รักสุดท้ายของคนใจร้าย

ตอนที่ 10 / 45

ตอนที่ 10 — การตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิต

จันทร์เพ็ญยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอสบประสานกับดวงตาของกวินท์ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในหู “และอีกเหตุผลหนึ่ง… ผมอยากให้คุณอยู่เคียงข้างผม ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้” มันเป็นประโยคที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากเขา ผู้ชายที่เย็นชาและห่างเหินคนนั้นเสมอมา การยื่นข้อเสนอตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสืบสวนนั้นก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เกินฝันแล้ว แต่การที่เขาบอกว่าอยากให้เธออยู่เคียงข้าง มันทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่เธอเคยพยายามกดเอาไว้เริ่มปะทุขึ้นมา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติ “คุณกวินท์คะ… ดิฉัน… ดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า… คุณจะให้โอกาสแบบนี้กับดิฉัน” เธอพูดเสียงสั่นเล็กน้อย “และ… เรื่องที่คุณบอกว่าอยากให้ดิฉันอยู่เคียงข้าง… ดิฉัน… ไม่แน่ใจว่าเข้าใจความหมายทั้งหมด” กวินท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของเขาในทันที “ผมเข้าใจว่ามันอาจจะเร็วเกินไป” เขาตอบ “แต่ผมพูดด้วยความจริงใจนะจันทร์เพ็ญ ผมกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ และผมต้องการคนที่ผมไว้ใจได้จริงๆ ที่จะอยู่เคียงข้างผม ไม่ใช่แค่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน แต่ในฐานะ… ใครสักคน” เขาหยุดเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดอะไรต่อไป “ผม… รู้สึกดีที่มีคุณอยู่ใกล้ๆ” คำว่า "รู้สึกดี" จากปากของกวินท์นั้นเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจของจันทร์เพ็ญ เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมีความรู้สึกแบบนี้กับเธอได้เลย ความสัมพันธ์ของพวกเขาก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ผ่านการทำงาน การเผชิญหน้ากับปัญหา และความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละน้อย เธอเห็นด้านที่อ่อนแอ เปราะบาง และมีความรู้สึกของเขามากขึ้นเรื่อยๆ “ดิฉัน… ก็รู้สึกดีที่คุณกวินท์ไว้ใจดิฉันค่ะ” เธอตอบอย่างนุ่มนวล “และสำหรับข้อเสนอตำแหน่ง… ดิฉัน… ยอมรับค่ะ” เธอตัดสินใจแล้ว ความท้าทายนี้เป็นโอกาสที่เธอจะพิสูจน์ตัวเอง และที่สำคัญที่สุด มันคือโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับกวินท์มากขึ้น “ดิฉันจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ค่ะ” รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกวินท์ มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจและอบอุ่น “ขอบคุณนะจันทร์เพ็ญ” เขาพูด “ผมรู้ว่าคุณจะต้องทำได้ดีแน่ๆ” เขาหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา “นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทพราวฟ้า และข้อมูลเบื้องต้นที่เรามีเกี่ยวกับประเสริฐและสมศักดิ์ ฉันอยากให้คุณเริ่มศึกษาข้อมูลเหล่านี้ทันที และพยายามหาจุดเชื่อมโยงที่อาจจะนำไปสู่การทุจริตที่ใหญ่กว่านี้” จันทร์เพ็ญพยักหน้ารับ “ค่ะ” เธอรับเอกสารมาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ภารกิจนี้หนักหนากว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ การต้องเข้าไปสืบสวนคนที่เธอเคยรู้จักและไว้ใจ มันเป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจ แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน “ดิฉันจะเริ่มทันทีค่ะ” “ระวังตัวด้วยนะจันทร์เพ็ญ” กวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้ามีอะไรผิดปกติ แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ตาม อย่าลังเลที่จะบอกผมทันที ความปลอดภัยของคุณสำคัญที่สุด” “ค่ะ ดิฉันจะระวังค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ เธอรู้สึกถึงความห่วงใยที่กวินท์มีให้ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด เมื่อเดินออกจากห้องทำงานของกวินท์ จันทร์เพ็ญก็กลับมายังโต๊ะทำงานของเธอ เธอรู้สึกเหมือนมีโลกทั้งใบตกมาอยู่บนบ่า แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การยอมรับตำแหน่งใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การเลื่อนตำแหน่ง แต่มันคือการก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความท้าทาย เธอมองไปยังกองเอกสารที่อยู่ตรงหน้า หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะไขความจริงให้ได้ เธอเริ่มไล่อ่านเอกสารอย่างละเอียด ชื่อของประเสริฐปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเอกสารต่างๆ ของบริษัทพราวฟ้า เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และมีอำนาจในการตัดสินใจหลายอย่าง ข้อมูลเกี่ยวกับสมศักดิ์นั้นมีน้อยกว่า แต่เขาก็มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับผิดชอบด้านการเงิน จันทร์เพ็ญพยายามนึกย้อนถึงความทรงจำเกี่ยวกับประเสริฐ เขาเป็นคนใจดี มีเมตตา ช่วยเหลือครอบครัวของเธอในยามยากลำบากเสมอ ภาพของชายสูงวัยที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม อบอุ่นใจ ปะทะกับภาพของนักธุรกิจที่อาจจะกำลังทุจริต มันช่างขัดแย้งกันอย่างรุนแรง “คุณจันทร์เพ็ญคะ” ปกรณ์เดินเข้ามา “คุณกวินท์ฝากให้ผมนำเอกสารเพิ่มเติมมาให้ค่ะ เป็นข้อมูลเก่าๆ เกี่ยวกับประวัติการทำงานของประเสริฐกับบริษัทของคุณพ่อคุณกวินท์ค่ะ” “ขอบคุณค่ะ คุณปกรณ์” จันทร์เพ็ญรับเอกสารมาด้วยความยินดี “พอดีดิฉันกำลังพยายามหาความเชื่อมโยงอะไรบางอย่างอยู่ค่ะ” “ผมเชื่อว่าคุณจะทำได้ครับ” ปกรณ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม “คุณกวินท์เชื่อมั่นในตัวคุณมาก” คำพูดของปกรณ์ยิ่งทำให้จันทร์เพ็ญรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น เธอตั้งใจว่าจะต้องไม่ทำให้กวินท์ผิดหวัง เธอเปิดเอกสารเก่าๆ ที่ปกรณ์นำมาให้ และเริ่มเปรียบเทียบกับข้อมูลปัจจุบัน มันคือการทำงานที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความอดทนอย่างสูง หลายชั่วโมงผ่านไป จันทร์เพ็ญจดจ่ออยู่กับเอกสารเหล่านั้น จนกระทั่งดวงตาของเธอเริ่มล้า เธอเงยหน้าขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว “คุณจันทร์เพ็ญคะ” เสียงของกวินท์ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย “ยังทำงานอยู่หรือครับ” เธอหันกลับไปมอง “ค่ะ คุณกวินท์ ดิฉันกำลังพยายามหาอะไรบางอย่างค่ะ” กวินท์เดินเข้ามาใกล้ “เหนื่อยไหมครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนผิดกับปกติ “ผมเป็นห่วงคุณ” “ไม่ค่ะ ดิฉันไม่เหนื่อย” เธอโกหกเล็กน้อย “ดิฉันแค่… กำลังคิดถึงเรื่องราวในอดีต และพยายามหาความเชื่อมโยงค่ะ” “เรื่องราวในอดีต…” กวินท์ทวนคำ “เกี่ยวกับใครครับ” “เกี่ยวกับคุณประเสริฐค่ะ” จันทร์เพ็ญตอบ “ดิฉันพยายามนึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับเขา สมัยที่เขาทำงานกับคุณพ่อของดิฉัน เขาเป็นคนใจดีมากจริงๆ ค่ะ” กวินท์นั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆ เธอ “บางครั้ง คนเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และสถานการณ์นะจันทร์เพ็ญ” เขาพูดเรียบๆ “ความดีที่เคยมีในอดีต อาจจะถูกบดบังด้วยความโลภ หรือความจำเป็นบางอย่างในปัจจุบัน” “ดิฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ” จันทร์เพ็ญถอนหายใจ “แต่การต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า คนที่เราเคยไว้ใจ อาจจะกำลังทำเรื่องเลวร้าย มัน… ยากจริงๆ ค่ะ” “ผมรู้” กวินท์พยักหน้า “แต่คุณไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนี้” เขาเอื้อมมือมาวางบนมือของเธอเบาๆ “ผมอยู่ตรงนี้กับคุณ” สัมผัสที่อ่อนโยนจากกวินท์ทำให้จันทร์เพ็ญรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกัน ความรู้สึกที่ซับซ้อนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานที่กำลังเผชิญภารกิจเดียวกันอีกต่อไปแล้ว “ขอบคุณค่ะ คุณกวินท์” เธอพูดเสียงแผ่วเบา “ดิฉัน… รู้สึกดีที่มีคุณอยู่ค่ะ” กวินท์บีบมือเธอเบาๆ “เช่นกันนะจันทร์เพ็ญ” เขาพูด “เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

5,400 ตัวอักษร