ตอนที่ 1 — แสงดาวในเงาใจ
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดโชยมาแผ่วเบา ปะทะใบหน้าเนียนละเอียดของแพรวา ราวกับจะปลอบประโลมหัวใจที่กำลังสั่นคลอน เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ของห้องเพนต์เฮาส์หรูหรา บนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวง แสงไฟระยิบระยับจากเบื้องล่างทอประกายราวกับหมู่ดาวที่ถูกนำมาประดับประดาไว้บนผืนฟ้าจำลอง แต่สำหรับเธอ ภาพเหล่านั้นกลับไม่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจได้เลยสักนิดเดียว
"คิดอะไรอยู่ครับ"
เสียงทุ้มเย็นดุจน้ำแข็งดังขึ้นจากด้านหลัง แพรรีบหันกลับไปตามเสียง หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินจะอธิบาย ภาพของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าคมคายที่มักจะปรากฏรอยยิ้มจางๆ อยู่เสมอ ยืนเท้าสะเอว มองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก กนกวิทย์ หรือ 'คุณกานต์' ของเธอ ชายผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ชายผู้ที่เธอรักและเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน
"เปล่าค่ะ แค่มองวิว" เธอตอบเสียงเบา พยายามซ่อนความกังวลที่เกาะกุมอยู่ภายใน
กนกวิทย์เดินเข้ามาใกล้ วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของเธอ ดึงร่างเล็กเข้าไปแนบชิดกับแผงอกที่แข็งแรง เขาโน้มใบหน้าลงมา จมูกโด่งสันกดเบาๆ กับเส้นผมที่ปล่อยยาวสยาย "วิวสวย แต่คนที่มองวิวสวยกว่า ยังไงก็ต้องเป็นคุณ"
คำหวานที่เอ่ยออกมาจากปากของเขา มักจะมาพร้อมกับความเย็นชาบางอย่างที่แฝงอยู่เสมอ แพรวารู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นมีมูลค่าเพียงใดสำหรับเขา การที่เขาจะเอ่ยปากชมเธอสักครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่าย "คุณกานต์ก็... พูดไปเรื่อย" เธอหัวเราะเบาๆ แต่ในแววตาฉายแววเศร้า
"ผมพูดเรื่องจริงเสมอ" เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น "คุณมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย ยามที่เขาถามไถ่ถึงความรู้สึกของเธอ แววตาที่เคยเฉยเมยจะอ่อนลง กลายเป็นความห่วงใยที่แพรวาไม่เคยเห็นจากใครที่ไหน
"ไม่มีค่ะ" เธอโกหก ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความกังวล เธอเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่เมื่อช่วงบ่าย คุณแม่บอกว่าที่บ้านกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก และต้องการเงินก้อนใหญ่ไปใช้หนี้ที่พอกพูนมานาน เธอเองก็พยายามช่วยเหลือเต็มที่แล้ว แต่จำนวนเงินที่ต้องใช้มันมหาศาลเกินกว่าที่เธอจะหามาได้ในเวลาอันสั้น
"แน่ใจนะ" กนกวิทย์คลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย เอื้อมมือมาปัดผมที่ปรกหน้าผากของเธอออกเบาๆ "เห็นนั่งเหม่อลอยมาตั้งแต่หัวค่ำ"
"ก็... แค่คิดถึงบ้านค่ะ" เธอเลือกที่จะเล่าเพียงเสี้ยวหนึ่งของความจริง "คุณแม่โทรมาคุยด้วยเมื่อเช้า ท่านก็บ่นถึงนู่นถึงนี่ แพรวจวนคิดว่าจะซื้ออะไรไปฝากท่านดี"
กนกวิทย์พยักหน้า เขาไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เขารู้ดีว่าแพรวาเป็นคนกตัญญูรู้คุณ และรักครอบครัวมาก การที่เธอเป็นห่วงครอบครัวของเธออยู่เสมอ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร "พรุ่งนี้ผมมีประชุมทั้งวัน ถ้าว่างจะพาไปทานข้าวที่ร้านโปรดนะครับ"
"ขอบคุณค่ะ" เธอฝืนยิ้ม ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เธอไม่สามารถบอกความจริงกับเขาได้เลยสักนิดเดียว ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเป็นความลับที่ต้องปกปิดเอาไว้ ห้ามให้ใครล่วงรู้เด็ดขาด แม้กระทั่งครอบครัวของเธอเอง
แพรวาเป็นเพียงนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางาน เธอพบกับกนกวิทย์โดยบังเอิญในงานอีเวนต์งานหนึ่ง เธอไม่ใช่สาวสวยระดับนางแบบ ไม่ใช่ลูกคุณหนูไฮโซ แต่เธอกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้กนกวิทย์สนใจ เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในสายตาของคนทั้งโลก เย็นชา เด็ดขาด แต่ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้างนั้น เขากลับอ่อนโยนกับเธออย่างน่าประหลาด
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องมาพร้อมกับเงื่อนไขที่เขาตั้งขึ้น "เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว และต้องไม่มีใครรู้เรื่องของเรา" เขากำชับเสียงเข้ม แพรวายอมรับข้อเสนอเหล่านั้น เพราะเธอรักเขา เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่ง เขาจะเปิดเผยตัวตนของเธอให้โลกรับรู้
แต่เวลาผ่านไปเกือบปี ความลับก็ยังคงเป็นความลับ แพรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสมบัติล้ำค่าที่ถูกซ่อนไว้ในกล่องนิรภัยส่วนตัวของเขา เธอได้ทุกอย่างจากเขา ทั้งความสุขสบาย การดูแลเอาใจใส่ แต่สิ่งที่เธอขาดหายไปคือการยอมรับ การแสดงความรักอย่างเปิดเผย และการมีตัวตนในสายตาของสังคม
"นอนเถอะครับ ดึกแล้ว" กนกวิทย์กล่าว พลางกอดเธอเบาๆ แล้วจูงมือเธอไปยังห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีเตียงคิงไซส์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แพรวาปล่อยให้เขาพาไป เธอรู้ว่าคืนนี้คงจะหลับไม่ลงอีกคืน
"คุณกานต์คะ" เธอกระซิบถามขณะที่เขากำลังจะหลับตาลง "ถ้าวันหนึ่ง... ความลับของเรามันถูกเปิดเผยขึ้นมา คุณจะทำอย่างไรคะ"
กนกวิทย์ลืมตาขึ้น มองใบหน้าของเธอในความมืด แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบแววตาของเขา ทำให้เห็นความลังเลใจที่ฉายชัดอยู่ชั่วขณะ "มันไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก" เขาตอบเสียงเรียบ แต่ในน้ำเสียงนั้น แพรวาได้ยินถึงความไม่แน่ใจบางอย่าง
"แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะคะ" เธอคะยั้นคะยอ
เขาถอนหายใจยาว "ถ้าวันนั้นมาถึง... ผมจะจัดการเอง" เขากล่าวจบ แล้วดึงเธอเข้าไปกอดแน่นขึ้น ราวกับจะปลอบประโลม ไม่ใช่เพียงแค่เธอ แต่รวมถึงตัวเขาเองด้วย แพรวารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขา แต่ในความอบอุ่นนั้น เธอกลับรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่คืบคลานเข้ามาในใจ
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามนึกถึงใบหน้าของคุณแม่ที่กำลังเป็นห่วง พยายามปลอบใจตัวเองว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่คำพูดของกนกวิทย์ที่ว่า "ผมจะจัดการเอง" มันยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ ราวกับจะเป็นลางบอกเหตุถึงบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
***
4,271 ตัวอักษร