ตอนที่ 4 — ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นในสวนดอกไม้
อรุณรัศมีรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง คำพูดของพิมยังคงก้องอยู่ในหู "คุณเป็นคนพิเศษสำหรับเขานะคะ ฉันสัมผัสได้" มันเป็นคำพูดที่ดูเหมือนจะมีความหมายดี แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง
"คุณพิมคะ" อรุณรัศมีพยายามรวบรวมสติ "คุณรู้จักคุณกวินท์มานานแล้ว คงจะรู้จักนิสัยเขาดี"
พิมพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่อรุณรัศมีอย่างพิจารณา "ใช่ค่ะ ฉันรู้จักเขาดีพอสมควร เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงออกเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วเขามีความรู้สึกที่ลึกซึ้งมาก"
"คุณหมายถึงยังไงคะ" อรุณรัศมีถามเสียงแผ่วเบา เธอไม่อยากจะเชื่อว่าคนเย็นชาอย่างกวินท์จะมีมุมที่อ่อนไหว
"คุณกวินท์ไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาได้ง่ายๆ หรอกนะคะ" พิมเอ่ยพลางเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย "ใครก็ตามที่เขาอนุญาตให้เข้ามาได้ แสดงว่าคนนั้นต้องมีความสำคัญกับเขาจริงๆ"
อรุณรัศมีก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง พยายามประมวลผลคำพูดของพิม "แต่...ในสายตาคนอื่น หนูเป็นแค่คนที่เขาดูแลอยู่"
"สายตาคนอื่นไม่สำคัญเท่ากับสายตาของคุณกวินท์หรอกค่ะ" พิมยิ้มมุมปาก "คุณกวินท์เป็นคนเด็ดขาด เขาไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล ถ้าเขาเก็บคุณไว้ แสดงว่าคุณมีความหมายต่อเขาจริงๆ"
"หนู...หนูไม่แน่ใจค่ะ" อรุณรัศมีตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ "บางครั้งหนูก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่ของตาย ที่เขาจะทิ้งไปเมื่อไหร่ก็ได้"
"อย่าคิดแบบนั้นเลยค่ะ" พิมวางมือลงบนไหล่ของอรุณรัศมีเบาๆ "ฉันเห็นแววตาของคุณกวินท์เวลาที่เขาอยู่กับคุณนะ มันไม่เหมือนเวลาที่เขาอยู่กับคนอื่นเลย"
อรุณรัศมีเงยหน้าขึ้นมองพิม ดวงตาของเธอฉายแววสงสัย "คุณเห็นอะไรในแววตาของเขาคะ"
"ความอ่อนโยน ความเป็นห่วง แล้วก็...ความรักค่ะ" พิมตอบอย่างตรงไปตรงมา "ถึงแม้เขาจะพยายามซ่อนมันไว้ก็ตาม"
คำว่า "ความรัก" ทำให้หัวใจของอรุณรัศมีอ่อนไหววูบหนึ่ง เธออยากจะเชื่อคำพูดของพิมเหลือเกิน อยากจะเชื่อว่ากวินท์รักเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่สงสาร หรือผูกพัน
"คุณพิมคะ" อรุณรัศมีตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด "คุณกวินท์เคย...เคยพูดถึงหนูให้คุณฟังบ้างไหมคะ"
พิมนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะตอบอย่างไร "เขาไม่ได้พูดถึงคุณโดยตรงหรอกค่ะ แต่บางครั้งเวลาที่เราคุยกันเรื่องครอบครัว หรือเรื่องความสัมพันธ์ เขาก็จะพูดถึงความสำคัญของการมีใครสักคนอยู่ข้างๆ"
