ตอนที่ 22 — คำโกหกที่บาดลึก
สายฝนยังคงโปรยปรายไม่หยุด ราวกับจะชะล้างความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของอรุณรัศมี แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพยายามเท่าไหร่ ความรู้สึกเหล่านี้ก็ยิ่งเกาะติดแนบแน่น ไม่ยอมจางหายไปไหน เสื้อคลุมของศิวกรที่ห่มคลุมกายเธออยู่ ให้ความอบอุ่นเพียงเล็กน้อย เป็นเพียงสัมผัสทางกายภาพที่ไม่อาจซึมซาบเข้าไปถึงหัวใจที่กำลังจะแตกสลาย ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ มันหนักอึ้งจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอเป็นเพียงเงาสะท้อนของใครบางคน เป็นเพียงตัวแทนที่ศิวกรใช้เพื่อหลอกลวงตัวเอง หลอกลวงเธอ และหลอกลวงแม้กระทั่งหัวใจของเขาเอง
“อรุณรัศมี…” เสียงแหบพร่าของศิวกรดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วห้อง เขาพยายามจะเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มของเธอ แต่อรุณรัศมีกลับผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
“อย่า… อย่าแตะต้องฉัน” เสียงของเธอสั่นเครือ เต็มไปด้วยความรังเกียจและความผิดหวัง
ศิวกรชะงักมือไปกลางอากาศ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็แฝงไว้ด้วยความดื้อดึงบางอย่าง “ฟังฉันก่อนนะอรุณรัศมี ฉัน…”
“ฟังคุณ? ฟังคุณเพื่ออะไรคะ? เพื่อฟังคำโกหกอีกครั้งหรือไง? คุณหลอกฉันมาตลอดเลยนะคะศิวกร คุณหลอกให้ฉันเชื่อว่าคุณรักฉัน หลอกให้ฉันเชื่อว่าฉันมีความหมายกับคุณ แต่ความจริงแล้ว… ฉันก็แค่ตัวแทนของใครบางคนใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงของเธอเริ่มสูงขึ้น ดวงตาแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะ มันซับซ้อนกว่านั้นมาก” ศิวกรพยายามอธิบาย แต่คำพูดของเขากลับยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก
“ซับซ้อน? ซับซ้อนตรงไหนคะ? คุณเอาความรักของฉันไป คุณเอาหัวใจของฉันไป แล้วคุณก็โยนมันทิ้งเพราะมันไม่ใช่ของคนที่คุณรักจริงๆ! คุณไม่เคยรักฉันเลยใช่ไหมคะศิวกร?” เธอตะโกนถาม เสียงของเธอแตกพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ศิวกรยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ตรงๆ คำว่า ‘รัก’ ที่หลุดออกจากปากเขา มันมีน้ำหนักและความหมายที่แตกต่างกันออกไปสำหรับเขา คำว่ารักสำหรับเขา มันคือการยึดติด การครอบครอง ความทรงจำ และการหลีกหนีจากความจริงอันโหดร้าย
“ฉัน… ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไรดี” เขาพึมพำ เสียงของเขาเบาหวิว
“คุณไม่รู้จะพูดอย่างไร? คุณไม่รู้จะพูดอย่างไร ทั้งๆ ที่คุณรู้ความจริงทั้งหมด? คุณรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร คุณรู้ว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน และคุณก็รู้ว่าคุณกำลังทำลายฉัน!” น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาไม่หยุด ราวกับเขื่อนที่พังทลาย
“อรุณรัศมี…” เขาเอ่ยชื่อเธออีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างแท้จริง “ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายเธอเลย”
“ไม่ตั้งใจ? แล้วที่คุณทำมันคืออะไรคะ? การที่คุณอยู่กับฉัน การที่คุณทำให้ฉันเชื่อใจ การที่คุณ… คุณ… คุณทำให้ฉันรักคุณ นี่มันไม่ใช่การทำร้ายอย่างนั้นเหรอคะ?” เธอเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ ด้วยหลังมือ ข่มความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก
“ฉัน… ฉันแค่ไม่สามารถปล่อยเธอไปได้” คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของศิวกร ทำให้หัวใจของอรุณรัศมีบีบรัดแรงยิ่งขึ้น “ฉันเห็นเธอเป็น… เธอเหมือนกับ… บางส่วนของเธอ ทำให้ฉันนึกถึง…”
“นึกถึงอรุณใช่ไหมคะ?” เธอพูดแทรกขึ้นมาทันที ราวกับจะตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเอง “คุณถึงได้เก็บฉันไว้ เพราะฉันเหมือนเขา? คุณไม่ได้มองฉันในฐานะอรุณรัศมีเลย คุณมองฉันเป็นแค่เงาสะท้อนของเขา! คุณกำลังหลอกตัวเองอยู่ ศิวกร! และที่เลวร้ายที่สุดคือ คุณกำลังหลอกฉัน!”
