ตอนที่ 28 — จุดเปลี่ยนแห่งการเผชิญหน้า
อรุณรัศมียืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เธอกวาดตามองเงาสะท้อนของตัวเอง สวมเดรสสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บอย่างดี ยิ่งขับเน้นผิวขาวผ่องและดวงตาที่ยังฉายแววเศร้าสร้อยอยู่ลึกๆ เธอกำมือแน่น พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มันคือการก้าวข้ามกำแพงแห่งความเจ็บปวดที่ก่อร่างสร้างตัวมานานหลายปี
"คุณอรุณคะ ได้เวลาแล้วค่ะ" เสียงของคุณนวล พนักงานดูแลบ้านคนสนิท ดังขึ้นจากด้านนอก เธอเปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่พยายามส่งให้ "คุณศิวกรมาถึงแล้วค่ะ อยู่ในห้องรับแขก"
อรุณรัศมีพยักหน้ารับเบาๆ เธอสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องแต่งตัว มุ่งหน้าไปยังห้องรับแขกที่อยู่ไม่ไกล ความรู้สึกสับสนปนเปตีรวนอยู่ในอก ทั้งความโกรธ ความเสียใจ และความหวังที่ริบหรี่ เธอไม่รู้ว่าการพบกันครั้งนี้จะนำพาไปสู่สิ่งใด มีเพียงความมุ่งมั่นว่าเธอจะไม่ยอมให้ความรู้สึกนี้ครอบงำเธออีกต่อไป
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องรับแขก ภาพของศิวกรที่ยืนหันหลังให้เธอ รออยู่กลางห้อง โทนสีของห้องนั้นยังคงเหมือนเดิม แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ศิวกรสวมชุดสูทสีดำสนิท ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้น ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ที่ชัดเจน แต่แววตาที่ทอดมองมานั้นราวกับมีพายุหมุนอยู่ข้างใน
"สวัสดีค่ะคุณศิวกร" อรุณรัศมีเอ่ยทัก เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่พยายามทำให้ฟังดูหนักแน่น "ขอบคุณที่ให้เกียรติมานะคะ"
ศิวกรหันกลับมาเผชิญหน้าเธอ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธออย่างจัง เขามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
"สวัสดีครับคุณอรุณ" เสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่คุณยอมให้โอกาสผม"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองเต็มไปด้วยความอึดอัด เงียบงัน มีเพียงเสียงนาฬิกาแขวนผนังที่ดังติ๊กต็อก เป็นเครื่องบ่งบอกเวลาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
"นั่งก่อนนะคะ" อรุณรัศมีผายมือไปยังโซฟาตัวยาว เธอเดินนำไปนั่งลง ก่อนที่ศิวกรจะเดินตามมานั่งลงบนอีกฝั่งของโซฟา โดยมีระยะห่างพอสมควร
"คุณคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงอยากพบคุณ" อรุณรัศมีเอ่ยขึ้นก่อน ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องคุยกันให้เคลียร์"
ศิวกรพยักหน้าอย่างช้าๆ "ผมก็คิดเช่นนั้นครับ"
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันพยายามทำความเข้าใจหลายๆ อย่าง" อรุณรัศมีมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าของเธอฉายแววครุ่นคิด "พยายามเข้าใจว่าทำไมเรื่องราวถึงได้เป็นแบบนี้ พยายามเข้าใจคุณ..."
เธอหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง "แต่ยิ่งพยายาม ฉันก็ยิ่งสับสน ยิ่งเจ็บปวด"
"ผมรู้ครับ" ศิวกรตอบรับ เสียงของเขายังคงเรียบเฉย แต่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็น "ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องรู้สึกแบบนั้น"
คำขอโทษนั้นฟังดูจริงใจ แต่สำหรับอรุณรัศมี มันยังไม่เพียงพอ มันเหมือนกับยาที่ทาลงบนแผลสดโดยไม่ล้างแผลให้สะอาด
"คำขอโทษของคุณ... มันสายเกินไปแล้วหรือเปล่าคะ" อรุณรัศมีถาม เสียงของเธอแฝงไปด้วยความตัดพ้อ "หลายปีที่ผ่านมา ฉันต้องแบกรับความผิดหวัง ความเสียใจไว้คนเดียว คุณรู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน"
ศิวกรหลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังพยายามกลั้นบางสิ่งบางอย่าง "ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมาก ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงขนาดนี้"
"แล้วคุณเคยคิดถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหมคะ" อรุณรัศมีถามต่อ น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "เวลาที่ฉันเห็นคุณกับผู้หญิงคนอื่น เวลาที่ฉันต้องได้ยินข่าวลือต่างๆ นานา คุณเคยคิดถึงหัวใจที่กำลังแตกสลายของฉันบ้างไหม"
ศิวกรเงียบไปครู่หนึ่ง เขาใช้มือข้างหนึ่งกุมขมับแน่น ราวกับกำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายใน "ผม... ผมยอมรับว่าผมเห็นแก่ตัว ผมหลงระเริงไปกับสิ่งต่างๆ รอบตัว จนมองข้ามความรู้สึกที่สำคัญที่สุดไป"
"แล้วตอนนี้ล่ะคะ" อรุณรัศมีถาม เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร"
ศิวกรเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธออย่างมั่นคง "ตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจ ผมรู้สึกผิด และผมรู้สึก... ว่าผมสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป"
คำพูดนั้นทำให้อรุณรัศมีนิ่งไป เธอไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดนั้นดี ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นลึกเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆ
"เสียใจ... แล้วไงต่อคะ" อรุณรัศมีถามต่อ "คุณจะให้ฉันทำอย่างไรกับความเสียใจของคุณ"
"ผม... ผมอยากขอโอกาสอีกครั้ง" ศิวกรเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก "ผมรู้ว่ามันอาจจะมากเกินไป แต่ผมอยากพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ผมอยากแก้ไขความผิดพลาดที่ผมเคยก่อไว้"
อรุณรัศมีหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น "โอกาสอีกครั้ง? คุณเคยให้โอกาสฉันแล้วครั้งหนึ่งในอดีต และคุณก็ใช้โอกาสนั้นทำร้ายฉัน"
"ผมเข้าใจว่าคุณคงจะโกรธและเสียใจ" ศิวกรพูดต่อ "แต่ผมอยากให้คุณลองมองดูสิ่งที่ผมได้ทำลงไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากจมอยู่กับความผิดพลาดของตัวเอง ผมไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆ"
"ความสุขของคุณ... มันอยู่ตรงไหนคะ" อรุณรัศมีถามเสียงเบา "คุณเคยมีความสุขจริงๆ ในช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันไหม"
ศิวกรเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง "ผม... ผมไม่แน่ใจในตอนนั้น ผมมัวแต่หลงไปกับอะไรหลายอย่าง จนไม่เคยได้หยุดคิดจริงๆ"
"แล้วตอนนี้ คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมคะ" อรุณรัศมีถาม น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย "ว่าคุณต้องการอะไร"
"ผมต้องการคุณครับ" ศิวกรตอบทันที คำตอบนั้นชัดเจนและหนักแน่น "ผมต้องการคุณ อรุณรัศมี ผมไม่เคยรักใครเท่าคุณมาก่อน และผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาแทนที่คุณได้"
อรุณรัศมีจ้องมองเขา เธอเห็นความจริงจังในแววตาของเขา แต่สมองของเธอก็ยังคงยึดติดอยู่กับความทรงจำอันเลวร้าย
"มันไม่ง่ายเลยนะคะ" เธอพูดเสียงแผ่ว "บาดแผลมันลึกเกินไป"
"ผมรู้ครับ" ศิวกรยอมรับ "ผมจะพยายามรักษาบาดแผลเหล่านั้น ผมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้คุณกลับมาเชื่อใจผมอีกครั้ง"
เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น ยื่นมือออกไปสัมผัสที่มือของเธออย่างแผ่วเบา อรุณรัศมีไม่สามารถดึงมือกลับได้ เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของเขา และความรู้สึกที่คุ้นเคยก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
"ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ขอร้องอะไร" ศิวกรพูดต่อ "แต่ผมขอแค่โอกาสเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง"
อรุณรัศมีมองมือของเขาที่วางทาบทับอยู่บนมือของเธอ เธอหลับตาลงช้าๆ พยายามรวบรวมสติและตัดสินใจ
"ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าจะให้โอกาสคุณได้หรือเปล่า" เธอพูดอย่างช้าๆ "แต่ฉันพร้อมที่จะรับฟัง"
คำพูดนั้นทำให้ศิวกรยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ
"ขอบคุณครับ" เขากระซิบ "แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม"
5,354 ตัวอักษร