ตอนที่ 10 — มื้อค่ำแห่งความหวังและความทรงจำ
มินตราลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับคำชวนของธารินทร์ "ก็ได้ค่ะ" เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ "แต่ขอแค่ทานอาหารเย็นนะคะ ไม่ใช่การฉลองใหญ่โตอะไร"
"ได้เลย ตามใจเธอ" ธารินทร์รับคำอย่างอ่อนโยน "ร้านที่ฉันจองไว้ เป็นร้านเล็กๆ บรรยากาศดี ไม่หรูหราเกินไป ฉันคิดว่าเธอจะชอบ"
พวกเขาเลือกไปทานอาหารที่ร้านอาหารอิตาเลียนเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในซอยที่เงียบสงบ แสงไฟสลัวๆ และกลิ่นหอมของสมุนไพรสดลอยอวลอยู่ในอากาศ สร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัว
"ร้านนี้สวยดีนะคะ" มินตราเอ่ยพลางกวาดตามองไปรอบๆ
"ฉันรู้ว่าเธอชอบบรรยากาศแบบนี้" ธารินทร์ตอบ "ฉันยังจำได้ว่าตอนที่เราคบกัน เราชอบไปหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ นั่งเงียบๆ ด้วยกัน"
คำพูดนั้นทำให้มินตรารู้สึกใจสั่น เธอพยายามระงับความรู้สึกที่กำลังจะเอ่อล้นออกมา "ก็... เป็นความทรงจำที่ดีค่ะ"
บริกรนำเมนูมาให้ พวกเขาใช้เวลาสักครู่ในการเลือกอาหาร ท่ามกลางบทสนทนาที่ไหลลื่นราวกับว่าเวลาไม่เคยพรากพวกเขาออกจากกัน
"วันนี้... มีอะไรอยากทานเป็นพิเศษไหม" ธารินทร์ถาม "หรืออยากให้ฉันเป็นคนเลือกรสที่ฉันชอบ"
"ตามใจคุณธามเลยค่ะ" มินตราตอบ "ฉันไว้ใจรสนิยมของคุณธามเสมอ"
"เธอยังจำได้อีกเหรอ" ธารินทร์ยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย "ฉันคิดว่าเธอคงจะลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ไปหมดแล้ว"
"เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความหมาย ก็ไม่ใชเรื่องที่จะลืมได้ง่ายๆ หรอกค่ะ" มินตราตอบ พลางเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ พวกเขาก็เริ่มทานกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ละคำที่ตักเข้าปากดูเหมือนจะนำพาความทรงจำเก่าๆ กลับคืนมา
"จำได้ไหม" ธารินทร์เริ่มก่อน "ตอนที่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันครั้งแรก เธอสั่งสปาเก็ตตี้ขี้เมา แต่ดันทานเผ็ดไม่ไหว ต้องให้ฉันช่วยทานแทบทุกคำ"
มินตรายิ้ม "ก็ตอนนั้น... รสนิยมการทานเผ็ดของฉันยังไม่ดีเท่าตอนนี้"
"แล้วจำตอนที่เราไปดูคอนเสิร์ตของวงโปรดของเธอได้ไหม" ธารินทร์เล่าต่อ "เธอกรี๊ดเสียงดังลั่นเลย ฉันกลัวว่าหูฉันจะหนวกไปก่อนจบงานเสียอีก"
"ก็เพลงมันดีจริงๆ นี่คะ" มินตราหัวเราะ "คุณธามก็ดูจะชอบเหมือนกันนะ ฉันเห็นคุณธามร้องตามได้หลายเพลงเลย"
"ก็เพราะเธอชอบ ฉันก็เลยต้องชอบตาม" ธารินทร์พูดเรียบๆ แต่แฝงความหมายบางอย่างเอาไว้
บทสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ สลับกันเล่าเรื่องราวในอดีต ทั้งเรื่องที่หวานชื่น เรื่องที่เคยทำให้หัวเราะ และแม้แต่เรื่องที่เคยทำให้ขุ่นเคืองใจเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในตอนนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เติมเต็มความผูกพัน
"ฉันดีใจนะที่วันนี้เราได้กลับมาคุยกันแบบนี้" มินตราเอ่ยขึ้นขณะที่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ "ฉันรู้สึกว่า... เราเหมือนได้กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง"
"ฉันก็ดีใจ" ธารินทร์ตอบ "แต่ฉันก็หวังว่า... มันจะมากกว่าแค่คำว่าเพื่อนนะ"