"แล้วคุณคิดว่า..." อรุณรัศมีถามต่อ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "เขาคิดว่าหนูเป็นคนคนนั้นหรือเปล่าคะ"
พิมยิ้มบางๆ "ฉันคิดว่า ถ้าคุณกล้าที่จะแสดงความรู้สึกของคุณออกมาจริงๆ คุณกวินท์ก็จะรับรู้ค่ะ เขาอาจจะไม่ได้แสดงออกตรงไปตรงมา แต่เขาก็เป็นคนฉลาดที่จะเข้าใจ"
"แต่...ถ้าหนูแสดงออกไปแล้ว เขาไม่ต้องการหนูล่ะคะ" อรุณรัศมีถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกลัว
"คุณไม่ลองก็ไม่มีวันรู้หรอกค่ะ" พิมกล่าว "บางทีสิ่งที่เขาซ่อนไว้ อาจจะเป็นความรู้สึกเดียวกับที่คุณมีก็ได้"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดิน สองสาวหันไปมองพร้อมกัน เห็นกวินท์กำลังเดินตรงมาทางพวกเธอ ใบหน้าคมเข้มของเขาฉายแววสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นพวกเธอคุยกันอยู่
"คุยอะไรกันอยู่" เสียงทุ้มนุ่มของเขาเอ่ยขึ้น
พิมรีบดึงมือออกจากไหล่ของอรุณรัศมี "ไม่มีอะไรค่ะ แค่คุยกันเรื่องสวนสวยๆ ตรงนี้"
กวินท์เดินเข้ามาใกล้ เขาเหลือบมองอรุณรัศมีแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับพิม "ผมไม่คิดว่าคุณจะแวะมาวันนี้"
"พอดีมีธุระแถวนี้ค่ะ เลยแวะเข้ามาทักทาย" พิมตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
"แล้วธุระเสร็จแล้วใช่ไหม" กวินท์ถามต่อ ใบหน้าของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ ไม่มีแววของความสงสัยอีกแล้ว
"เสร็จแล้วค่ะ" พิมพยักหน้า "ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ คุณอรุณรัศมี ไว้เจอกันใหม่ค่ะ"
"ค่ะ คุณพิม" อรุณรัศมีตอบรับ พลางเหลือบมองกวินท์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ
หลังจากพิมเดินจากไป บรรยากาศระหว่างอรุณรัศมีกับกวินท์ก็กลับมาอึดอัดอีกครั้ง กลิ่นหอมของดอกมะลิที่เคยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม
"เธอมาทำอะไรที่นี่" กวินท์ถามเสียงเรียบ
"หนูก็เดินเล่นค่ะ" อรุณรัศมีตอบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในใจ "คุณพิมเขา...เขาแวะมาหาคุณเหรอคะ"
"เขาแวะมาคุยธุระนิดหน่อย" กวินท์ตอบ "แล้วทำไมเธอถึงได้คุยกับเขาเสียนาน"
น้ำเสียงของกวินท์ฟังดูไม่พอใจเล็กน้อย ทำให้อรุณรัศมีรู้สึกแปลกใจ "ก็...คุณพิมเขาดูเป็นมิตรดีค่ะ เขาเข้ามาทักหนูก่อน"
"เธอบอกอะไรเขาไปบ้าง" กวินท์ถามต่อ ดวงตาคมกริบของเขามองสำรวจใบหน้าของเธอ
"ก็...ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่คุยกันเรื่องสวน เรื่องคุณ" อรุณรัศมีตอบอย่างตะกุกตะกัก
"เรื่องผม" กวินท์ทวนคำ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น "เธอคุยเรื่องอะไรกับเขา"
"ก็...แค่บอกว่าคุณเป็นคนดีค่ะ" อรุณรัศมีรีบตอบ "คุณพิมเขาบอกว่าคุณกวินท์เป็นคนใจดี แล้วก็...คุณกวินท์ดูแลหนูดีมาก"
กวินท์มองเธออย่างพิจารณา "แล้วเธอก็เชื่อแบบนั้นเหรอ"
"ค่ะ" อรุณรัศมีตอบเสียงเบา "หนูเชื่อค่ะ"
