรื่องคบซ้อนมันเกิดขึ้นเพราะ... ในช่วงเวลาหนึ่ง ผมยอมรับว่าผมก็สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง"
พิมพ์เงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามประมวลผลคำพูดของนที "สับสน... หมายความว่ายังไงคะ"
"ผมกับคุณลลิล... เรามีปัญหาในการสื่อสารกันมาตลอด" นทีอธิบาย "ผมทุ่มเทให้กับงานมากเกินไป จนละเลยความรู้สึกของเธอไปหลายครั้ง พอผมรู้สึกตัว... มันก็สายเกินไปแล้ว"
"แล้ว... มีใครคนอื่นจริงๆ หรือคะ" พิมพ์ถามอีกครั้ง เสียงของเธอแผ่วเบาลง แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"ไม่ใช่ครับคุณพิมพ์" นทีรีบปฏิเสธ "ไม่มีใครเป็นมือที่สามจริงๆ" เขาหยุดหายใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ "สิ่งที่เกรียงไกรพูดถึง... อาจจะเป็นความเข้าใจผิด หรือการตีความที่คลาดเคลื่อน"
"แต่คุณนที... คุณเพิ่งบอกว่าคุณสับสนกับความรู้สึกตัวเอง" พิมพ์เอ่ย "ความสับสนนั้น... มันเกี่ยวกับใครคะ"
นทีหลับตาลงชั่วครู่ เขาเห็นภาพของอดีตที่ย้อนกลับมาหลอกหลอน "ในตอนนั้น... ผมรู้สึกว่าผมกำลังหลงทาง" เขาเปิดตาขึ้นมามองพิมพ์ "ผมไม่แน่ใจในสิ่งที่ผมต้องการ ผมไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของผมกับคุณลลิล และผมก็ไม่แน่ใจในตัวเอง"
"แล้วคุณลลิลล่ะคะ เธอรู้เรื่องนี้ไหม" พิมพ์ถาม
"เธอรู้ว่าเรามีปัญหา" นทีตอบ "แต่เธอคงไม่รู้ว่าผมกำลังสับสนมากแค่ไหน" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง "ตอนที่ผมตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับคุณลลิล... ผมคิดว่าผมต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเอง"
"แล้วทำไม... เกรียงไกรถึงโทรมาบอกเรื่องนี้ตอนนี้คะ" พิมพ์ถามต่อ "ทำไมเขาถึงรู้เรื่องนี้"
"เกรียงไกร... เขาเป็นเพื่อนร่วมงานเก่าของผมครับ" นทีอธิบาย "เขาค่อนข้างจะ... ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน" เขาถอนหายใจ "ผมไม่คิดว่าเขาจะโทรมาเล่าเรื่องพวกนี้ให้คุณพิมพ์ฟัง"
"เขาบอกว่า... เขาเป็นห่วงคุณนที" พิมพ์กล่าว "เขาบอกว่า... ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"
"ประวัติศาสตร์... ซ้ำรอย" นทีทวนคำ เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดี "ผมเองก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น" เขาหันไปมองพิมพ์ "คุณพิมพ์... ผมขอโทษที่ต้องทำให้คุณเสียใจ"
"พิมพ์... พิมพ์แค่อยากรู้ความจริงค่ะ" พิมพ์ตอบ "ถ้ามีอะไรปิดบัง... พิมพ์ก็คงไม่สบายใจ"
"ผมรู้ครับ" นทีพยักหน้า "ผมขอโทษจริงๆ ที่ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้" เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของพิมพ์เบาๆ "แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า... ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว"
"เปลี่ยนไป... อย่างไรคะ" พิมพ์ถาม
"ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่... ได้เจอคุณพิมพ์" นทีกล่าว "ผมรู้สึกว่าชีวิตผมมีความหมายมากขึ้น" เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของพิมพ์ "ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน"
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของพิมพ์ "พิมพ์... พิมพ์ก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น "ก่อนมาที่นี่... ชีวิตพิมพ์ก็เหมือนจะหยุดนิ่ง"
"คุณพิมพ์... คือคนที่ทำให้ผมอยากตื่นขึ้นมาทุกเช้า" นทีพูดต่อ "คือคนที่ทำให้ผมอยากจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น"
บรรยากาศรอบตัวทั้งสองดูเหมือนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความตึงเครียดเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความเข้าใจและความไว้วางใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
