ตอนที่ 13 — การกลับมาของความหวังที่สั่นคลอน
แพรวาเดินออกจากโรงพยาบาลอีกครั้ง คราวนี้หัวใจของเธอไม่ได้หนักอึ้งเหมือนวันก่อนๆ มีเพียงความรู้สึกที่ยังคงสั่นคลอน ลังเล และเต็มไปด้วยคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ การได้พบภาคินอีกครั้ง ได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด และการได้ฟังคำสัญญาจากเขา ทำให้เกิดประกายความหวังเล็กๆ ขึ้นในใจ แต่กระนั้น เธอก็ยังคงไม่สามารถลบล้างความกลัวที่ฝังรากลึก และความไม่ไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นจากอดีตได้
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แพรวาพยายามปลีกตัวอยู่กับตัวเอง ปลีกตัวจากโลกภายนอก เพื่อที่จะได้สำรวจความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจ เธอหยิบรูปถ่ายใบเก่าขึ้นมาดู ภาพของเธอกับภาคินในวัยเด็ก รอยยิ้มใสซื่อ ภาพความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสุข ความไร้เดียงสา ในตอนนั้น โลกของพวกเขายังบริสุทธิ์ ความผูกพันนั้นไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อแม้ใดๆ มาเจือปน
"ถ้าหากเรายังเป็นเด็กในตอนนั้น... เราจะยังรักกันอยู่ไหม" แพรวาสงสัยกับตัวเอง เสียงในใจของเธอแผ่วเบา เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ มันซับซ้อนกว่านั้นมาก มันเต็มไปด้วยอุปสรรค ความคาดหวังที่มากเกินไป ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้เสมอ และบาดแผลที่อาจจะไม่มีวันหายสนิท
ในขณะเดียวกัน ภาคินก็ยังคงติดต่อเธออย่างสม่ำเสมอ เขาโทรศัพท์มาทุกวัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างอ่อนโยน และกล่าวขอโทษขอโพยสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ
"แพรวา... ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมากจริงๆ" เสียงของภาคินดังขึ้นในการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งหนึ่ง "แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมรักคุณจริงๆนะ"
"ฉันรู้ค่ะ" แพรวาตอบเสียงแผ่วเบา "แต่ฉันก็ยังคงกลัวอยู่"
"ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว" ภาคินยืนยันอย่างหนักแน่น "ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณเชื่อใจผมอีกครั้ง"
แพรวาพยายามจะเชื่อในคำพูดของเขา เธออยากจะเชื่อเหลือเกิน แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงอดีต ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ราวกับภาพยนตร์ที่ไม่มีวันจบ
"แล้ว... คุณจะทำยังไงต่อไปคะ" แพรวาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณจะอยู่ที่นี่ หรือจะกลับไป"
"ผมจะอยู่ที่นี่ครับ" ภาคินตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "จนกว่าคุณจะบอกให้ผมไป"
คำตอบนั้นทำให้แพรวารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาด เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยที่สุด ภาคินก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเธอ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่างไปด้วยกัน
หลายวันต่อมา แพรวาตัดสินใจอีกครั้งที่จะไปเยี่ยมภาคินที่โรงพยาบาล คราวนี้เธอไม่ได้รู้สึกประหม่าเหมือนครั้งก่อนๆ เธอเดินเข้าไปในห้องพักฟื้นด้วยความรู้สึกที่ค่อยๆ สงบลงกว่าเดิม เธอถือช่อดอกทานตะวันสีเหลืองสดใสมาด้วย ดอกไม้ที่เธอเลือกเพราะมันสื่อถึงความสดใส ความหวัง และพลังบวก
"ดอกทานตะวันเหรอครับ" ภาคินเอ่ยถามเมื่อเห็นดอกไม้ในมือของแพรวา ดวงตาของเขาฉายแววดีใจ "ผมชอบมากเลยครับ"
"ฉันคิดว่าคุณน่าจะชอบค่ะ" แพรวาตอบ พลางส่งยิ้มบางๆ ให้เขา "มันดูสดใสดี"
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างเปิดอก แพรวาเล่าถึงความรู้สึกที่เธอเผชิญอยู่ ความกลัวที่ยังคงเกาะกินหัวใจ ความสับสนที่ยังคงวนเวียน และความหวังเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น ภาคินรับฟังอย่างตั้งใจ สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความเข้าใจอย่างแท้จริง และตอบสนองต่อความรู้สึกของเธอด้วยความอ่อนโยน
"ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับคุณแพรวา" ภาคินกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ "แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้คุณกลับมารักผมอีกครั้ง"
"ฉัน... ฉันก็ยังไม่แน่ใจนะคะ" แพรวาพูดอย่างตรงไปตรงมา "แต่ฉันก็พร้อมที่จะให้โอกาสคุณ"