"ดี" กวินท์พยักหน้า "จำไว้ว่ามีแค่ฉันที่ดูแลเธอได้ดีที่สุด"
คำพูดของเขาทำให้อรุณรัศมีรู้สึกทั้งอบอุ่นและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เธอรู้ว่าเขาหวงแหนเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อยากให้ความสัมพันธ์ของเธอและเขามีสถานะที่ชัดเจนกว่านี้
"คุณกวินท์คะ" อรุณรัศมีเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ถ้า...ถ้าหนูอยากจะบอกใครๆ ว่าหนูรักคุณ คุณจะว่ายังไงคะ"
กวินท์ชะงักไป เขาหันมามองหน้าเธอ ดวงตาของเขาฉายแววที่อรุณรัศมีอ่านไม่ออก "เธอแน่ใจเหรอว่าเธอรักฉัน"
"หนู...หนูไม่แน่ใจค่ะ" อรุณรัศมีตอบตามตรง "แต่หนูรู้สึกดีกับคุณนะคะ หนูอยากจะอยู่กับคุณ"
"แล้วถ้าเธออยากอยู่กับฉันจริงๆ ทำไมเธอถึงไปถามความเห็นของคนอื่น" กวินท์ถามเสียงเย็น "ทำไมเธอถึงไม่เชื่อมั่นในตัวฉัน"
"หนู...หนูแค่สับสนค่ะ" อรุณรัศมีน้ำตาคลอ "หนูไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงให้เรามีความสุขจริงๆ"
"ความสุขของเธออยู่ที่ไหน" กวินท์เดินเข้ามาใกล้ขึ้น ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว "อยู่ที่การเปิดเผยเรื่องของเราให้คนอื่นรู้ หรืออยู่ที่การอยู่กับฉันตรงนี้"
อรุณรัศมีสบตาเขา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังที่น่าเกรงขาม "หนู...หนูอยากให้คนอื่นรู้ว่าหนูเป็นของคุณค่ะ"
กวินท์ถอนหายใจยาว "อรุณรัศมี เธอไม่เข้าใจอะไรเลย"
"หนูไม่เข้าใจอะไรคะ" อรุณรัศมีถามเสียงสั่นเครือ
"เธอคิดว่าโลกใบนี้มันสวยงามเหมือนสวนดอกไม้ที่เธอเดินเล่นอยู่นี่เหรอ" กวินท์เสียงดังขึ้นเล็กน้อย "โลกของฉันมันไม่ใช่แบบนั้น"
"แต่หนูอยากให้มันเป็นแบบนั้นค่ะ" อรุณรัศมีตอบเสียงดังไม่แพ้กัน "หนูอยากมีชีวิตที่เป็นเหมือนคนทั่วไป อยากมีครอบครัวที่เปิดเผย"
"ครอบครัวแบบไหน" กวินท์ถาม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่อรุณรัศมีไม่เคยเห็นมาก่อน "ครอบครัวที่คนทั้งสังคมจะมาซุบซิบนินทาเธอว่าเป็นเด็กที่ฉันเก็บมาเลี้ยงอย่างนั้นเหรอ"
"ไม่ค่ะ" อรุณรัศมีส่ายหน้า "หนูอยากให้เขาเห็นว่าเรามีความสุข"
"ความสุขของเธอ มันเป็นแค่ภาพลวงตา" กวินท์พูดพลางก้าวถอยหลังไป "เธอไม่เคยเข้าใจความเป็นจริงของโลก"
"แล้วความจริงของคุณคืออะไรคะ" อรุณรัศมีถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "คือการเก็บหนูไว้ในเงามืดแบบนี้ตลอดไปเหรอคะ"
กวินท์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยืนมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนปนเป เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีกต่อไป อรุณรัศมีรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังถูกบีบคั้นจนแทบจะแตกสลาย ความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ บัดนี้กำลังจะถูกทำลายลงด้วยคำพูดและการกระทำของกวินท์เอง
5,914 ตัวอักษร