"แต่... ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณลลิล... มันจบลงด้วยดีจริงๆ หรือคะ" พิมพ์ถามอีกครั้ง ด้วยความสงสัยที่ยังคงค้างคาใจ
นทีนิ่งไป เขาเห็นว่าการปิดบังต่อไปคงไม่เป็นผลดี "จริงๆ แล้ว... ตอนที่ผมกับคุณลลิลเลิกกัน มันไม่ได้สวยงามอย่างที่ผมบอกไปทั้งหมดครับ"
พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองนทีอย่างตกใจ "หมายความว่ายังไงคะ"
"มันมีเรื่องราวที่... ค่อนข้างซับซ้อน" นทีอธิบาย "หลังจากที่เราเลิกกัน... คุณลลิลพยายามที่จะกลับมาคืนดีกับผมอยู่หลายครั้ง"
"แล้วคุณนที... ปฏิเสธเธอใช่ไหมคะ" พิมพ์ถาม เสียงของเธอเริ่มเต็มไปด้วยความกังวล
"ใช่ครับ... ผมปฏิเสธเธอ" นทีตอบ "แต่... เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ"
"เธอทำอะไรคะ" พิมพ์ถามต่อ
"เธอ... เริ่มสร้างข่าวลือต่างๆ นานา" นทีเล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "เกี่ยวกับผม... และผู้หญิงคนอื่น"
"อ๋อ... ข่าวลือที่เกรียงไกรพูดถึง... มันมาจากคุณลลิลนี่เอง" พิมพ์กล่าวอย่างเข้าใจ
"ใช่ครับ" นทีพยักหน้า "เธอพยายามทำให้ผมดูแย่ในสายตาคนอื่น"
"แล้ว... คุณลลิล... เธออยู่ที่กรุงเทพฯ ใช่ไหมคะ" พิมพ์ถาม
"ตอนนี้... เธออยู่ที่กรุงเทพฯ ครับ" นทีตอบ "แต่ผมไม่รู้ว่า... เธอจะมาที่นี่อีกหรือเปล่า"
"พิมพ์... พิมพ์เป็นห่วงค่ะ" พิมพ์กล่าว "ถ้าเธอรู้ว่าคุณนทีกำลัง... " เธอลังเลที่จะพูดคำว่า "มีความสุข" "ถ้าเธอรู้ว่าคุณนทีกำลัง... มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคน... เธออาจจะทำอะไรบางอย่างก็ได้"
"ผมจะระวังตัวครับคุณพิมพ์" นทีจับมือของพิมพ์ไว้แน่น "และผมจะปกป้องคุณ"
"พิมพ์เชื่อใจคุณนทีค่ะ" พิมพ์ตอบ "แต่... พิมพ์ก็อดเป็นห่วงไม่ได้"
"ผมเข้าใจครับ" นทีกล่าว "ผมจะพยายามจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุด"
เขารู้สึกโล่งใจที่ได้เปิดเผยความจริงบางส่วนให้พิมพ์ฟัง แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะยังคงซับซ้อนและมีบางส่วนที่เขาไม่อยากจะนึกถึงเลยก็ตาม "คุณพิมพ์... ผมมีเรื่องอยากจะขอโทษคุณอีกอย่างหนึ่งครับ"
"เรื่องอะไรคะ" พิมพ์ถาม
"ผม... ผมไม่ได้บอกคุณพิมพ์ทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุผลที่ผมออกจากงานที่กรุงเทพฯ ครับ" นทีกล่าว
"หมายความว่ายังไงคะ" พิมพ์เอ่ยถาม
"จริงๆ แล้ว... ผมไม่ได้แค่อยากออกมาพักผ่อนครับ" นทีอธิบาย "ผม... ผมถูกกดดันให้ออก"
พิมพ์อ้าปากค้างด้วยความตกใจ "ถูกกดดัน... ให้ลาออก"
"ใช่ครับ" นทีพยักหน้า "หลังจากเรื่องของคุณลลิล... แล้วก็ข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้น... มันส่งผลกระทบต่องานของผมมาก"
"แล้ว... ใครเป็นคนกดดันคุณนทีคะ" พิมพ์ถามอย่างร้อนรน
"เป็น... ผู้บริหารระดับสูงบางคนครับ" นทีตอบ "พวกเขา... มองว่าผมเป็นปัญหา"
"แต่... มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ" พิมพ์กล่าวอย่างไม่พอใจ
"ผมก็คิดอย่างนั้นครับ" นทีตอบ "แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก" เขาหันไปมองพิมพ์ "ผมเลยตัดสินใจว่า... การออกมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่... น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
"แล้ว... คุณลลิล... เธอรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าคะ" พิมพ์ถาม
"ผมไม่แน่ใจครับ" นทีตอบ "แต่ผมคิดว่า... เธออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง"
พิมพ์มองนทีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ "พิมพ์... พิมพ์ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณนทีต้องเจอเรื่องแบบนี้"
"ไม่เป็นไรครับคุณพิมพ์" นทีส่ายหน้า "ผมดีใจที่ตอนนี้ผมมีคุณพิมพ์อยู่เคียงข้าง"
เขาตัดสินใจแล้วว่า เขาจะไม่ยอมให้เงาอดีตมาทำลายความสุขในปัจจุบันของเขาได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามีพิมพ์คอยเป็นกำลังใจอยู่เคียงข้าง
5,612 ตัวอักษร