ภาคินยิ้มอย่างอบอุ่น รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของแพรวาอบอุ่นขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ "ขอบคุณครับแพรวา" เขาตอบ "ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง"
หลังจากนั้น แพรวาก็เริ่มที่จะค่อยๆ เปิดใจให้กับภาคินอีกครั้ง เธอเริ่มที่จะยอมให้เขาเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง แต่ก็ยังคงระมัดระวังอยู่เสมอ การรักษาบาดแผลในอดีตนั้นต้องใช้เวลา และการสร้างความไว้วางใจขึ้นมาใหม่นั้นก็เช่นกัน
วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ ภาคินดูแลแพรวาอย่างดี เขาแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยอย่างสม่ำเสมอ เขาพยายามที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต และเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เขาพาเธอไปทานข้าว ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ พาไปดูภาพยนตร์ที่เธอชอบ เขาพยายามที่จะสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน
"คุณจำได้ไหมแพรวา" ภาคินเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ริมทะเลสาบ มองดูพระอาทิตย์ตกดิน "วันที่เรามาที่นี่ครั้งแรก ตอนนั้นเรายังเด็กมากเลย"
แพรวาพยักหน้า "จำได้ค่ะ" เธอตอบ "วันนั้นคุณทำร่มของฉันหล่นน้ำ แล้วก็พยายามจะเก็บให้ฉัน"
ภาคินหัวเราะเบาๆ "ใช่แล้วครับ ผมซุ่มซ่ามเสมอเลย" เขาพูดพลางหันมามองหน้าแพรวา "แต่ผมก็ยังคงรักคุณไม่เคยเปลี่ยน"
คำพูดนั้นทำให้แพรวายิ้มออกมาได้จริงจัง เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แต่แล้วความรู้สึกกังวลก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
"แต่... ถ้าหากเรื่องราวในอดีตมันกลับมาอีกครั้งล่ะคะ" แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "ถ้าหากมีใครบางคนพยายามจะทำร้ายเราอีก"
ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของแพรวา "ผมจะปกป้องคุณเอง" เขาพูดอย่างหนักแน่น "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก"
แพรวาเชื่อในคำพูดของเขา เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจในน้ำเสียงของเขา แต่เธอก็ยังคงรู้สึกถึงเงาของอดีตที่คอยตามหลอกหลอนอยู่เสมอ
วันหนึ่ง ในขณะที่แพรวากำลังจัดของในห้องทำงาน เธอก็พบกับกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสาร เธอเปิดมันออกอย่างสงสัย ข้างในมีรูปถ่ายเก่าๆ ภาพวาดที่ดูเหมือนจะเป็นฝีมือเด็กๆ และจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ
เธอหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน มันเป็นจดหมายที่เขียนโดยแม่ของเธอเอง จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิต
"ถึงแพรวา ลูกรัก" แพรวาอ่านข้อความในจดหมาย "แม่รู้ว่าลูกกำลังเผชิญกับความยากลำบาก แม่ขอโทษที่แม่ไม่สามารถอยู่เคียงข้างลูกได้ในวันที่ลูกต้องการแม่มากที่สุด แต่แม่ก็อยากให้ลูกรู้ว่า แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะ ลูกเข้มแข็ง ลูกกล้าหาญ และลูกก็มีความรักที่ยิ่งใหญ่"
น้ำตาของแพรวาเริ่มเอ่อคลอ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ของเธอเคยเขียนจดหมายฉบับนี้ไว้ให้ เธออ่านต่อไป
"แม่รู้ว่าลูกกำลังคิดถึงภาคิน แม่รู้ว่าความรักของลูกกับเขามันซับซ้อน และแม่ก็เห็นถึงความเจ็บปวดที่ลูกได้รับ แต่แม่ก็เห็นถึงความรักที่ลูกมีให้เขาเช่นกัน ลูกต้องตัดสินใจด้วยหัวใจของลูกเองนะลูก แม่จะอยู่ตรงนี้เสมอ คอยเป็นกำลังใจให้ลูก"
เมื่ออ่านจดหมายจบ แพรวาก็ปล่อยน้ำตาที่เอ่อคลอให้ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้สึกเหมือนได้รับกำลังใจจากแม่ที่จากไป แม่ของเธอเข้าใจเธอ แม่ของเธอเชื่อมั่นในตัวเธอ
"ขอบคุณค่ะแม่" เธอพึมพำกับตัวเอง "แพรวาจะเข้มแข็งให้ได้ค่ะ"
แต่แล้ว ขณะที่เธอกำลังจะเก็บจดหมายกลับเข้าที่ เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กระดาษนั้น มันเป็นภาพถ่ายใบเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกตัดออกมาจากรูปถ่ายครอบครัว
ภาพนั้นเป็นภาพของภาคินในวัยเด็ก กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างๆ กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นแม่ของภาคิน แต่ที่ทำให้แพรวาสะดุ้งคือ ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าคล้ายกับ... กับแม่ของเธออย่างน่าประหลาด
หัวใจของแพรวาเต้นแรง เธอหยิบภาพนั้นขึ้นมาดูอย่างพิจารณาอีกครั้ง ความคล้ายคลึงนั้นมันมากเกินกว่าจะเป็นแค่ความบังเอิญ
"นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่" เธอถามตัวเองด้วยความสับสน
5,805 ตัวอักษร