ตอนที่ 18 — บทสรุปของเกมอันโหดร้าย
ข่าวการจับกุมภาคินแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น การเปิดโปงเบื้องหลังของอัครเดชได้สั่นคลอนวงการธุรกิจและการเมืองอย่างรุนแรง ผู้คนต่างตกตะลึงกับความโหดเหี้ยมและซับซ้อนของแผนการที่ถูกเปิดเผยออกมา
ภัทรินนั่งมองข่าวสารที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นของเธอ ใบหน้าของเธอเรียบเฉย แต่ในดวงตาฉายแววแห่งความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกโล่งใจที่ความจริงได้ถูกเปิดเผย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารอัครเดชอยู่ลึกๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาดู เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"สวัสดีครับ คุณภัทริน" เสียงทุ้มลึกดังมาจากปลายสาย "ผมสารวัตรประวิทย์ครับ"
"สวัสดีค่ะท่านสารวัตร" ภัทรินตอบรับ
"ผมโทรมาเพื่อแจ้งให้คุณทราบว่า เราได้ดำเนินการจับกุมคุณภาคินได้แล้วครับ และคุณอัครเดชก็ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม เขาได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการคลี่คลายคดีนี้"
"ดีค่ะ" ภัทรินตอบ "ฉันดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดหวัง"
"คุณภัทรินครับ ผมต้องขอขอบคุณคุณอย่างสูง ที่คุณได้เข้ามามีส่วนช่วยในคดีนี้ หากไม่มีคุณ เรื่องราวอาจจะยังคงถูกซุกซ่อนอยู่ต่อไป" สารวัตรประวิทย์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันแค่ทำในสิ่งที่ถูกต้องค่ะท่านสารวัตร" ภัทรินตอบ "ฉันไม่ต้องการเห็นใครต้องตกเป็นเหยื่อของความเห็นแก่ตัวและการหลอกลวงอีกต่อไป"
"คุณอัครเดช... ตอนนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ เขาอยากจะฝากข้อความถึงคุณครับ"
ภัทรินนิ่งไป เธอไม่แน่ใจว่าเธออยากจะรับฟังข้อความนั้นหรือไม่ แต่สุดท้าย เธอก็พยักหน้า "ค่ะ ท่านสารวัตร"
"เขาบอกว่า... เขาอยากจะขอโทษคุณอีกครั้ง และเขาหวังว่าสักวันหนึ่ง คุณจะสามารถให้อภัยเขาได้"
น้ำตาคลอหน่วยที่ดวงตาของภัทริน เธอพยายามกลั้นไว้ "บอกเขาด้วยว่า... ฉันได้ยินแล้ว"
"ครับ ผมจะบอกเขา" สารวัตรประวิทย์กล่าว "และผมก็ขอให้คุณดูแลตัวเองด้วยนะครับ"
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ภัทรินก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา เธอปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมา มันไม่ใช่เพียงน้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็นน้ำตาที่ผสมผสานไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ ความเห็นใจ และความหวัง
เกมที่เธอได้เข้ามามีส่วนร่วมได้จบลงแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสูญเสีย แต่สุดท้ายแล้ว ความจริงก็ได้ถูกเปิดเผยออกมา
ในอีกมุมหนึ่งของเมือง อัครเดชนั่งอยู่ในห้องขัง เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ ราวกับจะสะท้อนถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของเขา
เขาได้รับอนุญาตให้โทรศัพท์หาภัทรินได้ แต่เมื่อเสียงของเธอมาถึงปลายสาย เขากลับไม่รู้จะพูดอะไรออกไป
"ภัทริน..." เสียงของเขาแหบพร่า "ผม... ผมอยากจะขอโทษคุณอีกครั้ง"
"ฉันได้ยินแล้วค่ะคุณอัครเดช" เสียงของภัทรินตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา "ฉันได้ยินแล้ว"
"ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมาก และผมก็ไม่รู้ว่าคุณจะให้อภัยผมได้หรือไม่"
"ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ" ภัทรินตอบ "แต่ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่ง... เราจะสามารถก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้"
"ผม... ผมขอบคุณคุณมากนะ ภัทริน" อัครเดชกล่าว "ขอบคุณที่ทำให้ผมได้เห็นความจริง"
"คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำนะคะคุณอัครเดช"
"ผมรู้" อัครเดชตอบ "ผมจะทำ"
บทสนทนาของทั้งสองคนจบลงอย่างอึมครึม ทิ้งไว้เพียงความไม่แน่นอนของอนาคต
วันเวลาผ่านไป คดีของภาคินได้ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาล อัครเดชได้ให้การเป็นพยานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาคินได้รับโทษตามกฎหมาย
ส่วนอัครเดชเอง เขาก็ได้รับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี แต่ก็เป็นโทษที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเขาได้ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมในการคลี่คลายคดี
ภัทรินได้ก้าวต่อไปในชีวิต เธอได้กลับไปทำงานที่บริษัทของเธออีกครั้ง และได้เริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนกลับคืนมา
บางครั้ง เธอจะมองเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับอัครเดชตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกโกรธแค้นอีกต่อไป เธอได้ปล่อยวางทุกอย่างแล้ว
ในที่สุด เกมอันโหดร้ายที่ทั้งคู่ได้เข้ามามีส่วนร่วมก็ได้จบลงอย่างสมบูรณ์ แต่บทเรียนจากเกมครั้งนี้ จะยังคงอยู่กับพวกเขาตลอดไป เป็นเครื่องเตือนใจถึงราคาของความโลภ การหลอกลวง และความสำคัญของความซื่อสัตย์และความจริงใจ
แม้ว่า "รักลวงครั้งสุดท้าย" ของภัทรินจะจบลงด้วยความเจ็บปวด แต่มันก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะยอมให้ใครมาหลอกลวงอีก และในท้ายที่สุด เธอก็เป็นผู้ชนะที่แท้จริง เพราะเธอได้ค้นพบความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง และได้ยืนหยัดขึ้นมาอย่างสง่างามอีกครั้ง
3,563 ตัวอักษร