“ไม่ใช่!” ศิวกรตะคอกเสียงดัง เขาก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้ง แต่ก็ยังคงเว้นระยะห่างไว้ “ฉันไม่ได้หลอกเธอ ฉันแค่… ฉันแค่ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร ฉันสับสน ฉันเจ็บปวด ฉัน… ฉันสูญเสียเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันไม่อยากสูญเสียเธอไปอีก”
“สูญเสียฉันไป? คุณเคยมีฉันจริงๆ จังๆ เลยเหรอคะ? หรือว่าคุณแค่มีภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมา? คุณไม่เคยให้โอกาสฉันเลย ศิวกร คุณไม่เคยให้โอกาสอรุณรัศมีได้เป็นตัวของตัวเองในสายตาของคุณเลย” เธอพูดพลางส่ายหน้าช้าๆ ความผิดหวังที่ท่วมท้น ทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่
“ฉัน… ฉันไม่รู้จริงๆ” ศิวกรยอมรับ เขาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจของเขาออกมาอย่างไร อรุณรัศมีไม่ใช่แค่อรุณ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งของเธอทำให้เขานึกถึงคนรักเก่า ส่วนหนึ่งของเธอที่อ่อนโยน ส่วนหนึ่งของเธอที่บริสุทธิ์ แต่เมื่ออยู่กับอรุณรัศมี เขากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แตกต่างออกไป ความอบอุ่นที่ทำให้เขาอยากอยู่ใกล้ๆ อยากปกป้อง แต่ก็ยังมีความรู้สึกผิดบาปที่คอยกัดกินอยู่ภายใน
“คุณไม่รู้? แล้วคุณคิดว่าฉันรู้หรือไงคะ? ฉันรักคุณหมดหัวใจ แล้วคุณล่ะ? คุณให้อะไรกับฉันมาบ้าง? คุณให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ความเจ็บปวด และคำโกหก! คุณคิดว่าฉันจะทนอยู่กับแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหนคะ?” เธอถามกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“อรุณรัศมี ได้โปรด อย่าพูดแบบนี้” เขาพยายามจะคว้ามือเธอ แต่เธอก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“ทำไมคะ? คุณกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริงหรือไง? ความจริงที่ว่าคุณหลอกใช้ความรู้สึกของฉัน? ความจริงที่ว่าคุณไม่เคยรักฉันเลย? ความจริงที่ว่าฉันเป็นแค่สิ่งทดแทน?” เธอพูดรัวเร็ว ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความเจ็บปวด
“มันไม่ใช่สิ่งทดแทน! ฉันบอกแล้วว่ามันซับซ้อนกว่านั้น” ศิวกรยืนยันเสียงหนักแน่น “เธอไม่ใช่แค่เงาของอรุณ เธอก็คือเธอ อรุณรัศมี และฉัน… ฉันก็สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง”
“สับสน? หรือคุณแค่หลอกตัวเอง? คุณหลอกตัวเองว่าคุณยังรักอรุณอยู่ คุณหลอกตัวเองว่าคุณไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีเขา แต่คุณลืมไปหรือเปล่าคะว่า คุณกำลังทำร้ายผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่ ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้! ฉันก็มีหัวใจนะศิวกร ฉันก็เจ็บเป็น!” เธอร้องไห้ออกมาอีกครั้ง น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
ศิวกรยืนนิ่ง มองดูร่างของอรุณรัศมีที่กำลังสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด เขาอยากจะเข้าไปกอดเธอ อยากจะปลอบโยนเธอ แต่ก็รู้ดีว่าการกระทำใดๆ ของเขาในตอนนี้ มันอาจจะยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี ความผิดพลาดในอดีตมันตามหลอกหลอนเขาเสมอ และตอนนี้มันกำลังทำลายชีวิตของผู้หญิงที่เขากำลังเริ่มรู้สึกดีด้วย
“ฉัน… ฉันขอโทษ” เขาพึมพำอีกครั้ง เป็นคำขอโทษที่ไร้พลัง “ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร”
“คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นค่ะ” อรุณรัศมีพูดเสียงแผ่วเบา “ตอนนี้ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ความจริงมันชัดเจนมากเกินไป ฉันไม่ต้องการสิ่งทดแทน ฉันไม่ต้องการเงา ฉันต้องการคนที่รักฉันในแบบที่ฉันเป็นจริงๆ”
เธอปลดเสื้อคลุมของเขาออกจากไหล่ วางมันลงบนโซฟาอย่างเบามือ “ฉันว่า… ฉันควรจะกลับบ้านได้แล้วค่ะ”
ศิวกรยืนมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ยากจะบรรยาย เขาอยากจะรั้งเธอไว้ อยากจะอธิบายทุกอย่างให้เธอเข้าใจ แต่ก็รู้ดีว่าสายไปเสียแล้ว คำโกหกที่เขาปิดบังมาตลอด มันได้พังทลายทุกสิ่งทุกอย่างลงไปแล้ว
“อรุณรัศมี…” เขาพยายามจะเรียกชื่อเธออีกครั้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอพูดแทรกขึ้นมา “อย่างน้อย… ฉันก็ได้รับรู้ความจริงแล้ว”
อรุณรัศมีหันหลังให้กับเขา เดินตรงไปยังประตูห้อง เธอเปิดประตูออกไปเผชิญกับสายฝนที่ยังคงโปรยปรายอยู่ด้านนอก หายใจลึกๆ พยายามรวบรวมกำลังใจที่แตกสลายให้กลับคืนมา เธอต้องเข้มแข็ง ต้องเดินหน้าต่อไป ถึงแม้ว่าหัวใจของเธอจะถูกทิ้งไว้ที่นี่ก็ตาม
5,636 ตัวอักษร