หนี้รักคุณประธานพันล้าน

ตอนที่ 4 / 45

ตอนที่ 4 — กรงทองที่ถูกกางออก

อรพิมก้าวเข้าไปในห้องทำงานของทนายความด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ทุกอย่างดูหรูหรา โอ่อ่า สมกับเป็นสำนักงานกฎหมายชั้นนำของประเทศ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้มะค่าขัดเงา ประดับด้วยแจกันดอกไม้สดที่จัดอย่างงดงาม บนผนังมีรูปภาพวิวทิวทัศน์อันทรงคุณค่า และชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยตำรากฎหมายเล่มหนา ทนายความหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ลุกขึ้นยืนต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มสุภาพ "เชิญนั่งครับ คุณอรพิม" ทนายหนุ่มผายมือไปยังเก้าอี้บุหนังอย่างนุ่มนวล "ผมทนายสมชาย เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ครับ" อรพิมทรุดตัวลงนั่งอย่างเกร็งๆ มือของเธอประสานกันแน่นบนตัก "สวัสดีค่ะคุณทนาย" "คุณวรัญญูได้แจ้งรายละเอียดกับผมไว้หมดแล้วครับ" ทนายสมชายกล่าวพลางหยิบเอกสารปึกหนาขึ้นมาวางบนโต๊ะ "นี่คือสัญญาการสมรส และเอกสารการโอนหนี้สินบางส่วนของคุณอรพิมให้กับบริษัทของผม ซึ่งจะดำเนินการทันทีหลังจากที่คุณอรพิมเซ็นเอกสารทั้งหมดนี้" อรพิมมองเอกสารเหล่านั้นด้วยสายตาพร่ามัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่ต้องแลกอิสรภาพและหัวใจให้กับข้อตกลงที่เหมือนการขายวิญญาณ เธอเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพตึกสูงเสียดฟ้าที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่าย ทำให้ภาพของวรัญญูยิ่งชัดเจนขึ้นในห้วงความคิด "คุณวรัญญูต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุดครับ" ทนายสมชายพูดต่อ "และเพื่อให้การสมรสนี้ดูสมจริงที่สุด เขาได้เตรียมเรื่องการจัดงานแต่งงานขนาดเล็กที่เชิญเฉพาะญาติสนิทของทั้งสองฝ่ายไว้แล้ว คุณอรพิมพอจะรับได้ใช่ไหมครับ" "งานแต่งงาน..." อรพิมพึมพำ คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงก้องสะท้อนในถ้ำอันว่างเปล่า "แล้ว...แล้วหลังจากนี้ ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ" "เบื้องต้น คุณอรพิมจะต้องย้ายเข้าอยู่ในคฤหาสน์ของคุณวรัญญูครับ" ทนายสมชายอธิบาย "เพื่อแสดงให้เห็นถึงการใช้ชีวิตคู่ และเพื่อความสะดวกในการดูแลเรื่องต่างๆ" "ย้ายเข้าไปอยู่..." อรพิมรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำๆ การแต่งงานลมๆ แล้งๆ ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไข มันบีบคั้นหัวใจเธอจนแทบจะแตกสลาย "แล้ว...แล้วฉันจะกลับไปทำงานที่บริษัทได้ไหมคะ" ทนายสมชายยิ้มบางๆ "คุณวรัญญูได้แจ้งไว้แล้วครับว่า เขาไม่อนุญาตให้คุณอรพิมทำงานในตำแหน่งเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความเหมาะสม แต่คุณสามารถเลือกทำงานอื่นภายในเครือบริษัทของเขาได้ หากคุณต้องการ" "ไม่ทำงานที่เดิม..." อรพิมหลับตาลง เธอรู้สึกเหมือนถูกพรากทุกสิ่งไปทีละอย่าง โลกทั้งใบของเธอหมุนคว้าง ราวกับกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาก่อนจะถูกผลักตกลงไป "ผมเข้าใจดีว่าเรื่องนี้อาจจะหนักหนาสำหรับคุณอรพิม" ทนายสมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "แต่ขอให้คุณมั่นใจว่า คุณวรัญญูได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้อย่างดีที่สุดแล้ว ทั้งเรื่องการเงิน ความเป็นอยู่ และการดูแลครอบครัวของคุณ" อรพิมสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ เธอรู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หากเธอปฏิเสธ ครอบครัวของเธอจะต้องเดือดร้อน เธอเงยหน้ามองทนายสมชาย ดวงตาของเธอฉายแววของความเด็ดเดี่ยวที่ถูกบีบคั้น "ฉัน...ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" เธอตอบเสียงหนักแน่น "ฉันจะเซ็นเอกสารทั้งหมด" ทนายสมชายพยักหน้าอย่างพอใจ "ดีมากครับ" เขาหยิบปากกาขึ้นมาส่งให้ "ขอให้คุณอรพิมอ่านเอกสารทุกฉบับอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะเซ็นนะครับ" อรพิมหยิบปากกาขึ้นมา พลิกดูเอกสารทีละหน้า ตัวหนังสือมากมายที่ดูซับซ้อนและน่าหวาดกลัว แต่ในใจของเธอตอนนี้มีเพียงภาพใบหน้าของวรัญญู ภาพของเขาในวัยหนุ่มที่เคยอบอุ่น และภาพของเขาในวันนี้ที่เย็นชาและเต็มไปด้วยปริศนา เธอจำได้ถึงคำพูดของเขา "หนี้รัก...หนี้แค้น" คำพูดเหล่านั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว "คุณวรัญญูจะมารับคุณอรพิมไปที่คฤหาสน์ในเย็นวันนี้ครับ" ทนายสมชายแจ้ง "และผมจะส่งมอบกุญแจ รวมถึงรายละเอียดการดูแลบ้านให้คุณในตอนนั้น" อรพิมพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า เธอเซ็นชื่อลงบนเอกสารแต่ละฉบับอย่างมั่นคง แม้ว่ามือของเธอจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม ราวกับว่าเธอได้เซ็นสัญญาให้กับปีศาจร้าย เพื่อแลกกับความปลอดภัยของคนที่เธอรัก เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น อรพิมลุกขึ้นยืน "ขอบคุณค่ะคุณทนาย" "ไม่เป็นไรครับ" ทนายสมชายกล่าว "หวังว่าชีวิตใหม่ของคุณอรพิมจะเป็นไปด้วยดีนะครับ" อรพิมเดินออกจากสำนักงานทนายความด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมมาก เธอไม่รู้เลยว่าอนาคตที่รออยู่จะเป็นเช่นไร การแต่งงานที่ถูกบังคับนี้ จะนำพาเธอไปสู่ความสุข หรือความทุกข์ที่ยิ่งกว่าเดิม แสงแดดยามเย็นสาดส่องลงมากระทบใบหน้าของเธอ แต่กลับไม่สามารถปลอบประโลมความหนาวเย็นที่เกาะกุมหัวใจได้เลย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์น้ำหวาน "น้ำ...ฉัน...ฉันตอบตกลงแล้วนะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ฉันกำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเขา" "อรพิม! เธอแน่ใจเหรอ!" เสียงน้ำหวานดังขึ้นอย่างตกใจ "เธอไม่ต้องฝืนตัวเองนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ บอกฉันนะ" "ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว น้ำ" อรพิมตอบ "ฉันต้องทำเพื่อครอบครัว" "ฉันเข้าใจ" น้ำหวานถอนหายใจ "แต่จำไว้นะ อรพิม ฉันอยู่ตรงนี้เสมอ ถ้ามีอะไร โทรหาฉันได้ตลอดเวลา" "ขอบคุณนะ น้ำ" อรพิมกล่าว "ฉันต้องไปแล้ว เขาจะมารับแล้ว" เธอวางสายโทรศัพท์ลง มองไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่ริมถนน เมื่อรถคันหรูก้าวลงมา ประตูเปิดออก ร่างสูงสง่าของวรัญญูยืนรออยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้อารมณ์ใดๆ ปรากฏให้เห็น "ขึ้นรถ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม อรพิมก้าวเข้าไปในรถอย่างเชื่องช้า เบาะหนังแท้นุ่มสบาย กลิ่นหอมจางๆ ที่คุ้นเคย ทำให้เธอขนลุกซู่ ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอได้ก้าวเข้ามาในกรงทองที่วรัญญูเป็นคนกางออกให้แล้ว

4,463 ตัวอักษร