มินตราเงียบไป เธอรู้ดีว่าธารินทร์กำลังหมายถึงอะไร ความรู้สึกที่เธอพยายามจะเก็บซ่อนไว้ กำลังถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉัน... ฉันไม่แน่ใจเลยค่ะคุณธาม" มินตราสารภาพ "มันยากเหลือเกินที่จะก้าวข้ามความรู้สึกในอดีตไป"
"ฉันเข้าใจ" ธารินทร์จับมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ "ฉันรู้ว่าฉันเคยทำผิดพลาดไป ฉันรู้ว่าฉันเคยทำให้เธอเสียใจ แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่า... ฉันไม่ได้เป็นคนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
"แล้ว... คุณธามเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะ" มินตราถาม พยายามมองหาความจริงใจในแววตาของเขา
"ฉันเรียนรู้ที่จะมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ฉันมี" ธารินทร์ตอบ "ฉันเรียนรู้ที่จะให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนที่ฉันรัก ฉันเคยคิดว่าธุรกิจคือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ตอนนี้... ฉันรู้แล้วว่ามีบางอย่างที่มีค่ามากกว่านั้น"
"แล้ว... สิ่งที่มีค่ากว่านั้น... คืออะไรคะ" มินตราถามเสียงเบา
"คือเธอ... มินตรา" ธารินทร์ตอบอย่างตรงไปตรงมา "คือความรักของเรา ที่เราเคยมีให้กัน"
คำพูดนั้นทำให้มินตราถึงกับสะอึก เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในหัว เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นในมือของเขา ความจริงใจในน้ำเสียงของเขา และภาพความทรงจำเก่าๆ ที่ฉายซ้ำในห้วงความคิด
"ฉัน... ฉันยังต้องการเวลาค่ะคุณธาม" มินตรากล่าวในที่สุด "ฉันต้องการเวลาที่จะทบทวนทุกอย่าง"
"ได้เลย" ธารินทร์พยักหน้า "ฉันจะรอ"
พวกเขาทานอาหารเย็นกันต่อ ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย มินตราพยายามรวบรวมสติ เพื่อไม่ให้ความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนภายในใจ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจที่สำคัญของเธอ
หลังจากมื้อค่ำ ธารินทร์ไปส่งมินตราที่คอนโด เมื่อถึงหน้าประตู มินตราหันไปมองเขา
"ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำนะคะคุณธาม" เธอกล่าว "ฉัน... ฉันรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ"
"ฉันดีใจที่อย่างน้อยก็ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น" ธารินทร์ตอบ "แล้ว... ถ้าเธอต้องการคุยอะไร หรือมีอะไรอยากจะปรึกษา ฉันพร้อมเสมอ"
"ค่ะ" มินตราพยักหน้า "ราตรีสวัสดิ์นะคะ"
"ราตรีสวัสดิ์ครับ มินตรา" ธารินทร์ตอบ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้มินตรามายืนนิ่งอยู่หน้าประตู
เมื่อเข้ามาในห้อง มินตราก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา เธอยังคงรู้สึกสับสนและอ่อนไหว ความรู้สึกที่มีต่อธารินทร์นั้นซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ เธอรู้ว่าหัวใจของเธอยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา แต่เธอก็กลัวเหลือเกินที่จะเริ่มต้นใหม่ และต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอีกครั้ง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแกลเลอรี่ภาพถ่ายเก่าๆ ที่มีรูปของเธอกับธารินทร์อยู่ ภาพที่พวกเขายิ้มแย้มด้วยกันในวันวาน ภาพที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวัง
"ฉันยังรักเขาอยู่จริงๆ หรือเปล่านะ" มินตราพึมพำกับตัวเอง น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ
4,297 ตัวอักษร