หัวใจที่เขาไม่คืน

ตอนที่ 7 / 40

ตอนที่ 7 — เสียงเพลงพาใจร้าว

อรุณรัศมียังคงจดจ่ออยู่กับการจัดระเบียบของที่ระลึกในร้านเล็กๆ ของคุณป้าสมร แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาเป็นลำ ทำให้ฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศจับตัวเป็นประกายระยิบระยับ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าและดินชื้นลอยปะปนมากับสายลมที่พัดเอื่อยๆ อากาศเย็นสบายของเมืองเชียงใหม่ในยามนี้ช่างเป็นสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ เธอก้มหน้าก้มตาจัดวางตุ๊กตาชาวเขา พวงกุญแจไม้แกะสลัก และผ้าพันคอลายสวยงามลงบนชั้นอย่างตั้งใจ พยายามจะเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับงานตรงหน้า เพื่อลบเลือนภาพใบหน้าที่คุ้นเคยซึ่งเริ่มจะเลือนรางเต็มที ทันใดนั้น เสียงเพลงที่คุ้นหูเสียจนใจกระตุกพลันดังขึ้นมาจากเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตต์เก่าๆ ที่ตั้งอยู่มุมร้าน เป็นเพลงรักเพลงโปรดของเขา เพลงที่เคยเปิดฟังด้วยกันทุกคืนก่อนนอน เพลงที่ครั้งหนึ่งเคยมีความหมายลึกซึ้ง บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจราวกับมีใครเอามีดกรีดลงบนบาดแผลเก่าที่ยังไม่ทันจะแห้งสนิท อรุณรัศมีชะงักมือที่กำลังจัดของค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เสียงเพลงนั้นเหมือนมีมนตร์สะกดให้เธอหยุดนิ่ง ราวกับทุกสิ่งรอบตัวหยุดหมุนไปชั่วขณะ “เพลงนี้เพราะเนอะคุณหนู” เสียงคุณป้าสมรดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย รีบดึงสติกลับมา “ฟังแล้วรู้สึกสงบดี” อรุณรัศมีพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปยิ้มให้คุณป้า “ค่ะคุณป้า เพลงเพราะดีค่ะ” เธอตอบเสียงเบา พยายามซ่อนความสั่นเครือที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง “นี่ถ้าคุณลุงยังอยู่ คงชอบฟังเพลงแนวนี้เหมือนกัน” คุณป้าสมรพูดพลางถอนหายใจเบาๆ “แกชอบเปิดเพลงฟังตอนแกซ่อมของในสวนน่ะ” “คุณลุงสมศักดิ์ก็ชอบฟังเพลงเหรอคะ” อรุณรัศมีถาม พยายามเปลี่ยนเรื่องราว เพราะเธอไม่อยากให้คุณป้าเห็นความผิดปกติของเธอ “ใช่สิ ไม่ใช่แค่ชอบฟังหรอกนะ แกยังร้องเพลงเก่งด้วยล่ะ เสียดายที่ไม่ค่อยมีใครได้ฟังเท่าไหร่ นอกจากฉัน” คุณป้าสมรหัวเราะร่วน “แต่เพลงที่เปิดอยู่เนี่ย ฉันว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับบรรยากาศสวนผลไม้เท่าไหร่ มันดูเศร้าๆ เนอะ” “ก็อาจจะเศร้าสำหรับบางคนก็ได้ค่ะ” อรุณรัศมีพึมพำเบาๆ กับตัวเอง จนคุณป้าสมรไม่ได้ยิน เธอเลือกที่จะหยิบกล่องใส่เครื่องประดับทำมือออกมาจัดวางบนชั้นต่อไป พยายามสูดหายใจลึกๆ เข้าไปเพื่อสงบจิตใจ “ว่าแล้วก็เปลี่ยนเพลงดีกว่า” คุณป้าสมรเดินไปที่เครื่องเล่นเทป “มีเทปเพลงลูกทุ่งที่คุณลุงชอบเปิดอยู่ เอาอันนั้นดีกว่า ฟังแล้วมีกำลังใจทำงาน” เสียงเพลงรักที่คุ้นเคยถูกหยุดลงไป อรุณรัศมีรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ตีบตันอยู่ในอก เหมือนถูกพรากเอาอะไรบางอย่างไปอย่างกระทันหัน แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่จะนำพาความเจ็บปวดมาให้ก็ตาม “คุณหนูเป็นอะไรไป ดูหน้าซีดๆ นะ” คุณป้าสมรหันมามองด้วยความเป็นห่วง “ไม่สบายหรือเปล่า” “เปล่าค่ะคุณป้า แค่อาจจะยังไม่ค่อยชินกับอากาศที่นี่เท่าไหร่ค่ะ” เธอโกหกไปอย่างแนบเนียน “เดี๋ยวสักพักก็คงดีขึ้น” “ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ ป้าจะให้พัก” คุณป้าสมรพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องหักโหมหรอก งานบ้านงานสวนค่อยๆ ทำไปก็ได้” “ขอบคุณค่ะคุณป้า” เธอตอบรับ พลางยิ้มบางๆ ให้คุณป้า “ฉันไหวค่ะ” หลังจากนั้น อรุณรัศมีก็พยายามทำงานต่อไป แต่สมาธิของเธอก็ไม่กลับมาเหมือนเดิม ภาพใบหน้าของชายคนนั้น ภาพความทรงจำที่เคยสวยงาม กลับผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับเสียงเพลงที่วนเวียนอยู่ในหัว เธออยากจะกรีดร้องออกมา อยากจะทุบตีอะไรสักอย่างให้พังพินาศไปเสียให้หมด แต่เธอก็ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ปล่อยให้น้ำตาที่เอ่อคลอค่อยๆ ไหลรินลงมาอย่างเงียบเชียบ บ่ายวันนั้น ลุงสมศักดิ์กลับมาจากไร่ด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า “วันนี้ผลผลิตดีทีเดียว แดดเป็นใจ ฝนไม่ตก” เขาบอกกับอรุณรัศมีขณะที่เดินเข้ามาในโรงงานแปรรูปผลไม้เล็กๆ ที่อยู่ติดกับบ้าน “จริงเหรอคะลุง” อรุณรัศมีพยายามปรับน้ำเสียงให้ร่าเริง “ดีจังเลยค่ะ” “ใช่แล้ว” ลุงสมศักดิ์เดินไปหยิบน้ำเย็นที่เตรียมไว้ให้ “ลุงดีใจที่หนูมาช่วยงานนะ ทำให้ป้าแกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย” “หนูเองก็ดีใจค่ะที่ได้มาอยู่ที่นี่” อรุณรัศมีพูดพลางมองไปรอบๆ โรงงาน ที่มีเครื่องจักรขนาดเล็กวางเรียงรายอยู่ “หนูไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ” “อยากรู้อะไรก็ถามได้นะลุงไม่หวง” ลุงสมศักดิ์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “ที่นี่เราทำแยมผลไม้ ทำน้ำผลไม้กระป๋อง ส่งขายตามตลาดแถวนี้ แล้วก็มีส่งไปกรุงเทพฯ บ้างเล็กน้อย” “น่าสนใจมากเลยค่ะ” อรุณรัศมีรู้สึกทึ่งกับความสามารถของลุงสมศักดิ์ “ลุงเก่งจังเลยค่ะ” “ไม่หรอกน่า แค่ทำตามสิ่งที่เรารักน่ะ” ลุงสมศักดิ์หัวเราะ “ดีกว่าต้องมานั่งทำงานที่ตัวเองไม่ชอบเยอะ” คำพูดนั้นของลุงสมศักดิ์ทำให้หัวใจของอรุณรัศมีสะท้อนไหว เธอจมดิ่งลงไปในห้วงความคิดอีกครั้ง การทำงานที่ตัวเองรัก… เธอเคยรักการเป็นนักเขียนมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้วว่าความรักนั้นยังคงอยู่หรือไม่ หรือถูกความเจ็บปวดกลบฝังไปเสียหมดสิ้น “แล้วหนูเคยทำงานอะไรมาก่อนล่ะ” ลุงสมศักดิ์ถามต่อ “ป้าสมรบอกว่าหนูเป็นนักเขียน แต่ไม่ค่อยลงรายละเอียด” อรุณรัศมีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวของเธอ “ฉันเคยเขียนนิยายค่ะลุง เป็นนิยายรัก” เธอพูดเสียงแผ่วเบา “แต่… ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจว่ายังจะเขียนต่อไปได้ไหม” “ทำไมล่ะ” ลุงสมศักดิ์ถามด้วยความสงสัย “เพราะ… คนที่ฉันรักมากที่สุด เขาทำให้ฉันผิดหวังอย่างแรงค่ะ” อรุณรัศมีพูดพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง “เขาบอกว่ารักฉัน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกคนอื่น” ลุงสมศักดิ์เงียบไปครู่หนึ่ง เขามองอรุณรัศมีด้วยสายตาที่เข้าใจ “เรื่องความรักมันซับซ้อนนะหนู” เขาพูดในที่สุด “บางครั้งคนที่เรารัก ก็อาจจะไม่ได้รักเราตอบอย่างที่เราหวัง หรือบางที… เขาก็อาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาทำแบบนั้น” “แต่ความเจ็บปวดมันก็คือความเจ็บปวดอยู่ดีค่ะลุง” อรุณรัศมีพูดเสียงสั่นเครือ “มันเหมือนถูกหักหลัง” “ลุงเข้าใจ” ลุงสมศักดิ์ตอบ “แต่ชีวิตมันต้องเดินต่อไปนะหนู ถึงแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม” “หนูไม่รู้ว่าจะเดินต่อไปยังไงดีค่ะ” เธอสารภาพ “เหมือนทุกอย่างมันพังทลายไปหมดแล้ว” “ทุกคนเคยเจอเรื่องแบบนี้ทั้งนั้นแหละ” ลุงสมศักดิ์พูดปลอบ “สิ่งสำคัญคือเราจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้ยังไง” เขาเดินไปที่เครื่องผสมผลไม้ “มาสิ เดี๋ยวลุงจะสอนวิธีทำแยมสตรอว์เบอร์รี่ให้ดู” เขาเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “ลองทำดูนะ การได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง มันช่วยให้เราลืมเรื่องแย่ๆ ไปได้เยอะ” อรุณรัศมียิ้มบางๆ ให้ลุงสมศักดิ์ เธอรู้ว่าลุงสมศักดิ์พยายามจะช่วยเธอ แต่ในใจของเธอยังคงสับสนและเต็มไปด้วยรอยร้าว เสียงเพลงรักเพลงนั้นยังคงก้องอยู่ในหัว ราวกับจะตอกย้ำความเจ็บปวดที่เธอพยายามจะหลีกหนี

5,355 ตัวอักษร